INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

กิติมา อมรทัต  ไร่นาน อรุณรังษี สองปัญญาชนมุสลิมร่วมสมัย (25)

img 6673

กิติมา อมรทัต  ไร่นาน อรุณรังษี สองปัญญาชนมุสลิมร่วมสมัย (25)

จรัญ มะลูลีม

คำนำของชัยค์ แห่งอัลอัซฮัร (ต่อ)

ความมั่นใจอย่างแน่นแฟ้นของ ดร.ฮัยกัลได้รับการยืนยันโดยเหตุการณ์จริงๆ สิ่งที่เราได้แลเห็นอยู่ทุกวันนี้   ในเรื่องความเป็นห่วงของตะวันตกเกี่ยวกับการศึกษาถึงมรดกของเรา    และในความเอาใจใส่ของนักวิชาการตะวันตก   ในอันที่จะศึกษาถึงมรดกของอิสลามเนื้อหาต่างๆ ของอิสลาม   ประวัติศาสตร์โบราณและสมัยใหม่รวมทั้งผู้คนของอิสลาม    การปฏิบัติอย่างยุติธรรมที่นักวิชาการเหล่านั้น  บางคนมีต่องานการของท่านศาสดา  และสุดท้ายก็คือสิ่งที่เรารู้ด้วยประสบการณ์ถึงชัยชนะขั้นสุดท้ายของสัจธรรม   ทั้งหมดเหล่านี้นำไปสู่ข้อพิจารณาว่าอิสลามจะต้องแพร่ขยายไปทั่วโลก   เมื่อเป็นเช่นนั้นผู้ที่เป็นปรปักษ์อย่างแข็งขันที่สุดต่ออิสลาม  ก็อาจจะเป็นศัตรูที่แข็งแรงที่สุดของอิสลาม  ในขณะที่ผู้ที่เป็นปรปักษ์อย่างห่างๆ นั้นอาจกลายมาเป็นผู้หันมารับและปกป้องอิสลามก็ได้ดังที่ในสมัยต้นๆ คนแปลกหน้าได้สนับสนุนอิสลาม  คนแปลกหน้าก็อาจจะเป็นผู้ช่วยให้อิสลามได้ประสบชัยชนะขั้นสุดท้ายได้เช่นกัน  กล่าวกันว่า “อิสลามเริ่มต้นขึ้นเหมือนกับคนแปลกหน้า  และจะกลับไปเหมือนกับคนแปลกหน้า   ขอพระผู้เป็นเจ้าทรงอำนวยพรแก่คนแปลกหน้าด้วยเถิด!”

เนื่องด้วยท่านศาสดาเป็นศาสดาท่านสุดท้าย  และโลกนี้จะไม่มีศาสดาอีกต่อไป  หลังจากท่านและเนื่องจากศาสนาของท่านเป็นศาสนาที่สมบูรณ์ที่สุด   ดังที่พระมหาคัมภีร์ได้กล่าวไว้จึงเป็นไปไม่ได้ที่อิสลามจะคงมีสถานภาพเดิมเช่นนี้อยู่ตลอดไป   รัศมีอิสลามจะต้องกลบรัศมีอื่นๆ เสียหมดเหมือนดังแสงอาทิตย์กลบแสงดาวเสียกระนั้น

ดร.ฮัยกัลได้บรรยายถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตของท่านศาสดาอย่างใกล้ชิดติดต่อกันและกันเพราะฉะนั้นหนังสือของท่านจึงเป็นข้อโต้เถียงที่มีส่วนประกอบ   ซึ่งถักสานกันไว้อย่างใกล้ชิดแน่นหนาในทุกๆ เรื่อง   ท่านมีหลักฐานอันเข้มแข็งมาสนับสนุน  และได้กล่าวถึงไว้อย่างชัดเจนและมั่นใจ   งานของท่านจึงมิใช่เป็นเพียงแต่การเชิญชวนเท่านั้น   มันเป็นหนังสือที่น่าอ่านซึ่งจะทำให้ผู้อ่านอ่านต่อไปจนกระทั่งจบ

ยิ่งกว่านั้นหนังสือเล่มนี้ยังมีการศึกษาในหลายๆ เรื่อง   ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับชีวประวัติของท่านศาสดาโดยตรง  แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับตอบปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่   ในที่สุดนี้ขอให้ข้าพเจ้าจบคำนำนี้  ด้วยการขอพรให้กับผู้ที่เป็นครูแห่งมนุษย์ทั้งหลาย   ขอความสันติจากพระผู้เป็นเจ้าบังเกิดแก่วงศ์วานและสาวกของท่านเถิด  ดังนี้  “โอ้พระผู้เป็นเจ้า  ข้าพระองค์ขอพึ่งพิงอยู่ภายใต้รัศมีแห่งพระพักตร์ของพระองค์  ซึ่งจักทำให้ความมืดซึ่งอยู่เบื้องหน้ารัศมีนั้นกลายเป็นความสว่างไสว   และโลกนี้อีกทั้งโลกหน้าจะถูกสร้างขึ้นอย่างมั่นคง   ด้วยพระบัญชาของพระองค์   ขอทรงปกป้องข้าพระองค์จากความโกรธขึ้ง   และไม่พอพระทัยของพระองค์  การตัดสินย่อมเป็นของพระองค์แต่ผู้เดียว  การตัดสินนั้นอาจหนักหนาสาหัส   เมื่อพระองค์ไม่ทรงโปรดปรานไม่มีอำนาจหรือพลกำลังใดๆ นอกจากในพระองค์

15 กุมภาพันธ์ 1935

มุฮัมมัด มุศเฏาะฟา อัลมะรอฆี

ชัยค์แห่งอัลอัซฮัร

“แท้จริงอัลลอฮฺและมลาอิกะฮฺ (อรูปวิญญาณเทียบได้กับทูตสวรรค์) ของพระองค์  ต่างอำนวยพรแก่ศาสดา  บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย  จงวิงวอนขอความสันติของพระองค์  และคำอำนวยพรแก่ท่านเถิด” กุรอาน 33 : 56

ด้วยพระนามของพระผู้เป็นเจ้า  ผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงปรานียิ่ง

“บรรดาการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก  ผู้ทรงกรุณา ผู้ทรงเมตตาเสมอ  ผู้ทรงสิทธิแห่งวันตอบแทน  เฉพาะพระองค์เท่านั้นที่เราเคารพภักดี   และเฉพาะพระองค์เท่านั้นที่เราขอความช่วยเหลือ   ขอพระองค์ได้โปรดนำเราสู่ทางที่เที่ยงตรง  ทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงประทานความโปรดปรานแก่เขาทั้งหลาย   ไม่ใช่ทางของพวกที่ถูกกริ้วและไม่ใช่ทางของพวกที่หลงผิด” (กุรอาน 1 : 1-7)

ในฐานะหนึ่งในผู้แปลหนังสือมุฮัมมัดมหาบุรุษแห่งอิสลาม ผมจึงขอสรุปถึงแนวคิดอิสลามที่มีต่อการดำเนินชีวิตของศาสดามุฮัมมัด (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) จากถ้อยคำของ ดร.ฮัยกัลที่กล่าวเอาไว้ในเรื่องนี้ว่า

…… ความเมตตาของศาสดามุฮัมมัด (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) มิได้เกิดจากความอ่อนแอ หรือการยอมและก็มิได้เสียไปด้วยความหยิ่งทะนงจองหอง  หรือปรารถนาที่จะได้รับการขอบคุณ แต่เป็นไปเพื่อพระผู้เป็นเจ้าด้วยความบริสุทธิ์ใจ  อิสลามวางความยุติธรรมเคียงข้างความเมตตา  และถือว่าความเมตตาที่ปราศจากความยุติธรรม  ย่อมไม่ใช่ความเมตตา  ความเมตตาปรานี  จะเป็นที่เหมาะที่ควร  และการทำดีที่เกิดจากความเมตตานั้นจะมีค่าควรแก่การสรรเสริญก็เพียงแต่เมื่อแรงดลใจนั้นมาจากภายใน  มีเจตนารมณ์ที่เป็นอิสระและมีความมุ่งหมายคือเพื่อความโปรดปรานจากพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น   ความเมตตาควรออกมาจากดวงวิญญาณที่เข้มแข็ง  ซึ่งไม่รู้จักจำนนต่อสิ่งใด  นอกจากพระผู้เป็นเจ้า  และไม่รู้จักความพ่ายแพ้ต่อความอ่อนแอ  มิได้เป็นไปอย่างสุดโต่งในนามของผู้ใจบุญ    และไม่รู้จักหวั่นกลัวหรือโศกเศร้าเสียใจ  เว้นแต่จะเสียใจในเรื่องของการทำผิด หรืออาชญากรรมที่ตนประกอบขึ้น  ตราบใดที่ดวงวิญญาณตกอยู่ใต้อำนาจภายนอก   มันจะไม่มีวันเข้มแข็งได้เลย  และมันจะไม่มีวันเข้มแข็งได้ถ้ามันยืนอยู่ภายใต้อำนาจกิเลสตัณหาของมันเอง…..

