INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

สรุปเบื้องหน้า เบื้องหลัง covid 19 และวัคซีน

สรุปเบื้องหน้า เบื้องหลัง covid 19 และวัคซีน

ศ.พล.ท ดร.สมชาย วิรุฬหผล

หลังจากได้ติดตามข้อมูลข่าวสารทั้งที่เป็นความจริงความเท็จและข่าวที่เกิดจากการมโน แล้วผู้เขียนก็ขอสรุปเรื่องราวเพื่อความเข้าใจในภาพกว้างอันจะทำให้เราได้ก้าวข้ามสถานการณ์การแพร่ระบาดของCovid19 นี้ไปด้วยความเข้าใจดีพอ หากเกิดโชคร้ายถึงแก่ชีวิตจะได้ตาย ด้วยความเข้าใจ

ประการแรกภายหลังการแพร่ระบาด covid 19 ที่อู่ฮั่นและมีการโยงใยว่า covid-19 เกิดจากการบริโภคค้างคาวหรือสัตว์ป่าที่มีเชื้อโรคเหล่านี้โดยมันได้กลายพันธุ์เข้ามาติดมนุษย์และแพร่กระจายไปทั่วโลกซึ่งเป็นจังหวะที่เหมาะสมคือมีการแข่งขันกีฬาทหารโลก ก่อนการระบาดโรคไม่นาน

ต่อมาก็พบว่าเชื้อ covid19 นั้นมีการตัดต่อพันธุกรรมซึ่งจะเอาอะไรมาบวกก็ว่ากันไป แต่ก็พอจะกล่าวได้ว่า มีการตัดต่อเชื้อโรค ไข้หวัดซาร์ ที่เคยคร่าชีวิตมนุษย์จำนวนมาก เมื่อหลายปีมาแล้ว นอกจากนั้นก็เอามาตัดต่อกับโรคเอดส์ที่มี สมรรถภาพในการกลายพันธุ์ ซึ่งมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน

  

            ที่นี้ก็เลยมีการพุ่งเป้าไปที่ห้องแลปเกี่ยวกับเรื่องการเพาะเชื้อโรคเพื่อการศึกษาที่ต้องมีวิทยาการในระดับสูงก็เลย เข้าทางเพราะที่อู่ฮั่นมีห้องแลปดังกล่าวอยู่ โดยมีความร่วมมือกับนานาชาติ แต่ต่อมาเกิดความขัดแย้งบางประการจีนจึงเข้าควบคุมทั้งหมด

ประเด็นนี้เลยกลายเป็นเรื่องการเมืองเพราะมีการกล่าวโทษว่าจีนทำสงครามชีวภาพซึ่งจีนก็ให้การปฏิเสธมาโดยตลอด ก็ใครจะยอมรับเล่า ต่อมาจีนยอมให้องค์การอนามัยโลกมาตรวจในระดับหนึ่งซึ่งก็ยังไม่ เคลียร์

ขณะเดียวกันก็มีข่าวการแพร่ระบาดของ covid 19 นั้นเกิดขึ้นก่อนอู่ฮั่น โดยเกิดที่ฝรั่งเศสและที่สหรัฐแถวโคโรลาโดซึ่งก็บังเอิญมีห้องแลปที่มีลักษณะเดียวกับที่อู่ฮั่น เอาละซิตกลงใครเป็นคนสร้างเชื้อโรคและมันแพร่กระจายเพราะอุบัติเหตุหรือตั้งใจเพื่อทำสงตรามชิวภาพกันแน่ เรื่องนี้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนนอกจากการอนุมาน

แต่ผลจากการแพร่ระบาดของ covid 19 ทำให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากจนใกล้200ล้านคนแล้วและเสียชีวิต หลายล้านคน เศรษฐกิจพังยับเยินกระทบไปทั่วโลก

            ประการที่ 2 เมื่อเกิดการระบาด ก็มีบริษัทยาหรือสถาบันหลายแห่งทำการค้นหาวัคซีน เพื่อป้องกันการระบาด และยาเพื่อการรักษา โดยหลักๆก็มี มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด  ร่วมกับบริษัทยาการทดลองผลิต ASTRA ZENEKA ในสหราชอาณาจักรส่วนสหรัฐ ก็มีการค้นคว้าเเละผลิต ไฟเซอร์ โมเดอร์น่า และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน รัสเซียผลิตสปุกนิกวี จีนผลิตSINOVAC และ SINOPHARM และยังมีอีก 2-3บริษัทที่ทำการผลิตวัคซีนอีกแต่ไม่ค่อยดังเหมือนที่กล่าวมาข้างต้น

ปัญหาคือในการวิจัยที่ทำอย่างรีบเร่งบริษัทหรือสถาบันเหล่านี้ต้องการหาเงินทุนมาอุดหนุนในระบบทุนนิยมส่วนในระบบสังคมนิยมนั้นรัฐบาลเป็นนายทุนใหญ่อยู่แล้ว

