ซีเรีย-ปาเลสไตน์ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณแห่งวันสิ้นโลก (8)

ซีเรีย-ปาเลสไตน์ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณแห่งวันสิ้นโลก (8)
โดย อดุลย์ มานะจิตต์
ผู้คนกลุ่มนี้ มีกษัตริย์อยู่องค์หนึ่งกราบไหว้รูปเคารพ ผู้ซึ่งได้บังคับผู้ คนของพระองค์ให้กราบไหว้รูปเคารพนี้ ซึ่งมีชื่อว่า บักกัล เป็นพระเจ้า ของพวกเขา
อัลลอฮตรัสไว้ว่า
“และ อิลยาส เป็นที่แน่นอนว่า เขาเป็นศาสดาองค์หนึ่ง เมื่อเขากล่าวกับผู้คนของเขาว่า พวกเจ้าไม่ปกป้องตนเองหรือพวกเจ้าวิงวอนต่อ บะล์ลา และพวกเจ้าได้ละทิ้งผู้ทรงเป็นเลิศ ยิ่งแห่งบรรดาผู้สร้างสรรค์กระนั้นหรือ
อัลลอฮ์ทรงเป็นพระผู้อภิบาล ของพวกเจ้า และพระ
ผู้อภิบาลของบรรดาบิดาของพวกเจ้าแต่เก่าก่อน (37: 123-6)
แต่พวกเขากลับกล่าวหาท่านว่า เป็นผู้พูดปดและไม่เชื่อใน
คำพูดของท่าน มเหสีของกษัตริย์เป็นคนบาป เมื่อกษัตริย์เสด็จ ไปต่างแดน พระองค์จึงทรงมอบหมายราชอาณาจักรให้กับมเหสี ของพระองค์ พระนางมีราชเลขาคนหนึ่ง เขาเป็นคนที่เฉลียว ฉลาดและมีสติปัญญา ผู้ซึ่งได้ช่วยชีวิตผู้คนไว้เป็นจำนวนสามร้อย คนจากน้ำมือของพระนาง พระนางเป็นผู้หญิงที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก กษัตริย์แห่งเยรูซาเล็มเจ็ดพระองค์สมรสกับพระนาง และราชธิดาและราชนัดดารวม 90 พระองค์ จึงมีราชบุตร
เพื่อนบ้านของกษัตริย์เป็นผู้ทรงคุณธรรม เขามีศรัทธา ในอัลลอฮ์ และบรรดาศาสดาของพระองค์ เขามีสวนติดอยู่กับพระราช วังของกษัตริย์ เขาได้รายได้เลี้ยงชีพมาจากสวนนี้ และกษัตริย์ก็ทรง เคารพนับถือเขา เมื่อกษัตริย์เสด็จไปยังต่างแดน พระนางจึงใช้โอกาส นี้สังหารเขาทิ้งเสีย และยึดเอาสวนของเขามาจากครอบครัวของเขา อัลลอฮ์ทรงพิโรธอย่างมาก เมื่อกษัตริย์เสด็จกลับมาจากการเดินทาง พระนางจึงรายงานให้กับพระองค์ทราบ กษัตริย์ตรัสว่า พระนางทรง กระทำความผิด
อัลลอฮ์ทรงมีบัญชาให้อิลยาส เผยแผ่กับผู้คนถึงศาสนาที่
แท้จริง และให้วิงวอนขอต่ออัลลอฮ์และขอจากพระองค์เท่านั้น และ ให้เลิกการกราบไหว้เทวรูปเสีย แต่ผู้คนต่างยืนกรานว่าท่านพูดปด ดูถูกเหยียดหยามท่าน และข่มขู่ที่จะสังหารท่าน แต่ท่านก็คงความ อดทนเอาไว้ ท่านยังคงเชิญชวนผู้คนมาสู่อัลลอฮ์และเชื่อฟังปฏิบัติ ตามการ ตามท่าน แต่ทัศนะของพวกเขายิ่งเลวร้ายลงทุกวัน วิวรณ์ของอัลลอฮ์ อิลยาสรายงานต่อกษัตริย์ว่า”ขอให้พระองค์ทรง เลิกราการขัดแย้งของพระองค์ทั้งหมดเสีย หาไม่แล้วอัลลอฮ์จะทรง ทำลายล้างพระองค์” กษัตริย์กลับแสดงความพิโรธและมีพระ ประสงค์จะลงโทษท่านอย่างหนักและสังหารท่านเสีย อิลยาสทราบถึง เรื่องนี้จึงละออกจากเมือง