INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

สหรัฐปล่อย“อัสซานจ์”ยอด “แฮกเกอร์”

IMG 1207
สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
สหรัฐปล่อย“อัสซานจ์”ยอด “แฮกเกอร์”
อย่าเพิ่งงงหรือลืมนะครับว่า“จูเลียน อัสซานจ์” Julian Assange คือใคร ทำไมต้องเขียนถึงให้เป็นที่ประจักษ์
IMG 1210
เพราะเรื่องนี้ มีส่วนทำให้เราคนไทย ต้องพิจารณา “สปิริต”ของความเป็นคน อย่างยิ่ง
เป็นอย่างไร โปรดติดตามอ่านจนจบนะครับ
ถามซ้ำว่า “อัสซานจ์”คือใคร ?
ตอบว่า เขาคือเจ้าของเว็บไซต์ “วิกิลีกส์”Wikileaksและเป็นนักเจาะระบบคอมพิวเตอร์ ที่เราเรียกกันทั่วๆ ไปว่า”แฮกเกอร์”หรือ Hacker ที่มีความสามารถระดับยอดเยี่ยม ที่เอาเอาความลับด้านความมั่นคงของสหรัฐมาเปิดเผยได้
จะถือว่าเขาเป็น “วีรบุรุษ”หรือ “อาชญากร”ดีล่ะ ในสายตาของพวกเรา
แต่ผมยกย่องเขานะครับว่าคือ “วีรบุรุษ” คนหนึ่งที่กล้าหาญท้าทายชาติอภิมหาอำนาจ
โดยเฉพาะการเปิดเผยความชั่วร้ายหลายอย่างที่สหรัฐปกปิดและทำไว้กับชาวโลก ในช่วงตระเวนทำสงครามไปทั่ว
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๖๗ อังกฤษได้ปล่อยตัว”อัสซานจ์”ออกจากคุก หลังจากที่ขังไว้ห้าปีตั้งแต่ปี ๒๐๑๙
ในข้อเท็จจริงแล้ว “อัสซานจ์”ไม่เพียงเป็นแค่  “แฮกเกอร์”ธรรมดาที่อาจนำข้อมูลที่ได้มาไปใช้หรือไม่ใช้ประโยชน์เท่านั้น แต่ยังเป็น “แครกเกอร์”Crackerด้วย
“แครกเกอร์”ก็คือผู้ที่นำความรู้ในการ”เจาะ”หรือ”แฮก”ไปใช้ในการทำความผิด เช่น การขโมยข้อมูล การทำลายข้อมูล หรือแม้กระทั่งการครอบครองคอมพิวเตอร์คนอื่น
อีกอย่างที่ต้องรู้ก็คือ เขามิใช่ “ตัวการ”ที่เจาะข้อมูลความลับของสหรัฐ แต่เขาได้ข้อมูลเหล่านี้มาจาก “เชลซี แมนนิง”ที่ส่งข้อมูลลับไปให้ “อัสซานจ์”อีกต่อหนึ่ง
IMG 1209
“เชลซี แมนนิง”คืออดีตทหารหญิงอเมริกันฝ่ายข่าวกรองซึ่งต่อมากลายเป็นนักเคลื่อนไหวที่เจาะเอาความลับของกระทรวงกลาโหมสหรัฐส่งไปให้”อัสซานจ์”เปิดเผย ผ่าน”วิกิลีกส์”
ส่วนทำไมเธอถึงกระทำนั้น ผมไม่รู้ได้ครับ
ข้อมูลที่เธอส่งให้”อัสชานจ์”ไปเผยแพร่นั้น รวมทั้งข้อความทางการทูต ๒๕๑,๐๐๐ ชิ้นกับรายงานของกองทัพบกสหรัฐ ๔๘๒,๐๐๐ ชิ้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มีมากกว่านั้นเป็นล้านๆชิ้นเสียด้วยซ้ำ แต่จากคนละแหล่งข้อมูล
แต่ที่เลวร้ายที่สุดก็คือการแพร่ภาพจากวิดีโอ ที่ทหารอเมริกันโจมตีจากเฮลิคอปเตอร์ สังหารพลเรือนในอิรักไปหลายคน รวมทั้งผู้สื่อข่าวจาก”รอยเตอร์”สองนายด้วย
ถึงจะไม่ได้”เจาะ”ความลับเอง แต่ในแง่สหรัฐเขาคือ ผู้เผยแพร่ข้อมูลความลับ จึงออกหมายศาลดำเนินคดีเอาผิดเขาฐาน จารกรรม
แต่เขาก็ร้องเรียนไปยังสหประชาชาติว่าไม่ได้กระทำผิด เพียงเป็นการแพร่ข่าวตามที่เป็นจริงตามสิทธิพื้นฐานที่พึงแสดงออกได้โดยสุจริต
สหประชาชาติก็มีมติเห็นตามที่เขาร้องเรียน  ส่งผลให้เขาสามารถไปลี้ภัยได้ในสถานทูตเอกวาดอร์ ในกรุงลอนดอน หนีการจับกุมและดำเนินคดีของสหรัฐ
แต่ในที่สุดเขาก็ถูกจับไปดำเนินคดีและถูกสั่งจำคุกในอังกฤษโดย ตำรวจไปจับเขาในสถานทูตเอกวาดอร์ กรุงลอนดอน ในข้อหากระทำผิดกฎหมายการประกันตัวเพราะแอบหนีออกนอกสถานทูตบ่อยๆ เพื่อไปโน่นมานี่
แต่เขาก็พยายามต่อสู้ทางกฎหมายมิให้อังกฤษส่งตัวเขาไปยังสหรัฐตามที่ศาลสหรัฐต้องการตัว
ในที่สุดจากการต่อรองระหว่างตัวเขากับสหรัฐ(ความจริงสหรัฐเบื่อจะจัดการกับเขาเพราะความลับที่เปิดเผยไปแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้สหรัฐต้องเสียชื่อเสียงไปมากกว่านั้น) ว่าถ้าเขาสารภาพผิดตามข้อหา ก็จะปล่อยตัวเป็นอิสระ
อังกฤษจึงส่งตัวเขาให้สหรัฐ แต่ไปขึ้นศาล เพื่อปิดคดีตามกระบวนการทางกฎหมายที่เกาะ”ไซปัน”ในหมู่เกาะมาเรียนา ซึ่งเป็นของสหรัฐ
ทำไมต้องที่ “ไซปัน”?
ตอบว่าเพราะใกล้บ้านคือ ออสเตรเลียไง
หลังจากผ่านการดำเนินการของศาลท้องถิ่นที่นั่น “อัสซานจ์”ก็ได้รับการปล่อยตัวและบินกลับบ้านในออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว
ยุติการระเหเร่ร่อนหนีคดีมาเป็นเวลานานราว ๑๔ ปีด้วยกัน
เท่าที่ผมเล่ามานี้ ก็เพียงเพื่อสะท้อนให้เห็นว่า:-
  “การดีล”ของ”อัสซานจ์”กับสหรัฐนั้น เป็นการ”ดีลสว่าง”เป็นที่เปิดเผยน่ายกย่อง
มิใช่การ “ดีลลับ”ที่ทำกันอย่างกระมิดกระเมี้ยนในบ้านเรา ข้ามหัวคนไทย ชนิดที่ไม่เกรงใจต่อระบบยุติธรรมใด ๆ
ช่างเป็นที่น่าอับอายขายหน้าต่อคนไทยเองและชาวโลกยิ่งนัก
ทำราวกับว่าบ้านนี้-เมืองนี้  เป็นของกลุ่ม “อีลีท”เท่านั้น
Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *