เกมการเมืองก่อนเลือกนายกฯ : ว่าด้วยพรรคปชป.

เกมการเมืองก่อนเลือกนายกฯ : ว่าด้วยพรรคปชป.
ทหารประชาธิปไตย
ความเข้มข้นของการชิงไหวชิงพริบของพรรคการเมืองต่างๆในการต่อรองผลประโยชน์ก่อนมีการออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี ต่างก็มีลีลาแตกต่างกันไป แต่ขอเริ่มจากพรรคการเมืองที่เก๋าเกมการเมืองอย่างพรรคประชาธิปัตย์เป็นประเดิมก่อน
ทั้งนี้หลังจากประสบความสำเร็จในการบีบให้ฝ่ายที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จำต้องให้การสนับสนุนนายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้พรรคพปชร. แม้มีการเตรียมการจะส่ง สุชาติ ตันเจริญ ขึ้นชิงตำแหน่ง แต่จำต้องถอยเพราะถ้าเสียงแตกตำแหน่งประธานสภาก็จะตกอยู่กับ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทยที่มีพันธมิตร 7 พรรคสนับสนุน
จากนั้นปชป.ก็เดินเกมต่อรองเพื่อให้ได้กระทรวงที่ต้องการโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้นแกนนำพปชร.ทำท่าจะยอมก็เกิดกระแสต่อต้านภายในจากกลุ่มสามมิตร ที่วางตัว สมศักดิ์ เทพสุทิน ให้คุมกระทรวงนี้ จนเกิดความปั่นป่วนภายในพรรค ครั้นพอพปชร.เริ่มจะยื้อฝ่ายปชป.ก็เดินเกมต่อด้วยการเลื่อนการประชุมกรรมการบริหารพรรคร่วมกับส.ส.เพื่อการตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งเป็นการเลื่อนอย่างไม่มีกำหนด
ด้วยหมากนี้ทำให้กลไกฝ่ายพล.อ.ประยุทธ์ ต้องจัดการให้เลื่อนการออกเสียงเลือกนายกฯออกไป คาดว่าจะเป็นวันที่ 6 มิ.ย. แต่ถึงจะเลื่อนออกไปอย่างไร ก็คงไม่ได้คำตอบจากปชป.อยู่ดี นั่นเพราะปชป.ต้องการยืดเวลาออกไปจนพปชร.รอไม่ไหว ต้องเร่งให้มีการลงมติเลือกนายกฯโดยไว ก่อนมีเหตุแทรกซ้อน ทั้งนี้เพราะมั่นใจในเสียงสนับสนุนที่มีส.ว. 250 เสียง ร่วมด้วยช่วยกันอยู่แล้ว ไม่มีเสียงปชป.ก็ยังชนะลอยลำ
ด้วยประการฉะนี้ปชป.ก็สามารถรอดตัวที่เคยประกาศว่าไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ เพราะไม่ได้โหวตสนับสนุน ซึ่งฟันธงได้ว่าจะต้องงดออกเสียง หรือโหวตให้ อภิสิทธิ์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ฮ่า ฮ่า ฮ่าหมากนี้นับเป็นยอดกลยุทธทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ก็มิได้หมายความว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะไม่เข้าร่วมรัฐบาลเข้าร่วมแน่ เพราะไม่เคยสัญญาว่าจะไม่ร่วมรัฐบาล ซึ่งคงให้เหตุผลว่าเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ แต่นั่นก็ภายหลังที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว และปชป.ได้ต่อรองจนเป็นที่พอใจ ไม่งั้นก็อาจลอยแพปล่อยให้พล.อ.ประยุทธ์เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่ผู้เขียนเชื่อว่ายอมร่วมมากกว่า แหมเป็นฝ่ายค้านมันแห้งแล้งนะ เหมือนที่อดีตนายกฯบรรหารเคยแถลงต่อสาธารณะมาแล้ว จึงทำให้พรรคชาติไทยเข้าร่วมรัฐบาลเกือบทุกครั้ง
อย่างไรก็ตามรัฐบาลนี้ไม่น่าจะมีอายุยาวเกิน 1 ปี ไม่ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม
ผลที่จะเกิดกับพรรคประชาธิปไตย ก็คือความขัดแย้งภายในพรรคเรื่องการร่วม หรือไม่ร่วมรัฐบาลจะคุกรุ่นไปเรื่อยๆ แม้จะไม่ถึงกับแตกกันแต่พลังก็อ่อนลง แม้จะมีกระแสว่าการขัดแย้งกันภายในพรรคมันก็เป็นธรรมชาติ และอาจเป็นการเล่นละครเท่านั้น แต่ผลที่จะเกิดจากการเข้าร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลนี่แหละ จะมีผลกระทบต่อการลงคะแนนสนับสนุนพรรคปชป.ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
ถ้าปชป.เข้าร่วมรัฐบาล ปชป.ซึ่งเป็นพรรคแนวอนุรักษ์นิยมที่กำลังจะสูญพันธุ์ จึงพยายามสร้างคนรุ่นใหม่ โดยมีแกนนิวเดม เป็นตัวเดินสาย แต่คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ไม่นิยมพล.อ.ประยุทธ์ และแนวเผด็จการ ดังนั้นเสียงส่วนนี้จะขาดหายไปอีกมาก
ถ้าปชป.ไม่เข้าร่วมรัฐบาล ฝ่ายอนุรักษ์นิยมขวาจัด ผู้สูงวัยที่กลัวการเปลี่ยนแปลงชนชั้นกลางบางกลุ่ม พวกนิยมเผด็จการก็จะแอนตี้พรรคประชาธิปัตย์และจะทำให้คะแนนเสียงของปชป.หดหายไปอีก
งานนี้แม้ปชป.จะเก๋าเกม และได้ประโยชน์เฉพาะหน้า แต่ในระยะยาวซึ่งไม่ยาวนัก จะเกิดผลกระทบกับปชป.อย่างแน่นอน ไม่เชื่อคอยดู
อย่างไรก็ตามมันมีประเด็นที่พรรคการเมืองทั้งหลายต้องใคร่ครวญอย่างยิ่ง นั่นคือ การต่อรองทั้งหลายที่ทำกับพปชร.ไปแล้วนั้น จะมั่นใจอย่างไรจะได้ตามที่ตนต้องการ โดยเฉพาะการวางตัวเอาไว้ว่าจะให้ใครไปคุมกระทรวงที่ได้ตกลงกันไว้
ทั้งนี้เพราะพล.อ.ประยุทธ์ได้พูดไว้ชัดเจนว่าจะเป็นคนตรวจเลือกรายชื่อคนที่พรรคการเมืองต่างๆส่งมา ว่าเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งก็เป็นการถูกต้อง เพราะจะส่งใครมาร่วมรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องให้เขาดูก่อนว่าเหมาะสมและทำงานด้วยกันได้หรือไม่
นี่เองจึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ปชป.ได้โอกาสเลี่ยงการลงคะแนนเลือกนายกฯ และรอต่อรองโดยตรงกับพล.อ.ประยุทธ์ หรือตัวแทนในภายหลังซึ่งมีความแน่นอนกว่า
ส่วนพรรคอื่นๆหากผิดหวังหลังเลือกนายกฯแล้ว ก็มีทางเลือก 2 ทาง คือ กลืนเลือดตัวแทนแล้วคอยจังหวะต่อรองต่อไป หรือคอยแซะรมต.ที่อาจจะพลาดท่าเสียทีอะไรในอนาคตอันใกล้ หรือพากันถอนตัวมาเป็นฝ่ายค้าน แต่ถ้าถอนตัวแล้ว รัฐบาลยังมีเสียงเกิน 250 ก็คงแห้งตาย ถ้าถอนตัวแล้วรัฐบาลกลายเป็นเสียงข้างน้อย พล.อ.ประยุทธ์ก็อาจจะใช้วิธียุบสภา ซึ่งพวกนายทุนพรรคคงไม่อยากให้มีเลือกตั้งใหม่เร็วนัก ยังถอนทุนไม่เสร็จ ดังนั้นโอกาสถอนตัวคงยาก แต่จะเป็นประการแรกมากกว่าคือรอจังหวะที่ฝ่ายตนเองแต่คนละพรรคพลาดเก้าอี้กระเด็นก็จะเข้าสรวมทันที แต่ก็คงวุ่นวายน่าดู และก็กลับไปที่ข้อสรุปที่ว่ารัฐบาลนี้คงอายุไม่ยืนยาว นี่ยังไม่นับงูเห่าที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ในภาวะที่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำแบบนี้
ท้ายที่สุดฝ่ายที่คุมอำนาจไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล คือหาเรื่องยุบพรรคฝ่ายค้านเสียเพื่อตัดคะแนนในช่วงโหวตสำคัญๆ แต่คงไม่ใช่พรรคปชป.แน่นอน หากปชป.จะเลือกเป็นพรรคฝ่ายค้าน







