INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความเจริญและความเสื่อมของการพัฒนาประเทศ: สิงคโปร์

24624867294862

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความเจริญและความเสื่อมของการพัฒนาประเทศ: สิงคโปร์

รศ.ดร.สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย

สิงคโปร์

  สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความโดดเด่นมากในกลุ่มอาเซียน ในช่วงหกทศวรรษที่ผ่านมา สิงคโปร์สามารถพัฒนาจากประเทศที่ยากจน มาเป็นประเทศที่มีรายได้สูงอันดับต้นๆของโลก ในปีค.ศ.1965 เมื่อได้แยกตัวออกจากสหพันธรัฐมาเลเซีย สิงคโปร์มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีราว 500 ยูเอสดอลล่าร์  ปัจจุบัน ปี ค.ศ.  2026 สิงคโปร์มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี กว่าหนึ่งแสนดอลล่าร์สหรัฐ กล่าสคือ คนสิงคโปร์ มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว  200 เท่าตัวในเวลาเพียงหกทศวรรษ

   สิงคโปร์มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองการปกครอง  ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี  ไม่อดอยากยากจน แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวน และการเป็นประเทศที่ต้องพึ่งการค้าต่างประเทศในสัดส่วนส่วนสูง  ย่อมได้รับผลกระทบมากจากเศรษฐกิจโลก  แต่การพัฒนาเศรษฐกิจของสิงคโปร์ โดยทั่วไป ก็ดำเนินไปได้ด้วยดี ไม่มีภาวะเงินเฟ้อ  เงินฝืด ที่รุนแรง  มีการพัฒนาสิ่งสาธารณูปโภคและทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง สังคมสงบ แม้คนเชื้อชาติจีนเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ คนเชื้อสายมลายู อินเดีย และอื่นๆ เป็นส่วนน้อย  แต่ประชาชนเชื้อชาติต่างๆก็สามารถอยู่ร่วมกันโดยสันติ ตลอดหกทศวรรษที่ผ่านมา ไม่เคยมีเหตุวุ่นวายทางสังคม และการเมือง

    รัฐบุรุษ ผู้วางรากฐานและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศของสิงคโปร์ คือ ลีกวนยู(李光耀 Lee Kuan Yew)  ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนานกว่าสามสิบปี  ความคิดและนโยบายของเขา มีส่วนสำคัญ ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของสิงคโปร์ จนถึงปัจจุบัน

    นโยบายของรัฐบาลสิงคโปร์ จากสมัยลีกวนยู ถึงปัจจุบัน

    ก. เปิดเสรีทางเศรษฐกิจ  ทำการค้า รับการลงทุนจากประเทศต่างๆ   ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้มาก  ใช้การลงทุนต่างประเทศ ให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี  ทั้งยังมีนโยบายการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ

    ข. พัฒนาสิ่งสาธารณูปโภค และเขตอุตสาหกรรม สร้างนิคมอุตสาหกรรมจูร่ง (裕隆工业区 Jurong Industrial Park)  มีอุตสาหกรรมที่ทันสมัยหลายอย่าง เช่นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรอุปกรณ์ เคมี ยาและเวชภัณฑ์ รวมทั้งการกลั่นน้ำมัน  มีสิ่งสาธารณูปโภคที่ทันสมัย  มีถนน รถไฟฟ้าสาธารณะที่ทั่วถึง สะอาด และปลอดภัย

    ค. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี และทรัพยากรมนุษย์ มีมหาวิทยาลัย โรงเรียนโพลีเทคนิค  การศึกษาชั้นมัธยม ประถม และอนุบาล มีคุณภาพ  มีการแพทย์ การรักษาพยาบาลที่ดี  ภาคการเงิน มีสถาบันการเงินที่ทันสมัย จนสิงคโปร์ก้าวขึ้นมา เป็นศูนย์กลางทางการเงินในภูมิภาคเอเชีย

    ง. ส่งเสริมการท่องเที่ยว แม้มีพื้นที่น้อย แต่สามารถพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว มีร้านสรรพสินค้า แหล่งซื้อสินค้า และสถานที่บันเทิงทันสมัย บ้านเมืองมีความสะอาด ปลอดภัย สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มาก