คราวนี้สถาบันหรือบริษัทยาก็ต้องระดมทุนด้วยการเปิดให้จองโดยวัตถุประสงค์จะเอาเงินมาใช้ในการวิจัย หากล้มเหลวก็ไม่ได้คืนซึ่งประเทศที่ร่ำรวยมีทุนมากก็มาจองมาก ส่วนประเทศปานกลางมีทุนไม่มากก็จองน้อย แต่ประเทศยากจนไม่มีสิทธิ

ดังนั้นองค์การอนามัยโลกจึงได้จัดเป็นกองทุนรวม covax เพื่อเจรจาขอจองจากบริษัทหรือสถาบันที่ผลิตยา งานนี้มีการระดมทุนทางจากทั้งประเทศยากจนและร่ำรวยเพื่อช่วยประเทศที่ยากจนให้มีวัคซีนมากพอไม่พอเป็นอีกเรื่อง

เมื่องานวิจัยและการทดลองผ่านขั้นที่ 3  แล้วก็มีการเปิดขายทั่วโลกแต่จะมีจำนวนจำกัดและต้องรอให้ประเทศที่จองได้ก่อน ในขณะที่ประเทศร่ำรวยจองไว้หลายที่และมีจำนวนมาก ทำให้มีวัคซีนเหลือเเฟือเกินกว่าประชากร  ส่วนในประเทศระดับปานกลางและยากจนขาดแคลนวัคซีนและได้รับล่าช้า

ตรงนี้ก็เกิดดราม่าทางการเมืองขึ้นทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศกล่าวคือเหตุการณ์ภายในประเทศเมื่อประชาชนเกิดการตื่นกลัวอย่างมากและรัฐบาลไม่อาจตอบสนองเรื่องการฉีดวัคซีนได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดจนเกิดความตึงเครียดภายในประเทศ ทำให้มีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยหลายประเทศต้องลาออก

ส่วนการเมืองระหว่างประเทศนั้นเนื่องจากประเทศตะวันตกกำลังโกลาหลเพื่อตอบสนองความต้องการวัคซีนภายในประเทศ แม้จะมีตุนไว้อย่างเหลือเฟือก็ ยังไม่ยอมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับประเทศยากจน ทำให้เกิดช่องว่างที่จีนและรัสเซียเข้าไปเติมช่องว่างนี้บางส่วนแต่ได้ใจหลายประเทศกำลังพัฒนาทีเดียว

ร้อนถึงสหรัฐ นายบลิงเกน รมต.ต่างประเทศต้องออกมาดิสเครดิทว่าวัคซีนจีนไม่มีคุณภาพในขณะที่ตัวสหรัฐยังไม่เคยช่วยใครเลยทั้งที่มีวัคซีนตุนไว้จำนวนมากและยังมีที่สั่งจองอีกเพียบ

          ขณะเดียวกันผู้ผลิตวัคซีนทั้งหลายก็พยายามขยายกำลังผลิต เช่นแอสตร้าเซเนก้าได้ร่วมมือกับอีกหลายประเทศเช่น อิตาลี อินเดียและไทยเพื่อผลิตวัคซีนให้มีวัคซีนมาพอและออกมาทันเพียงพอต่อความต้องการ

การเมืองเรื่องวัคซีนยังไม่จบยุโรปซึ่งไม่พอใจที่อังกฤษแยกตัวออกจาก EU ด้วยสิ่งที่เรียกว่าBREXIT  นั้นขยายเหตุจากเรื่องผลข้างเคียงของวัคซีนเเอสตร้าเซเนก้า ที่วิจัยและผลิตในอังกฤษเป็นทีแรก ด้วยการสั่งแบนด์หรือระงับการใช้ลงชั่วคราวในยุโรปหลายประเทศ ทำให้แอสต้าเซเนก้า มีปัญหาในการจำหน่ายไปยังที่อื่น

ในอีกด้านหนึ่งยุโรปก็เรียกร้องให้แอสต้าเซเนก้ารีบเร่งส่งวัคซีนตามสัญญาที่ค้างอยู่300ล้านโดส เพราะเห็นว่าจะผลิตไม่ทัน หากทำไม่ได้จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเรื่องวัคซีนนั้นมีหลายมิติทั้งการเมือง ผลประโยชน์ และการสงคราม ต้องมองให้รอบด้าน

สหรัฐเองคงต้องทบทวนโบายใหม่ว่าจะทำอย่างไรกับวัคซีนที่ตุนไว้มากมาย ยังมีคานาดาที่มีวัคซีนถึง5เท่าของประชากรที่ต้องทบทวนเหมือนกัน ในขณะที่ประเทศยากจนขาดแคลนอย่างมาก ที่แน่ๆผู้ผลิตวัคซีนรวยอื้อ

ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าการแพร่ระบาด covid 19 คือปัญหาของโลกโดยรวมหากประเทศยากจนและปานกลางยังมีการแพร่ระบาดอยู่ประเทศร่ำรวยก็อย่าคิดว่าจะปลอดภัยจากการแพร่ระบาด 100% ที่สำคัญวัคซีนนี่ตัดต่อ พันธุกรรมนี่มันมีความสามารถในการกลายพันธุ์ได้ซึ่งอาจทำให้วัคซีนที่ฉีดไปไม่ได้ผลต้องมีวัคซีนใหม่ออกมาอีก