79823662 10156760134440777 3943601523367346176 n

ปรัชญาอิสลาม (ฉบับสมบูรณ์) หนังสือที่เกี่ยวกับศาสนาอิสลามเล่มสุดท้ายของกิติมา อมรทัต

กิติมา  อมรทัต  อิมรอน  มะลูลีม (ศ.ดร.อิมรอน มะลูลีม) จรัญ มะลูลีมเขียน สำนักพิมพ์อิสลามิค อะคาเดมี ตีพิมพ์ในเดือนตุลาคม ปี 2550 ความยาว 484 หน้า ราคา 470 บาท

เป็นงานด้านศาสนาอิสลามเล่มสุดท้ายที่กิติมา อมรทัต เขียนก่อนจะกลับไปสู่อ้อมกอดของพระผู้เป็นเจ้า

ทั้งนี้ผมได้เขียนคำนำของหนังสือเล่มนี้เอาไว้ว่าหนังสือปรัชญาอิสลาม เป็นหนังสือที่พยายามให้มีเนื้อหาสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ผู้เขียนทุกคนจะหามาได้

ปรัชญาอิสลามเล่มนี้ เป็นการนำเอางานของ ศ.ดร.อิมรอน มะลูลีม และงานที่เขียนขึ้นใหม่ของ ดร.กิติมา อมรทัต มาจัดลำดับพร้อมกับเพิ่มเติมงานที่ผมแปลและค้นคว้าลงไป

ก่อนที่อาจารย์กิติมา อมรทัตจะกลับไปสู่ความเมตตาของพระองค์อัลลอฮฺ (ศุบห์) และอยู่ในช่วงป่วยไข้อาจารย์ได้อุทิศเวลาให้แก่ปรัชญาอิสลาม  อย่างหาผู้ใดเสมอเหมือนได้ยาก   ทั้งนี้เพราะอาจารย์สามารถเขียนหนังสือได้ท่ามกลางความเจ็บป่วยทางกายและต้องออกเดินทางไปมาระหว่างบ้านกับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อยู่เกือบสองปี

ผมเดินทางไปเยี่ยมอาจารย์เป็นระยะๆ ทั้งที่โรงพยาบาลและบ้านที่พระประแดง  อาจารย์ไม่เคยแสดงอาการท้อแท้ให้เห็น  แต่ได้ต่อสู้กับโรคร้ายด้วยความอดทนและมีสติ   และใช้เวลาที่มิได้เข้าโรงพยาบาลเขียนหนังสือโดยเฉพาะปรัชญาอิสลาม  ที่อาจารย์โทรให้ผมและคุณสมชาย สมภักดี  ญาติของผมไปรับต้นฉบับอยู่เนืองๆ การไปรับต้นฉบับคือการได้เยี่ยมเยียนแลกเปลี่ยนทรรศนะและถามถึงความเป็นไปในชีวิตในเวลาเดียวกัน

แม้ว่าอาจารย์จะแนะนำเรื่องการเรียบเรียงกับผมเอาไว้หลายบท  แต่อาจารย์ก็ไม่มีโอกาสได้อ่านต้นฉบับที่ผมเรียบเรียงเพราะอาจารย์ได้จากไปเสียก่อน   ท่ามกลางความอาลัยรักของผู้คนที่รู้จักอาจารย์ทุกคน

ผมเองเดินทางไปศึกษาที่อินเดียครั้งแรกกับอาจารย์และพี่ชาย (ศ.ดร.อิมรอน มะลูลีม และคุณเจริญ มะลูลีม อดีตรองประธานองค์การบริหารส่วนตำบล   คลองตะเคียน  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) และมีความผูกพันกับอาจารย์มาตลอดระยะเวลายาวนาน  นับเป็นกัลยาณมิตรที่เป็นผู้ให้อย่างแท้จริง

ขณะที่อยู่ในประเทศอินเดีย อาจารย์ได้สละเวลาอันมีค่าให้กับผมมาตลอด  ไม่ว่าจะช่วยอ่านต้นฉบับแปล  หาหนังสือจากสำนักพิมพ์ในเมืองไทยมาให้แปล  (ส่วนใหญ่เป็นงานจากสำนักพิมพ์สร้างสรรค์ของคุณประสิทธิ  รุ่งเรืองรัตนกุล)  ช่วยตรวจทานและส่งเสริมให้ผมมีรายได้จากการแปลหนังสือ  ในขณะที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่   ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นคุณูปการณ์อันงดงามที่ยังอยู่ในความทรงจำของผมตลอด  ไม่ว่าขวบปีจะผ่านไปยาวนานแค่ไหนก็ตาม