    จ. รักษาสภาพแวดล้อมได้ดี  แม้พื้นที่น้อย มีประชาชนต่อหน่วยพื้นที่สูง มีความหนาแน่นประชาชนสูง  แต่ไม่แออัด โรงงาน บ้านเรือน  และประชาชน ไม่ทิ้งน้ำเสียและขยะมูลฝอย  ถ้าฝ่าฝืนจะได้รับโทษหนัก  มีพื้นที่สีเขียวในอัตราส่วนสูง

    ฉ.พยายามให้ทุกครอบครัวมีที่อยู่อาศัยของตนเอง โดยสร้างอาคารแนวสูง เพื่อให้รองรับที่อยู่อาศัยได้จำนวนมาก  คนส่วนใหญ่ จึงมีบ้านพักของตนเอง

    ช. มีความสัมพันธ์ของแรงงานที่ดี  คนงานมีสวัสดิการดี  อยู่ร่วมกับเจ้าของโรงงานได้โดยสันติ ข้อพิพาททางด้านแรงงานมีน้อย ไม่มีการนัดหยุดงาน

    ซ. ส่งเสริมการออม   มีระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Employment Provident Fund) เป็นกองทุนที่ให้นายจ้าง และลูกจ้างร่วมกันจ่ายเงินสมทบเจ้ากองทุน เพื่อที่คนงานและพนักงาน จะได้มีเงินออมไว้ใช้จ่าย เมื่อหลังจากเกษียณอายุการทำงาน

    ฌ. คัดเลือกคนมีความรู้ความสามารถ เข้ารับข้าราชการ โดยให้สวัสดิการดี และจ่ายเงินเดือนระดับสูงเทียบเท่าหรือมากกว่าเอกชน ทำให้ได้คนทำงานที่มีคุณภาพ การทุจริตคอรัปชั่นมีน้อย

    ญ. บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ผู้ทำผิดจะถูกลงโทษ โดยเฉพาะ ผู้ที่ทุจริตคอรัปชั่น จะได้รับโทษรุนแรง ไม่ว่าเป็นนักการเมือง เครือญาติของนักการเมือง หรือเพื่อนของนักการเมือง รวมทั้งข้าราชการระดับสูง ก็ไม่ได้รับการยกเว้นทั้งสิ้น

    ฎ.ในการเลือกตั้งทั่วไปของสิงคโปร์ จะมีกฎเกณฑ์พิเศษ สำหรับคนสิงคโปร์เชื้อชาติอินเดียและมลายูซึ่งเป็นคนส่วนน้อย เพื่อให้มีโอกาสได้รับเลือกตั้ง และเข้าไปบริหารประเทศ ในเขตเลือกตั้งที่มีส.ส. หลายคน การเลือกตั้งจะทำเป็นเป็นทีม ไม่เลือกเป็นรายบุคคล  คนกลุ่มน้อย มีสิทธิ์ได้รับการเลือกตั้งได้  คณะรัฐมนตรีจึงมีทั้งคนเชื้อสายอินเดียและเชื้อสายมลายู แม้รัฐมนตรีส่วนใหญ่ในรัฐบาลเป็นคนเชื้อสายจีนก็ตาม

    ฏ. คนเชื้อสายจีนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ กับคนเชื้อสายอื่นที่มีจำนวนน้อยกว่า  อยู่ร่วมกันได้โดยสันติ  ไม่มีการแบ่งแยก  มีความสามัคคี อยู่ร่วมกันได้ ไม่รังเกียจซึ่งกันและกัน สิงคโปร์ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการติดต่อราชการและธุรกิจ   แต่การติดต่อระหว่างคนเชื้อชาติเดียวกัน มักใช้ภาษาพื้นเมืองเดิมของตน คนสิงคโปร์ ส่วนใหญ่จึงพูดหลายภาษา   ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเดิมของตนและภาษาของเพื่อนร่วมชาติ  โรงเรียนในสิงคโปร์บางแห่ง มีการเรียนการสอน ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษามาลายู

    ลีกวนยู  ได้รับการศึกษาในระบบอังกฤษ  พูดภาษาอังกฤษได้ ตั้งแต่เด็ก  ในช่วงการหาเสียงรับเลือกตั้งครั้งแรก ต้องฝึกพูดภาษาฮกเกี้ยน ต่อมา เมื่อเขาเห็นว่า คนจีนที่ใช้ภาษาพื้นเมืองต่างกัน มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกัน เขาจึงส่งเสริมให้ใช้ภาษาจริงกลางในการติดต่อสื่อสาร  ตัวเขาเอง ก็ฝึกพูดภาษาจีนกลางจนสามารถพูดได้ดี

    จะเห็นได้ว่า นโยบายของรัฐบาลสิงคโปร์ตั้งแต่ปีค.ศ.1965 มาจนถึงปัจจุบัน มีส่วนสร้างความเจริญแก่ประเทศ  แม้ความสำเร็จต่างๆ ไม่ได้มาจากความคิดของลีกวนยูเพียงคนเดียว แต่เป็นผลงานร่วมกัน ของผู้บริหารรัฐบาลสิงคโปร์ทุกคน  ความคิดของลีกวนยูซึ่งเป็นผู้นำประเทศคนแรก และครองอำนาจอยู่เป็นเวลานาน ก็มีส่วนสำคัญในการกำหนดนโยบายเหล่านี้ ความคิดของลีกวนยู ที่ใช้นโยบายการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน คัดเลือกคนมีความรู้ความสามารถมาทำงานราชการ โดยการจ่ายผลตอบแทนที่สูง รักษากฎหมายกฏระเบียบอย่างเคร่งครัด ไม่ยอมให้มีการทุจริตคอรัปชั่น ไม่ต่อต้านการลงทุนต่างประเทศรวมทั้งจากบรรษัทนานาชาติขนาดใหญ่  ต้อนรับชาวต่างชาติ ที่มีความรู้ความสามารถให้เข้ามาทำงานในสิงคโปร์  ไม่มีการปฏิบัติ ที่ไม่เท่าเทียมกัน ระหว่างคนที่มีเชื้อชาติต่างๆ และมีนโยบายต่างประเทศเป็นกลาง เป็นมิตรกับทุกประเทศ แม้จะต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่ก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศจีน รัสเซีย และประเทศที่มีระบอบการปกครองสังคมนิยมอื่นๆ  ความคิดเหล่านี้ มีส่วนในการสร้างรากฐานในการพัฒนาประเทศ จนถึงปัจจุบัน

    พรรคกิจประชาชนเป็นพรรคเดียวที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งและเป็นรัฐบาล มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1965 จนถึงปัจจุบัน  ลีกวนยูเอง เป็นนายกรัฐมนตรีติดต่อกันนานกว่า 30 ปี  จนถึงปี 1990 จึงลาออกจากตำแหน่งนายก โกจ๊กตง (吴作栋 Go Chok Tong)ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว  ลีกวนยู ยังคงมีตำแหน่ง เป็นรัฐมนตรีอาวุโส จนถึงปี 2001  ในปีค.ศ. 2004 ลูกชายคนโตของลีกวนยู คือ ลีเซียนลุง(李显龙 Lee Sian Loong)ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี  จนถึงปี 2024  ลอเรนซ์ หว่อง (黄循财 lawrence Wong)ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี และอยู่ในตำแหน่งจนถึงปัจจุบัน

   การที่พรรคกิจประชาชน ชนะการเลือกตั้ง และเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ได้ ทุกสมัย ลีกวนยูและลีเซียนลุง ครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อรวมกันแล้วนานกว่า 50 ปี ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า สิงคโปร์ไม่ใช่ประเทศประชาธิปไตย แต่เป็นเผด็จการรัฐสภาและมีการสืบทอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  ซึ่งเป็นผู้บริหารประเทศสูงสุด จากพ่อไปสู่ลูก  ทั้งยังบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็ง และมีการลงโทษที่รุนแรง ประชาชนทั่วไป แม้มีความเป็นอยู่ดี แต่ไม่มีสิทธิเสรีภาพเต็มที่ สิงคโปร์จึงไม่มีประชาธิปไตยที่แท้จริง ความเจริญของประเทศต้องแลกด้วยการเสียสละสิทธิเสรีภาพของประชาชน อย่างไรก็ดี สิงคโปร์มีการเลือกที่ตั้งเสรี ไม่มีการซื้อเสียง ไม่มีการโกงการเลือกตั้ง การที่พรรคกิจประชาชน ชนะการเลือกตั้ง ได้เสียงข้างมากในรัฐสภาทุกครั้ง เพราะมีนโยบายที่ถูกใจประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