และขึ้นไปพำนักอยู่บนภูเขาลูกหนึ่ง ท่าน พำนักอยู่ที่นั่นถึงเจ็ดปี และใช้เวลาไปกับการละหมาดและประทัง ชีวิตอยู่ด้วยผลไม้ต่างๆเท่านั้น อัลลอฮ์ทรงพิทักษ์รักษาศาสดาของ พระองค์ให้อยู่ในการพิทักษ์ของพระองค์ และปกปิดที่พำนักของ ท่านไว้เป็นความลับจากสายตาของพวกเขา ในขณะเดียวกันราชโอรส ของกษัตริย์ทรงประชวรมีอาการทรุดลงอย่างหนัก ข้าราชบริพารต่าง หมดหวังไปด้วยกันทั้งหมด และรู้สึกผิดหวัง กษัตริย์ทรงมีความรักใน ตัวราชโอรสผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง ผู้คนต่างเคารพกราบไหว้เทวรูปต่างๆของ พวกเขาเพื่อวิงวอนให้ราชโอรสองค์นี้หายป่วยแต่ก็ไร้ผล กษัตริย์ทรง เล็งเห็นว่า อิลยาสคงจะอยู่บนภูเขา จึงส่งคนขึ้นไปตามหา ผู้คน เหล่านี้ต่างตะโกนเรียกหาเขา และขอร้องให้เขาลงมา เพื่อวิงวอน ให้กับราชโอรสของกษัตริย์ อิลยาสจึงลงมาและกล่าวว่า “อัลลอฮ์ ผู้ทรงสร้างสรรค์ ทรงส่งฉันลงมาให้กับพวกท่านและฉันเป็นศาสดา จงฟังฉัน จงกลับไปหากษัตริย์และนำสารนี้ไป อัลลอฮ์ทรงเอกะ ทรง เป็นหนึ่งเดียวและปราศจากภาคีใดๆ อัลลอฮ์ทรงประทานปัจจัยยัง ชีพให้กับทุกคน พระองค์ทรงสร้างมนุษย์และพระองค์ทรงสามารถ ทำลายล้าง พระองค์ทรงมีอำนาจและทรงบัญชาการ ทำไมกษัตริย์จึง ไม่วิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณาปรานีเล่า แต่กลับไปวิงวอนขอจากเจว็ดที่เป็นใบ้” ผู้คนเหล่านี้จึงกลับไปทูลต่อกษัตริย์ พระองค์ ทรงรู้สึกขุ่นเคืองพระทัย จึงมีบัญชาให้นำตัวเขามาในฐานะนักโทษ “เพราะเขาเป็นศัตรูของฉัน” แต่ผู้คนต่างหาเขาไม่พบจึงเดินทางกลับ กษัตรย์จึงส่งนายทหารจากกองทัพจำนวนห้าสิบนายเพื่อไปจับกุมตัว พระองค์สั่งว่า “ประการแรกจงบอกเขาดังนี้ เราไว้วางใจในตัวท่าน และพระเจ้าของท่าน เมื่อเขาออกมาหาพวกเจ้าแล้ว ก็จงจับกุมตัว เขาไว้ และนำเขามาที่นี่” นายทหารทั้งห้าสิบนายจึงเข้าไปที่ภูเขา และตะโกนด้วยเสียงอันดัง ราชเลขาจึงไปพร้อมกับผู้คนเพื่อเดินทางไปยังภูเขาและ ตะโกนเรียก อิสยาสจำเสียงของเขาได้ อัลลอฮ์จึงทรงมีบัญชา ให้เขา ลงไปหาผู้ศรัทธาเพื่อต้อนรับและจับมือทักทายกัน อิลยาสจึงมาหาเขา ราชเลขาจึงเล่าเรื่องของกษัตริย์ให้เขาฟัง พร้อมกับกล่าวว่า “หาก ท่านไม่มากษัตริย์ก็จะต้องสังหารฉัน” อัลลอฮฺทรงวิวรณ์มายังศาสดา ของพระองค์ว่า สารของกษัตริย์เป็นความเท็จ เขาต้องการให้เจ้าอยู่ใต้ การควบคุมของเขาแล้วก็จะฆ่าเจ้า อัลลอฮฺตรัสว่า “จงบอกกับราช เลขาไปว่า ขอให้เขาอย่าได้วิตกกังวลไปเลยกับตัวของกษัตริย์ ราชโอรส ของเขาจะเสียชีวิต กษัตริย์จะตกอยู่ในความเศร้าระทมและจะไม่ทำ อันตรายต่อตัวเขา” เมื่อราชเลขาเดินทางกลับมาถึงกษัตริย์ เขาจึงเห็น อาการของราชโอรสของพระองค์ มีอาการทรุดลงอย่างหนักและถึงแก่ ความตาย กษัตริย์มิได้เอาเป็นธุระอะไรกับพวกเขา เพราะพระองค์ทรง เศร้าระทมกับการจากไปของราชโอรส วันเวลาผ่านไปนานกว่าที่ กษัตริย์จะทรงรู้สึกสบายใจ แล้วจึงถามราชเลขาถึงอิลยาส เขากล่าวต่อพระองค์ว่า เขามิได้พบอิลยาสเลย ภายหลังจากนั้น อิลยาสจึงลงมาจาก ภูเขา แล้วไปพำนักที่บ้านของศาสดายูนุสเป็นแรมปี
เมื่อยูนุสถือกำเนิด อิลยาสละออกจากบ้านของเขาและจึง กลับไปอาศัยอยู่ที่ภูเขาอีก อันเป็นที่อยู่เดิมของเขา เมื่อยูนุส ยังเยาว์วัย อยู่ มารดาได้หยุดการให้นม เขาจึงเสียชีวิตในวัยทารก มารดาจึงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ต้องเสียบุตรชาย นางจึงไปยังภูเขา เพื่อค้นหา และจึงแจ้งข่าวถึงการเสียชีวิตของบุตรชายของนาง และ อิลยาส กล่าวว่า อัลลอฮฺทรงวิ่งวรณ์มายังนาง “ให้มาหาท่านเพื่อชีวิตของลูก ชายของฉัน หากท่านวิงวอนต่ออัลลอฮ์เพื่อบุตรชายของฉัน อัลลอฮ์จะ ทรงให้บุตรชายของฉันกลับมามีชีวิตอีก ฉันเก็บบุตรชายของฉันไว้ อย่างลับๆ และฉันไม่ได้บอกผู้ใดถึงความตายของเขาและก็ยังไม่ได้ฝัง เขา” อิลยาส จึงถามขึ้นว่า “เขาเสียชีวิตมากี่วันวันแล้ว” นางกล่าวตอบ ว่า “เจ็ดวันแล้ว” อิลยาส จึงมาที่บ้านแล้วยกมือของเขาขึ้นเพื่อขอต่อพระเจ้า โดยร้องขอต่อพระองค์ เพื่อคืนชีวิตให้กับเขา อัลลอฮฺผู้ทรง กรุณาปรานีตอบรับคำวิงวอนของเขาและให้ชีวิตใหม่กับยูนุส จากนั้น อิลยาสจึงละจากไป
เมื่อยูนุสอายุได้ 40ปี อัลลอฮฺทรงแต่งตั้งเขาให้เป็นศาสดา เมื่ออัลลอฮฺทรงคืนชีวิตให้กับยูนุสแล้วอิลยาสจึงกลับไปพำนักอยู่ ณ สถานที่เดิม ภายหลังจากนั้น 7 ปี อัลลอฮฺทรงวิวรณ์มายังอิลยาส ขอได้ตามปราถนาพระองค์จะทรงตอบรับให้ตามขอ อิลยาสกล่าวว่า ให้เขา เขารู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตแล้วและเอือมระอากับกลุ่มชนชาวอิสราเอล พวกเขาต่างเป็นศัตรูที่ร้ายกาจของพระองค์และเพราะพระองค์ที่ข้าพระองค์ ต้องเป็นศัตรูกับพวกเขา อัลลอฮฺทรงวิวรณ์มาว่า “อิลยาส ยังมีเวลา ที่เจ้าจะกลับมาหาข้า ข้าไม่ประสงค์ที่จะให้แผ่นดินของข้าว่างเปล่าโดย ปราศจากเจ้า เพราะจะต้องมีศาสดาองค์หนึ่งบนแผ่นดิน จงขอมา อีกเถิด” อิลยาสจึงกล่าวขึ้นว่า “จงแก้แค้นกับพวกเขาให้กับข้า พระองค์ด้วยเถิด จงอย่าได้ให้ฝนตกเป็นเวลา 7 ปี เมื่อพวกเขามาหา ข้าพระองค์ เพื่อขอร้อง ข้าฯก็จะวิงวอนต่อพระองค์ให้ฝนตก” เนื่องจาก คำสาปของอิลยาสฝนจึงไม่ตกและจึงเกิดความอดอยากหิวโหยขึ้น ผู้คนต่างพากันเข้าใจว่าเป็นคำสาปของอิลยาส” ทั้งหมดจึงมาหาเขาและ จึงกล่าวว่า “เราจะเชื่อฟังปฏิบัติตามท่านและจะทำตามในสิ่งใดก็ตามที่ท่านจะกล่าว