ทั้งอาจารย์ ดร.กิติมา อมรทัต  ศ.ดร.อิมรอน มะลูลีม และผมเป็นนักศึกษาไทย 3 คนของมหาวิทยาลัย Muslim Aligarh ที่ได้รับทุน University Grants Commission ซึ่งเป็นทุนของรัฐบาลอินเดีย ในระดับก่อนปริญญาเอก (M.Phil) ปริญญาเอกและหลังปริญญาเอก (ในกรณีของอาจารย์ ดร.กิติมา อมรทัต) จากคณะเอเชียตะวันตก (West Asian Studies) หรือตะวันออกกลางศึกษา ข้อดีของการเป็นนักเรียนทุนก็คือ การมีเวลาให้แก่การศึกษามากขึ้นได้อยู่ห้องสมุดมากขึ้น   และได้รับการบริการจากมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี   ซึ่งผมต้องขอขอบคุณคณาจารย์ของคณะทุกท่าน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสตราจารย์ ดร.มะห์มูดุล ฮัก (Prof.Dr. Mahmudul Haq) ผู้เชี่ยวชาญด้านโลกมุสลิมที่เป็นพลังผลักดันให้ผู้เขียนปรัชญาอิสลาม ทุกคนหันมาสนใจโลกมุสลิมและปรัชญาอิสลาม

Mr.Mahmudul Haq

ในการเชื่อมต่อ ใส่เชิงอรรถ เทียบคำภาษาอาหรับ รวมทั้งการดึงเอาเนื้อหาสำคัญมาเป็นคำอธิบายในเชิงอรรถ ฯลฯ   ผมเองได้พยายามทำให้ดีที่สุดแล้ว  ซึ่งผมเองก็ไม่มั่นใจว่าจะทำหน้าที่นี้ได้ดีแค่ไหน

งานของ ศ.ดร.อิมรอน มะลูลีม ก็เป็นปฐมบทสำคัญต่อการเรียนรู้ปรัชญาอิสลามหรือปรัชญามุสลิม  และเปิดศักราชงานเขียนแนวนี้ขึ้นในตลาดหนังสือแนวปรัชญา  ทั้งในแวดวงมุสลิมและในฐานะที่เป็นตำราในมหาวิทยาลัย

เป็นที่รับรู้กันว่าปรัชญาอิสลามให้ความอิ่มเอิบแก่ชีวิต  ถ้าผู้อ่านอ่านอย่างใคร่ครวญก็จะพบกับอาณาจักรแห่งจิตวิญญาณและความเกรียงไกรของพระผู้เป็นเจ้า

อิสลามเป็นศาสนาแห่งขันติธรรม เป็นศาสนาที่มีความยืดหยุ่นและมีส่วนประกอบของความคิดก้าวหน้าอยู่ในตัว   เพราะฉะนั้นจึงเป็นธรรมดาอยู่เองที่ความคิดของมุสลิมจะมีรูปแบบเสรี  อิสลามสนับสนุนให้มีความปรองดองระหว่างเหตุผลและวิวรณ์ (วะยุห์) หรือการเปิดเผยของพระเจ้า

สำหรับพวกนิยมความลี้ลับ  อิสลามก็เป็นวิถีทางแห่งความสมบูรณ์ด้านจิตวิญญาณและสำหรับนักวิทยาศาสตร์  อิสลามก็คือศาสนาแห่งวิวัฒนาการทางธรรมชาติศาสนาอิสลามกลืนเอาทุกสิ่งที่ดี  รวมเอาทุกอย่างที่เป็นประโยชน์และรวบรวมความคิดทุกแขนงไว้เป็นอย่างดียิ่ง  ท่านศาสดากล่าวว่า “ความรู้คือสมบัติที่หายไปของผู้ศรัทธา” และ “จงรวบรวมเอาความรู้เอาไว้เถิด  มันจะไม่เป็นอันตรายต่อท่านดอกไม่ว่ามันจะมาจากไหน (แหล่ง) ไหนก็ตาม “อิสลามจึงเป็นศาสนาที่เคลื่อนไหวอยู่เสมอไม่หยุดนิ่ง นักปรัชญามุสลิมสามารถเก็บดอกไม้จากท้องทุ่งทุกแห่ง

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *