INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

กบฏวากเนอร์ : หมากรุกชั้นเดียวหรือหมากรุกหลายชั้น ตอนที่ 3

คอลัมน์  ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

ทหารประชาธิปไตย

กบฏวากเนอร์ : หมากรุกชั้นเดียวหรือหมากรุกหลายชั้น ตอนที่ 3

เรื่องนี้ทำท่าจะเป็นมหากาฬไม่จบง่ายๆเสียแล้ว จำเป็นจะต้องต่อไปอีก เพราะเหตุการณ์ทั้งหลายจะเป็นผลกระทบต่อสงครามยูเครน และอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงที่จะกระทบต่อความเป็นไปของโลก รวมทั้งประเทศไทยได้ด้วย

ขอเริ่มจากตัวต้นเหตุของการกบฏก่อน นั่นคือนายเยฟเกนี พริโกซิน ตามข้อตกลงเดิมที่มีประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก เป็นตัวกลางนั้น นายพริโกชิน เจ้าของบริษัท PMC วากเนอร์ผู้นำกบฏจะลี้ภัยหรือเคลื่อนย้ายตนเองและกองกำลังบางส่วนไปอยู่ที่เบลารุส

แต่กลับปรากฏว่านายพริโกซิน มาโผล่ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก และพลพรรควากเนอร์ก็มิได้เข้าไปในที่ตั้งที่ทางเบลารุสเตรียมไว้

ตามข่าวของทาสก์สื่อทางการรัสเซีย รายงานการให้สัมภาษณ์ของนายลูกาเชนโกว่า นายพริโกซินมิได้อยู่ที่เบลารุส แต่ได้เดินทางไปรัสเซียและมีข่าวที่มิใช่กระแสหลัก รายงานว่าเขามาเซ็นปีเตอร์เบิร์กเพื่อมาทวงเงิน ทองคำและอาวุธ ที่ถูกยึดไปเมื่อตอนที่ FSC (KGB) มาตรวจบริษัทและยึดของกลาง ข่าวยังอ้างว่าพริโกซินได้รับของคืนเพราะปูตินอนุญาต และจากนั้นเขาก็เดินทางไปมอสโกแต่ไม่มีรายงานว่าไปทำอะไร

ทว่าในช่วงเวลาไร่เรี่ยกัน ก็มีข่าวทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ และทีวี ที่ได้รับการสนับสนุนจากทางการรัสเซีย ได้ออกมาโจมตีพริโกซินอย่างรุนแรง ฐานเป็นคนขายชาติ และยังมีข่าวต่อมาว่าหน่วย FSB ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของพริโกชิน และยึดเงินหลายสกุล พาสปอร์ต หลายประเทศ ทองคำและอาวุธปืนไรเฟิลอีกจำนวนหนึ่ง ทำให้ขัดแย้งกับข่าวที่ว่าพริโกชินมารับของที่ยึดจากบริษัท PMC วากเนอร์คืนไปแล้ว

ทว่าการโจมตีพริโกซินในครั้งนี้ ผู้สันทัดกรณีหลายฝ่ายมองว่าเป็นการโจมตีเพื่อกระทบปูติน โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์โดยนักวิเคราะห์ตะวันตกว่า นี่ทำให้คนรัสเซียเห็นว่าปูตินอ่อนแอที่ไม่ดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับพริโกซิน

และหากเราจะมองในประเด็นนี้ก็พอจะวิเคราะห์ได้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองในรัสเซียเริ่มมีรอยปริแยก อันไม่เป็นผลดีต่อปูตินนัก

ในอีกด้านของคู่กรณีคือ พล.อ.เซอร์เก ชอยกู  ก็มีกระแสที่พยายามจะลากจูงชอยกูให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบศูนย์เยลต์ซิน (YELTSIN CENTER) ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ารับเงินจากตะวันตก และเข้ามาดำเนินการบิดเบือนประวัติศาสตร์ อันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของรัสเซีย ตลอดจนสร้างผลกระทบต่อวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ

ทำให้เราต้องมาสร้างความเข้าใจต่อศูนย์เยลต์ซินพอสังเขป ดังนี้ ศูนย์เยลต์ซิน ในเยคาเตรินเบิร์ก มีชื่อเต็มๆว่า Boris Yeltsin Presidential Center เป็นศูนย์ชุมชนด้านสังคม วัฒนธรรม และการศึกษา เปิดเมื่อปีค.ศ.2015 นอกจากนี้ยังครอบคลุมไปถึงงานนิเทศศิลปะและการออกแบบอุตสาหกรรม หนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของศูนย์ คือ พิพิธภัณฑ์ของบอรีส เยลต์ซิน ที่อุทิศให้กับประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัยของรัสเซีย ในฐานะประธานาธิบดีคนแรกของรัสเซีย ภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต

แต่เยลต์ซิน เซนเตอร์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณะว่าบิดเบือนเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ และมีการโฆษณาชวนเชื่อ โดยเฉพาะการดีสเครดิตลัทธิคอมมิวนิสต์ และการปฏิวัติของรัสเซีย

ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังของรัสเซีย Nikita Mokhalkov ได้กล่าวหาว่าศูนย์จัดการประวัติศาสตร์โดยเจตนาเพื่อทำลายจิตสำนึกและจิตวิญญาณในการปฏิวัติของประชาชน

นอกจากนี้ยังมีตัวแทนองค์กรต่างๆ ทั้งพรรคคอมมิวนิสต์ รัสเซีย ขบวนการปลดปล่อยแห่งชาติที่ออกมาโจมตีว่าศูนย์เยลต์ซิน มีการบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ในระหว่างการบริหารของบอริส เยลต์ซิน โดยมีประชาชนเข้าชื่อประท้วงหลายครั้งให้ยึดศูนย์นี้ และยังมีการมาชุมนุมประท้วงที่หน้าอาคารอีกด้วย

ในเดือนมกราคม ค.ศ.2018 นาย Paval Grudinin ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี จากพรรคคอมมิวนิสต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของรัสเซีย ได้เสนอให้ปิดศูนย์นี้เสีย เพราะมีการกระทำที่เป็นการบ่อนทำลายชาติ และให้มอบอาคารให้กับสโมสรการศึกษาสำหรับเยาวชน

นอกจากนี้ศูนย์เยลต์ซิน ยังถูกตั้งกรรมการสอบสวนในการใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก และยังโยงไปถึงการรับเงินจากตะวันตก

นาย Oleg Suiridenko รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เคยสั่งการให้มีการสอบสวนเยลต์ซิน เซนเตอร์ ในกรณีรับเงินต่างชาติโดยมิได้ขออนุญาต และเรื่องก็เงียบไประยะหนึ่ง แต่บัดนี้ได้มีการรื้อฟื้น และมีการนำเอาเรื่องนี้มาโจมตีว่าศูนย์เยลต์ซิน เป็นที่ซ่องสุม กลุ่มที่สมคบกับตะวันตกเพื่อบ่อนทำลายความมั่นคงของรัสเซีย แม้ว่าจะเป็นเพียงข่าวลือแต่ก็มีผลทำให้เกิดแรงกระเพื่อม โดยเฉพาะการแพร่ข่าวลือว่า นายเซอร์เก ชอยกู เป็นญาติของภริยานายเยลต์ซิน ซึ่งก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน แต่คนส่วนใหญ่เชื่ออย่างนั้น และอาจเป็นกระบวนการที่จะเชื่อมโยงนายชอยกู เข้ากับศูนย์เยลต์ซิน เพื่อสร้างรอยปริแยกให้เกิดในวงการเมืองของรัสเซีย ซึ่งจะทำให้สั่นสะเทือนไปถึงปูตินก็เป็นไปได้มาก

ทว่าพฤติกรรมของศูนย์เยลต์ซิน ก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุอันควรพิจารณา เพราะเพียงหนึ่งวันหลังจากมอสโกบุกยูเครน ศูนย์ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งทางทหาร โดยทันที

แต่อีก 2 เดือนต่อมาก็ถูกทางการรัสเซียบังคับให้ลบแถลงการณ์ในทำนองนี้ออก และหากศูนย์นี้ถูกกำหนดว่าเป็นตัวแทนต่างชาติตามกฎหมายรัสเซีย ก็จะต้องรายงานการเงินที่รับจากต่างชาติโดยละเอียดต่อทางการมิฉะนั้นจะมีความผิดตามกฎหมายและมีโทษหนัก

หากวิเคราะห์ว่าการที่ปูตินไม่ดำเนินการจัดการเด็ดขาด และรุนแรงกับนายพริโกซิน เพราะมีคนที่มีอิทธิพลอีกหลายคนหนุนหลังนายพริโกซิน โดยปูตินกลัวแรงกระเพื่อม หรือต้องการให้มีการเผยตัวออกมาให้มากกว่านี้ เพื่อจัดการต่อไปก็ต้องติดตามดูความเคลื่อนไหว และการเปลี่ยนแปลงในรัสเซีย

ส่วนด้านนายชอยกู ก็น่าติดตามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ปูตินจะใช้นายพริโกซิน เพื่อเป็นเหยื่อล่อฝ่ายที่เป็นปรปักษ์ ไม่ว่าจะเป็นใคร แม้อาจจะเป็นนายซอยกูก็ได้

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในรัสเซีย ย่อมมีผลกระทบต่อสงครามในยูเครน ที่อาจรุนแรงมากขึ้น หรืออาจยุติได้โดยง่ายก็เป็นที่น่าสนใจติดตาม

แต่ถ้าดูในสภาพปัจจุบัน ยูเครนไม่มีทางที่จะเจาะแนวตั้งรับที่หนาแน่นของรัสเซียได้เลย ด้วยกำลังพล กำลังอาวุธ และกำลังทางอากาศ บุกไปก็มีแต่สูญเสีย ส่วนดินแดนที่ยึดได้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นดินแดนนอกแนวตั้งรับทั้งสิ้น  ที่พอมีโอกาสยึดได้ เพื่อแสดงผลงาน

บทสรุปในตอนนี้คงพูดได้ว่าเรื่องการวางแผนสับขาหลอกของปูตินเพื่อโยกกำลังวากเนอร์ไปเบลารุส นั้นไม่ใช่แน่ แล้วส่วนเรื่องที่ 2 คือ การอ้างว่าพริโกซิน รับเงิน CIA มากบฏก็ไม่น่าจะจริง เพราะเงินตั้ง 2,600 ล้านดอลลาร์ แม้จะเบี้ยว CIA หรือก่อการไม่สำเร็จ คงต้องเผ่นไปไกลแล้ว ไม่หวนกลับมารัสเซีย และถูกโจมตีจากสื่อโดยอาจถูกดำเนินคดีหนัก

ที่แน่ๆคือมันเกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นในรัสเซีย และสั่นคลอนต่ออำนาจของปูติน ทั้งนี้คงต้องติดตามว่าปูตินจะสามารถแก้ปัญหาและกระชับอำนาจของตนได้หรือไม่ต่อไป

ล่าสุดโฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีออกมายอมรับกับผู้สื่อข่าวว่าหลังกบฏ 5 วัน เยฟเกนี พริโกซิน ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมกับท่านปูตินและได้ชี้แจงที่มาที่ไปในการก่อเหตุ ต่อหน้าแกนนำของปูติน ทำให้ดูจะสยบข่าวลือลงไปได้บ้าง แต่ก็เชื่อว่าเหตุการณ์ในรัสเซียคงยังไม่จบลงง่ายๆ

อย่างไรก็ตามคนรัสเซียในวันและเวลานี้คงสบายกว่าคนไทยมาก เพราะเมืองไทยกำลังจะยุ่งตายห่

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *