เตือนภัยกับสงคราโลกครั้งที่3: สงครามนิวเคลียร์

เตือนภัยกับสงคราโลกครั้งที่3: สงครามนิวเคลียร์
ศาสตราจารย์ พลโท ดร. สมชาย วิรุฬหผล
ความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะลดความร้อนแรงลงเลย ทั้งๆที่เราผ่านยุคสงครามเย็น (COLD WAR) มาแล้ว ซึ่งผู้เขียนอยากจะเรียกยุคนี้ว่า สันติภาพร้อน (HOT PEACE)
ประเด็นของความขัดแย้งและความตึงเครียดนั้นเริ่มประทุตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์เข้าเป็นประธานาธิบดี เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เพราะเขาเริ่มนโยบาย “อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง” (AMERICA GREAT AGAIN) และ “อเมริกันต้องมาก่อน” (AMERICAN FIRST)
ทรัมป์เริ่มจากการเพิ่มความร้อนแรงในตะวันออกกลางด้วยการถล่มซีเรียด้วยจรวดโทมาฮ๊อค และเริ่มปฏิบัติการต่างๆรวมทั้งสนับสนุนฝ่ายกบฎและกลุ่มก่อการร้ายในตะวันออกกลาง สนับสนุนสงครามในเยเมน ลิเบีย และที่สำคัญถอนตัวจากสนธิสัญญาการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ที่ทำกับอิหร่าน และอีกห้าประเทศมหาอำนาจ พร้อมๆกับประกาศปิดล้อมทางเศรษฐกิจอิหร่าน เพื่อกดดันให้อิหร่านยกเลิกการพัฒนาขีปนาวุธ อันเป็นการมัดมือชกซึ่งอิหร่านไม่ยินยอม
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้รัสเซียและจีนต้องเข้าไปมีบทบาทหนุนฝ่ายตรงข้ามกับสหรัฐเพราะนอกจากซีเรียจะเป็นพันธมิตรสำคัญของรัสเซียเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคแล้ว จีนก็ต้องพึ่งพาน้ำมันดิบจากเขตนี้ที่สำคัญสองมหาอำนาจนี้จำต้องหนุนอิหร่าน เพื่อต่อต้านอิทธิพลของสหรัฐและตะวันตกในตะวันออกกลาง
ต่อมาทรัมป์ก็เริ่มเปิดสงครามการค้ากับจีนด้วยการเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้ากับจีน ซึ่งจีนก็ตอบโต้เป็นระยะๆ และก็มีการเจรจากันเป็นช่วงๆแต่ก็ไม่ได้ข้อยุติ จึงมีการเพิ่มภาษีการค้าตอบโต้กันไปมา ล่าสุดจีนทำให้ค่าเงินหยวนอ่อนลงซึ่งเป็นมาตรการที่ทำให้การขึ้นภาษีการค้าของสหรัฐอ่อนค่าลงไปในขณะที่สหรัฐก็กำลังทบทวนว่าจะลดดอกเบี้ยนโยบายลงหรือไม่ เพื่อทำให้ค่าเงินดอลล่าร์อ่อนค่าลงด้วย อันถือว่าเป็นการแก้เกมส์กับจีนอีกด้านหากสหรัฐเห็นเหมาะสม
แน่นอนการทำสงครามแม้จะเป็นสงครามการค้า ก็ย่อมบาดเจ็บทั้งคู่ และสหรัฐดูจะบาดเจ็บมากกว่า แต่มันส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่จะชะลอตัวลง
ขณะที่สหรัฐเองก็ทำการปิดล้อมทางเศรษฐกิจกับรัสเซียด้วยแม้จะไม่รุนแรงแต่ก็ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ โดยสหรัฐกล่าวหาว่ารัสเซียเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ผ่านมา แม้มีการพิสูจน์ไประดับหนึ่งแล้วว่ารัสเซียไม่ได้กระทำการดังกล่าวแต่ก็ยังคงมีการปิดกั้นทางการค้าบางประการอยู่
ต่อมาสหรัฐก็ยกเลิกสนธิสัญญาการห้ามผลิตอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางซึ่งได้มีการตกลงกันมาตั้งแต่ ค.ศ 1963 คือการยกเลิกผลิตขีปนาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง INF(INERMEDIATE NUCLEAR FORCE) เมื่อยกเลิกสนธิสัญญาแล้วทรัมป์ก็อนุมัติให้มีการทดลองจรวดร่อน (CRUISE MISSEILE) ที่สามารถติดตั้งนิวเคลียร์ ที่ลอง บีชคาลิฟอเนียร์
ทำให้ปูตินมีปฏิกริยาตอบโต้และกล่าวหาว่าสหรัฐเตรียมตัวทำการทดลองอยู่ก่อนแล้วจึงหาเหตุกล่าวหาว่ารัสเซียละเมิดสัญญา พอเลิกสัญญาก็ทดลองทันที จึงขู่ว่าจะทำการตอบโต้
ดังนั้นรัสเซียจึงมีการปฏิบัติการเพื่มเพิ่มศักยภาพอาวุธของตนตามข้อมูลที่มีรัสเซียทดลองเติมเชื้อเพลิงที่มีสารกัมมันตรังสีโอโซโทบเพื่มทำให้จรวดร่อน (CRUISE MISSILE) มีอายุการใช้งานได้นานขึ้นแต่เกิดการผิดพลาดในการทดลองที่ NYONOKSA ใกล้กับ ARKHANGELSK ทางตอนเหนือของรัสเซีย
อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้มีคนตาย 7 คน รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์ทางด้านนิวเคลียร์ และมี2คนที่ยังไม่เสียชีวิตแต่ส่งไปยังโรงพยาบาลโดยไม่แจ้งสาเหตุ ทำให้พวกแพทย์โกรธมากเพราะสารปนเปื้อนกัมมันตรังสี นั้นจะทำให้อันตรายต่อคนไข้และแพทย์หากไม่มีการป้องกันที่ดี
นอกจากนี้กัมมันภาพรังสียังแพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ในรัสเซียและอาจแพร่กระจายไปถึงสแกนดิเนเวียนด้วย
อนึ่งการที่มหาอำนาจต่างรีบเร่งในการทดลองและขยายเขี้ยวเล็บทางนิวเคลียร์จะทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดสงครามนิวเครียร์มากขึ้นแม้แต่ละค่ายจะตระหนักว่าจะต้องยับยั้งชั่งใจอย่างมาก เพราะมันจะเกิดความเสียหายไปทั่วโลก ทั้งโดยตรงและจากการแพร่กระจายกัมมันภาพรังสี
แต่อันตรายอีกด้านก็คือเมื่อมีการเร่งรีบทดลองอาวุธนิวเคลียร์ก็อาจเกิดความผิดพลาดจนแพร่กระจายกัมภาพรังสีออกไป ทำให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ทั้งคนและสัตว์ได้อย่างมาก
กลับมาดูความตึงเครียดทางภูมิภาคเอเชีย การประท้วงที่ฮ่องกงสร้างความไม่พอใจให้กับจีนอย่างมากเพราะจีนมองว่า สหรัฐ-อังกฤษ ให้ความสนับสนุน เพื่อสร้างความวุ่นวายให้จีน และหากจีนปราบปรามอย่างรุนแรงก็จะทำให้เสียภาพลักษณ์อย่างมาก จีนถือว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน
ยิ่งไปกว่านั้นจีนยังไม่พอใจทีสหรัฐทำสัญญาซื้อขายอาวุธที่ทันสมัยให้กับใต้หวัน อันจีนถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ แต่สหรัฐยังไม่หยุดแค่นั้น ยังคงสนับสนุนกลุ่มเรียกร้องอธิปไตยและความเป็นอิระในไต้หวันซึ่งจีนยอมไม่ได้
ล่าสุดจีนจึงประกาศปิดน่านน้ำบริเวณช่องแคบจีนไต้หวันเป็นเวลา 48 ชม. โดยอ้างว่าจะทำการซ้อมรบในบริเวณนั้น
ทั้งนี้จีนต้องการประกาศชัดเจนว่าจีนมีอธิปไตยเหนือพื้นที่ดังกล่าว
ในขณะที่กองเรือที่ 7 ซึ่งปฏิบัติการอยู่แถวนั้น และมีฐานอยู่ที่กวม โอกินาวา และ อ่าวซูบิก ในฟิลิปปินส์ ก็มีการเตรียมความพร้อมแม้จะยังไม่ใช่ขั้นสูงสุดก็ตาม แต่ก็สร้างความตึงเครียดได้มาก
แน่นอนสงครามนิวเครียร์ หรือสงครามโลกครั้งที่ 3 ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพราะทั้งสองฝ่ายคงทราบดีว่าจะเกิดความเสียหายแบบวินาศสันตโรกับทั้งสองฝ่าย และทั่วโลก
แต่สงครามอาจประทุขึ้นได้ด้วยอุบัติเหตุ และสงครามนิวเคลียร์ก็มีโอกาศเกิดขึ้นได้มากเมื่อมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางและอาวุธนิวเคลียร์พิสัยใกล้ที่กำลังมีการพัฒนากันอยู่ทั้ง 2 ฝ่าย
สำหรับประเทศไทยและอาซียนเราเคยมีปฏิญญาร่วมกันว่าจะให้เขตอาเซียนเป็นเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ นำเสนอโดยประเทศไทยหลายปีมาแล้ว ซึ่งจะมีส่วนทำให้ประเทศในภูมิภาคนี้อาจได้รับผลกระทบจากสงครามนิวเคลียร์น้อยกว่า ประเทศที่มีการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ของทั้งค่ายสหรัฐและรัสเซีย-จีน
และแม้ว่าจะยังไม่มีข่าวยืนยันที่ชัดเจน แต่ก็มีคนตั้งข้อสงสัยว่าการที่สหรัฐนำเสนอจะถมทะเลนี้บริเวนแหลมฉะบังมาบตะพุด เพื่อสร้างถังเก็บน้ำมันนั้น อาจมีเจตนาแอบแฝงในการติดตั้งขีปนาวุธนิวเคลียร์ก็ได้
เพราะทั้ง 2 ค่ายต่างต้องการสร้างฐานอาวุธนิวเคลียร์แบบปิดลับกันมาโดยตลอด และยากที่สื่อจะเข้าไปเจาะข้อมูลเหล่านี้ได้
รัฐบาลไทยจึงต้องใคร่ครวญให้ดีหากจะตัดสินใจอย่างไรต่อไปเกี่ยวกับเรื่องนี้และควรจะต้องทบทวนเรื่อง EEC ให้รอบคอบอีกครั้งก่อนที่จะมีผลต่อการครอบครองที่ดินไทยจากต่างชาติในระยะอันใกล้นี้
เมืองไทยอะไรๆมันง่ายไปหมดละครับ มันถึงเป็นสวรรค์สำหรับอาชญากรรมข้ามชาติ และจารกรรมข้ามชาติเศร้าครับ