ข่าวล่าสุดอ้างว่าทางเยอรมันได้มีการคิดค้นผลิตยารักษา covid 19 ได้แล้วโดยใช้รับประทานส่วนทางจีนก็มีการแพร่ข่าวออกมาว่าได้ผลิตยารักษาโควิด ด้วยการฉีดพ่นเข้าทางจมูกและปากเพื่อให้ลงไปที่ปอด เพื่อจัดการกับโรคที่ต้นตอcovid 19

         ในประเทศไทยก็มีข่าวสะพัดว่าฟ้าทะลายโจรสกัด กระชายขาวปั่น น้ำขิงเเก่ แม้แต่ยาเขียวสามารถรักษาโรคโควิตได้ยังไม่พอมีการอ้างอิงถึงโรงพยาบาลแห่งหนึ่งได้มีการคิดค้นคว้ายาแก้โควิตจากใบยาสูบ ซึ่งสอดคล้องกับการวิจัยคนที่สูบบุหรี่มากๆจะมีภูมิคุ้มกัน covid-19 ในระบบทางเดินหายใจแต่ก็ไม่มีการรับรองว่าจะไม่เป็นโรคถุงลมโป่งพองนะครับ

อนึ่งก็ต้องระมัดระวังนะครับสมุนไพรแม้ไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงเหมือนสารเคมีแต่ถ้าบริโภคโดยไม่ระมัดระวังอาจทำให้ตับไตพังได้จึงควรระวังโดยการบริโภคตามแพทย์สั่งจะปลอดภัยกว่า

ยังมีข่าวมโนที่ไปเชื่อมโยงกับหลายๆข้อมูล จริงบ้างเท็จบ้าง แต่เอาการมโนมารวมกันว่าวัคซีนนี้อาจมีการใส่ไมโครชิพเพื่อควบคุมประชากรโลกหรือทำให้เกิดการกลายพันธุ์ในมนุษย์และ RNA ในวัคซีนเป็นสิ่งแปลกปลอมที่อาจไปกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง DNA ในมนุษย์และ และอาจทำให้มนุษย์กลายเป็นซอมบี้ ก็คงต้องฟังหูไว้สองหูนะครับ เพราะในโลกที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็วอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ถึงขนาดบอกว่าวัคซีนทำจากสารสกัดดีเอ็นเอเด็กในครรภ์ 6 เดือน ผู้เขียนทำใจให้เชื่อไม่ได้จริงๆ ส่วนใครจะเชื่อก็ตามสบายครับ

สุดท้ายรัฐบาลไทยเพื่อต้องการสร้างขวัญและกำลังใจจึงประกาศจะให้มีการสวดมนต์ทั่วปรเทศในวันที่11พค.นี้ ส่วนจะได้ผลมากน้อยอย่างไรขึ้นกับศรัทธา และกฏแห่งกรรม

อนึ่งเรื่องของผลข้างเคียงนั้นย่อมมีในทุกยี่ห้อ มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่บุคคล อย่าตื่นกลัวเกินไป หากไม่แนใจให้ปรึกษาแพทย์

ทั้งนี้ยังมีเหตุที่อาจบานปลายยุ่งเหยิงไปใหญ่ก็คือหากถึงเดือนมิย.แล้วรัฐบาลไม่อาจจัดหาวัคซีนได้เพียงพอตามกำหนด และฉีดไม่ครอบคลุมประชากรได้50ล้านคนภายในสิ้นปีนี้ ความเชื่อถือของประชาชนที่ไม่ค่อยมีอยู่แล้วคงพังทะลายลง เหตุเพราะรัฐบาลไม่สามารถรักษาสัญญามาโดยตลอด

ในขณะนี้จึงมีความหลากหลายต่อความต้องการของประชาชนอยู่หลายกลุ่ม โดยกลุ่มแรกอยากให้มีการฉีดวัคซีนโดยเร็วโดยอาจร่วมมือกับเอกชน เช่นนักธุรกิจและผู้ตกงานที่ต้องการให้เศรษฐกิจฟื้นตัวโดยเร็ว   กลุ่มสองกลัวอาการข้างเคียงจึงยังไม่อยากฉีดในตอนนี้   กลุ่มสามอยากมีวัคซีนทางเลือก และพร้อมฉีดในโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งพวกนี้พอมีเงินและความรู้  กลุ่มสี่ต้องการให้รัฐบาลจัดงบสนับสนุนทั้งหมดไม่ว่าจะฉีดที่ไหน เพราะมองว่ามันเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ต้องจัดงบให้ประชาชน ด้วยเห็นว่าขนาดอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่จำเป็นในยามวิกฤตินี้ยังจัดงบสนับสนุนได้ จึงเห็นได้ว่าแม้ประชาชนจะมีความเห็นเป็นหลายกลุ่มแต่ที่สำคัญคือความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องฟื้นฟูด้วยการรักษาสัญญาและการประชาสัมพันธ์ที่ตรงไปตรงมา ก็หวังว่าแค่นี้คงทำได้

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com