INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

หยุดเขียนเพื่อถือศีลอดหนึ่งเดือน

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
หยุดเขียนเพื่อถือศีลอดหนึ่งเดือน

ถ้าเมื่อตอนหัวค่ำ คืนที่ผ่านมาหากมองเห็น”จันทร์เสี้ยว”ที่ขอบท้องฟ้าทิศตะวันตก ก็แสดงว่าวันที่ ๑ เดือน”รอมะฎอน”(เดือนที่ชาวมุสลิมถือศีลอด)เริ่มแล้วละครับ

คือเริ่มตั้งแต่ ๑๙ กพ.๖๙ เป็นต้นไป

เพราะเช่นนั้น ผมจะใช้เวลาทั้งหมดของเดือนอันประเสริฐนี้ทำ”อามัลอิบาดะห์”(การกระทำความดีหรือการประกอบศาสนกิจเพื่อความพึงพอใจของพระผู้เป็นเจ้าคือ”อัลลอฮ์”) เป็นกรณีพิเศษ

ถามว่าทำอะไรบ้าง ?

ตอบว่าทำโดย ถือศีลอด คืออดต่อกิเลสและความต้องการทั้งหลายอย่างยิ่งยวด แบบ” อัตตกิลมถานุโยค (อัด-ตะ-กิ-ละ-มะ-ถา-นุ-โยก) ซึ่งหมายถึง การประกอบความลำบากแก่ตนเอง

อดอาหารและน้ำ อดทนต่ออารมณ์ผันผวน อดทนต่อกิเลสตัณหา ในช่วงระหว่างวัน

พร้อมปฏิบัติศาสนกิจอย่างเอาจริงเอาจังเป็นพิเศษ ทำมากกว่าที่เคยทำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ถือว่าเป็นการสั่งสมบุญไว้สำหรับภพหน้าคือสวรรค์

ซึ่งนั่นก็คือ “บุญกิริยา”(ที่เกิดจากการภาวนาต่อเนื่องอย่างมีสติ) เพื่อประโยชน์สุข ในปัจจุบัน ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย

แต่จะผ่อนคลายจากพฤติกรรมคร่ำเคร่งที่ว่านี้ ก็ในยามค่ำคืนตั้งแต่ดวงอาทิตย์ตกถึงดวงอาทิตย์ขึ้นครับ

เห็นไหมครับ อิสลาม…..ไม่เอาถึงตาย

เพราะเช่นนั้น ใครก็ตาม ที่มีร่างกายแข็งแรง จะต้องถือศีลอด โดยไม่ละเว้น

ยกเว้นก็แต่คนเจ็บคนป่วยและชราจนเลอะเลือน เท่านั้นครับ

นี้คือการฝึกฝนตนเองปีละเดือน เพื่อเหนี่ยวรั้งและงดความผิดบาป ให้เริ่มทำความดีกันใหม่ เพื่อหวังให้บุญติดตัวได้มากที่สุด

หากฝึกฝนจนกลายเป็นอุปฝังนิสัยลึกลงในสันดานได้ ก็จะยิ่งดีมาก ได้บุญมาก

ก็จะเป็นอานิสงส์(ผลบุญ)สูงสุด

ใครจะดีหรือกลับไปพลาดพลั้งเลวหรือไม่(ดีมั่ง-ชั่วมั่ง)ก็เป็นเรื่องที่แต่ละคนพึงรับผิดชอบเอาเอง ต่อพระผู้เป็นเจ้าคือ อัลลอฮ์ الله ในชีวิตหลังความตาย

คติในอิสลามก็คือ ตายแล้วไม่เกิดใหม่ ในรูปแบบใด ตามคติทางพุทธศาสนาที่ตายแล้วต้องเกิด หากยังไม่บรรลุธรรมถึงขั้นนิพพาน

คือเกิดในชาติภพใดแล้ว แต่กรรมกำหนด จะเป็นกลับมาเป็นมนุษย์ หรือเป็นเทวดา หรือเป็นเปรต หรือสัตว์เดรัจฉาน ก็แล้วแต่กรรม

และก็เกิดต่อเนื่อง หลายต่อหลายชาติมาก อาจะเกิดเป็นหมู หมา กาไก่มาก่อนแล้วค่อยๆ พัฒนาตามกรรมดีของชาตินั้นๆ

อย่างพระพุทธเจ้าก่อนจะเกิดมาตรัสรู้ ท่านก็เกิดเป็นพระเวสันดร ที่บำเพ็ญบุญอันยิ่งใหญ่สุดท้าย

คือการ ทรงบำเพ็ญ”ทานบารมี”อย่างยิ่งยวด (การสละลูก เมีย และทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ส่วนรวม) ก่อนจะจุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตมาประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ

แต่คติในอิสลามตายแล้วจะไปเกิดใหม่อีก ก็วันสิ้นโลกและถูกตัดสินว่าจะเข้าสวรรค์หรือลงนรก

ส่วนใหญ่จะลงลงนรกก่อน ไปรับโทษที่ทำผิดบาปไว้ จนหมดสิ้นนั่นแล้วนั่นแหละจึงจะได้ขึ้นสวรรค์

ในอิสลามจะไม่มีมุสลิมคนไหนที่ตกนรกลอดกาลชั่วนิจนิรันดร์ ครับ …..เชื่อผมสิ

ทั้งนี้ ตามหลักการที่ว่า “มุสลิมทุกคนที่มีศรัทธามั่นคง (อีหม่าน) จะได้เข้าสวรรค์ในที่สุด แต่อาจไม่ทุกคนที่จะได้เข้าทันที ผู้ที่มีบาปอาจต้องถูกลงโทษในนรกก่อนชั่วคราวเพื่อชำระบาป หรือได้รับอภัยโทษจากอัลลอฮ์ โดยชาวสวรรค์ทุกคนจะกลับมามีชีวิตที่สมบูรณ์ในวัยหนุ่มสาวช่วงอายุ ๓๐-๓๓ ปี”

น่าสนใจไหมครับ………..ฮา

เล่ามาทั้งหมดนี้ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนคติความเชื่อเท่านั้น

หาได้เป็นการเกลี้ยกล่อมโน้มน้าว ให้ท่านทั้งหลายมามีศรัทธา เข้ารับอิสลามไม่

เพราะการที่จะเข้ารับอิสลามนั้น จะต้องศึกษาเสียก่อนให้รู้ซึ้ง ให้รู้แจ้งเท่านั้น

อยู่ๆ จะมาเข้ามาเป็นมุสลิม เพราะอยากได้ผัวได้เมีย โดยไร้ศรัทธาที่แท้จริงนั้น ย่อมใช้ไม่ได้

เพราะเข้ามาแล้วมักจะถอยกลับไม่เอาด้วย กลับไปเป็นศาสนิกแบบเดิมๆ ของตนเอง

ซึ่งผมไม่มีสติปัญญา จะสั่งสอนใครทั้งนั้น

ช่วงนี้ ผมขอหยุดเขียนหนึ่งเดือนครับ

แต่จะเอาของ(บทความ)เก่ามาลงบ้าง ตามแต่จะเหมาะสม

อ้อ….ลืมไปว่าเมื่อวานนี้ได้รับ”ฮาดีเยาะห์”(ของขวัญ)ข้าวสาร น้ำมัน น้ำหวานและอินทผาลัมกับบะหมี่สำเร็จรูปหนึ่งกล่องใหญ่ จากคณะกรรมการมัสยิดฮีดายาตุ้ลอิสลาม(สามอิน)ที่ผมเป็น”สัปปุรุษ”อยู่

ก็ได้แต่ขอบคุณ”ทาน”จากมัสยิดอันเป็นการแบ่งปันชาวบ้านอย่างทั่วถึง มา ณ ที่นี้ครับ

สำหรับวันนี้ ขอลาที แต่ไม่ใช่ลาก่อนและสวัสดีทุกท่านครับ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com