  สิงคโปร์มีนโยบายที่ทำให้ประเทศเจริญ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง มีเสถียรภาพ ประชาชนมีความเป็นอยู่ดี สังคมสงบ  อาชญากรรมมีน้อย ไม่มีความวุ่นวาย  นโยบายของรัฐบาลสิงคโปร์ จึงอาจเป็นตัวอย่างของการพัฒนาประเทศที่ดี ต่อประเทศอื่นๆได้

สรุปความคิดของผู้นำรัฐบาลต่อการพัฒนาประเทศ

    จากตัวอย่างของเหมาเจ๋อตง ทรัมป์ และลีกวนยู  เห็นได้ว่า ความคิดของผู้นำประเทศมีส่วนสำคัญต่อการสร้างความเจริญหรือทำให้ประเทศเสื่อมถอยในการพัฒนาเศรษฐกิจ ในกรณีของเหมาเจ๋อตง ที่มีความคิดเรื่องการต่อสู้ทางชนชั้น มุ่งทำลายศัตรูทางการเมือง  ไม่มีความรู้ ทางเศรษฐศาสตร์ และมีอำนาจมากในรัฐบาล  ทำให้เขาดำเนินนโยบายหลายอย่างที่ทำให้ประเทศจีนเกิดความเสียหาย  การรณรงค์ให้มีการต่อสู้ทางชนชั้น การวิพากษ์วิจารณ์และทำร้ายผู้ที่เขาคิดว่าเป็นฝ่ายขวา การมีนโยบายข้อมูลประชาชน การดำเนินนโยบาย“ก้าวกระโดดไปข้างหน้าที่ยิ่งใหญ่” ที่เร่งผลผลิต ถลุงเหล็ก ให้เพิ่มขึ้นมาก ในระยะเวลาสั้น  ทำให้ประชาชนอดอยากล้มตายจำนวนมาก  เศรษฐกิจของประเทศได้รับความเสียหาย   การปฏิวัติวัฒนธรรม ระหว่างปีค.ศ.1966-1976 ก็สร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจและสังคมอย่างใหญ่หลวง เหมาเจ๋อตง ยังใช้กลอุบายทำร้ายผู้ที่เขาระแวงว่าจะขึ้นมาแย่งชิงอำนาจ อย่างโหดร้าย  ความคิดและอุปนิสัยส่วนตัว ของเหมา จึงสร้างความเสียหายแก่ประเทศจีนมาก

    ในกรณีของทรัมป์ ความคิดของเขาที่ไม่สนใจการศึกษา สาธารณสุข การรักษาสภาพแวดล้อม ไม่เคารพสิทธิมนุษยชน  ไม่สนใจกฎระเบียบโลก อวดเก่ง และมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว เป็นประธานาธิบดีได้ไม่กี่ปี ก็ทำให้ทั้งอเมริกาและประเทศอื่นๆในโลก ต้องประสบกับความเสียหายมาก

   ความคิดของลีกกวนยู ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนานกว่า 30 ปีก็ส่งผลต่อนโยบายการพัฒนาประเทศสิงคโปร์มาก

   จึงสรุปได้ว่า ถ้าผู้นำรัฐบาลคิดดีทำดี  ประเทศจะเจริญรุ่งเรือง  แต่ถ้าผู้นำประเทศเป็นคนไม่ดีและมีความคิดที่ไม่ดี ก็จะมีนโยบายการพัฒนาประเทศที่ทำความเสื่อมเสียได้มาก ยิ่งมีอำนาจมาก ก็ยิ่งสร้างความเสียหายได้มาก

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *