INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

พาราดอกซ์ของ “การบริหารที่ดี”

พาราดอกซ์ของ *การบริหารที่ดี”

คำพูดอ้างอิงที่มีชื่อเสียงมากอย่างหนึ่งของเคลย์ตัน คริสตันเซน แสดงความย้อนแย้งว่า “การบริหารที่ดีตัวมันเองเป็นสาเหตุรากฐาน”ของบริษัทที่ยิ่งใหญ่ตกต่ำเมื่อเผชิญกับนวัตกรรมลบล้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของ
เขามุ่งเน้นว่าการปฏิบัติทางธุรกิจตามแบบแผน อย่างเช่น การรับฟังอย่าง
ใกล้ชิดลูกค้าที่มีอยู่ และการมุ่งที่การทำกำไรทันที สามารถนำบริษัทที่จะ
มองข้ามนวัตกรรมเรียบง่ายราคาถูกที่ปรากฏขึ้น ณ ระดับล่างของตลาด
การบริหารที่ดีจะเป็นหลุมพราง เพราะว่ามันได้ถูกสร้างเพื่อความสำเร็จในขณะนี้ขัดขวางการปรับตัวที่ต้องการเพื่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ความคิดเกี่ยวกับการบริหารที่ดีเกิดขึ้นจากการสังเกตุของเขาว่าบริษัทที่บรรลุความสำเร็จล้มเหลวไม่ใช่การบริหารไม่ดี แต่เพราะว่าการบริหารที่ดีของพวกเขาเพิ่มประสิทธิภาพ ธุรกิจทำกำไรที่มีอยู่ขัดขวางความสามารถของมันเพื่อที่จะปรับต่อนวัตกรรมลบล้างผลงานของเขาโดยเฉพาะภายใน
“The Innovator’s Dilemma” ยืนยันว่าการมุ่งให้ลูกค้าในขณะนี้พอใจกับผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นกลยุทธ์ที่สามารถทำให้บริษัทไม่มั่นคงต่อเทคโนโลยีใหม่กำไรต่ำตอบสนองตลาดใหม่ระดับล่าง ความย้อนแย้ง
ของความสำเร็จ ได้อธิบายบริษัทที่บริหารดีสามารถจะล้มเหลว เพราะว่าพวกเขาทำตามการบริหารที่ดีอย่างไร บริษัทเหล่านี้ มุ่งที่นวัตกรรมยั่งยืนเพื่อลูกค้ากำไรมากที่สุดของพวกเขา ที่ได้สร้างอย่างโอกาสต่อนวัตกรรมลบล้าง ความย้อนเเย้งคือ การบริหารที่ดีสามารถจะฆ่าบริษัทที่บรรลุความสำเร็จ
ความย้อนแย้งจะอยู่ที่ข้อเท็จจริงที่การตัดสินใจทุกอย่างที่นำไปสู่ความสำเร็จเริ่มแรกของบริษัท และได้ถูกพิจารณาเป็นการบริหารที่ดีจะเป็นการตัดสินใจอย่างเดียวกันที่จะทำให้มันเสี่ยงภัยต่อนวัตกรรมลบล้าง บริษัทที่
บริหารดีล้มเหลวไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาบริหารไม่ดี แต่เพราะว่าการจัดสรรทรัพยากรและการมุ่งที่ลูกค้าในขณะนี้ของพวกเขา นำพวกเขาที่จะละเลยตลาดกำไรต่ำที่เกิดขึ้นในที่สุดได้กลายเป็นกระเเสหลัก เพื่อการหลีกเลี่ยงชะตากรรมนี้ เคลย์ตัน คริสเตนเซน ยืนยันว่าบริษัทต้องเต็มใจที่จะลบล้างตัวพวกเขาเอง ด้วยการสร้างหน่วยงานอิสระเเยกออกมาขององค์การมุ่งที่นวัตกรรมลบล้างใหม่หรือตลาดใหม่
แนวคิดการบริหารที่ดีจะนำไปสู่ความล้มเหลวของเคลย์ตัน คริสเตนเซน


ภายในการเผชิญกับนวัตกรรมลบล้าง โดยพื้นฐานแล้วจะคล้ายกับอิคารัส พาราดอกซ์ ผ่านทางสองแพร่งของนวัตกรรมของเขาอธิบายบริษัทได้ล้มเหลวโดยการทำทุกสิ่งทุกอย่างอย่างถูกต้อง เพื่อธุรกิจที่มีอยู่ของพวกเขาอย่างไรคล้ายกับอิคารัสบินใกล้ดวงอาทิตย์เกินไป ทั้งอิคารัส พาราดอกซ์และการบริหารที่ดีของเคลย์ตัน คริสเตนเซน ได้อธิบายจุดเเข็งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของบริษัทสามารถนำไปสู่ความตกต่ำในที่สุดของมันอย่างไร
ความแตกต่างที่สำคัญคือ เคลย์ตัน คริสเตนเซน ยืนยันว่าการบริหารที่ดีสามารถนำไปสู่ความล้มเหลวภายในการเผชิญกับนวัตกรรมลบล้างแต่ใน
ขณะที่อิคารัส พาราดอกซ์ได้เสนอแนะว่าความสำเร็จที่ผ่านมา และความเชื่อมั่นเกินไปนำไปสู่การตกต่ำของบริษัท ความย้อนเเย้งของความสำเร็จ และอิคารัส พาราดอกซ์ อภิปรายความสำเร็จที่ผ่านมาของบริษัทสามารถนำไปสู่ความล้มเหลวอย่างไร ทั้งสองแนวคิดจะเตือนว่าความเชื่อมั่นเกินไปและการขึ้นอยู่กับความสำเร็จที่ผ่านมาเกินไปสามารถตาบอดผู้บริหารต่อการคุกคามใหม่ได้
ความสำเร็จมักจะเเพร่พันธ์ุความเชื่อมั่นจนเกินไป นำพวกเขาที่จะเชื่อว่าสูตรชัยชนะของพวกเขาไม่มีทางผิดพลาดและมีพลังอยู่เสมอ แก่นแท้คืออันตรายของความสำเร็จจุดเเข็งของบริษัทสามารถกลายเป็นจุดอ่อนของมัน และบริษัทที่บรรลุความสำเร็จวันนี้สามารถล้มเหลววันพรุ่งนี้ได้ ถ้ามันไม่ระมัดระวังบริษัทต้องตระหนักจุดแข็งและจุดอ่อนของพวกเขาเอง และเต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ของพวกเขาที่จะบรรลุความสำเร็จภายในตลาดใหม่ บริษัทกลายเป็นเหยื่อแห่งความสำเร็จของพวกเขาเอง ที่ยีดติด
เกินไปต่อผลิตภัณฑ์และตัวชี้วัดที่มีอยู่ ที่ทำให้พวกเขาต่อต้านการเปลี่ยน
แปลงถูกต้องการที่จะตอบสนองต่อโมเดลธุรกิจใหม่
ความย้อนแย้งของความสำเร็จเป็นปรากฏการณ์ตรงที่การบริหารที่ดีทำ
ให้บริษัทที่บรรลุความสำเร็จล้มเหลวเนื่องจากนวัตกรรมลบล้างได้อย่างไร บริษัทที่บรรลุความสำเร็จจะภูมิใจภายในความสำเร็จของมันนิสัยที่ฝังราก
ลึก กระบวนการ และค่านิยมของมัน ครั้งหนึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนของความสำเร็จจะกลายเป็นจุดบอดที่ขัดขวางมันจากการปรับตัวต่อเทคโนโลยีใหม่ มันได้สร้างทางสองเเพร่งที่ผู้บริหารต้องเลือกระหว่างการตอบสนองความ
ต้องการของลูกค้าในขณะนี้ หรือการลงทุนภายในอนาคตด้วยเทคโนโลยีลบล้างทำลายธุรกิจที่มีอยู่
อิคารัส พาราดอกซ์ อธิบาย จุดเเข็งและความสำเร็จของบริษัทเองนำไปสู่การตกต่ำของมันอย่างไร มักจะผ่านทางความเชื่อมั่นเกินไปและการขาดความสามารถปรับตัวต่อสภาวะตลาดใหม่ ความเชื่อมั่นเกินไปทำให้บริษัท
เชื่อว่าการบริหารที่ผ่านมาของมันยังคงดีที่สุดทำให้มันบินใกล้ดวงอาทิตย์เกินไป และในที่สุดตกทะเลตาย อิคารัส พาราดอกซ์ ถ้อยคำ ที่สร้างโดย
เเดนนี่ มิลเลอร์ อ้างถึงตำนานกรีกของอิคารัสที่บินใกล้ดวงอาทิตย์เกินไป ด้วบปีกทำด้วยขี้ผึ้งและขนนก และตกลงสู่ทะเลจมน้ำตาย ภายหลังที่ขี้ผึ้งยึดปีกของเขาได้ละลาย เมื่อเขาได้ละเลยการเตือน และกลายเป็นเชื่อมั่นเกินไป
ทางสองแพร่งของนวัตกรรม ตามที่ได้อธิบายโดยเคลย์ตัน คริสเตนเซน
ภายในหนังสือ 1977 ที่มีอิทธิพลของเขา The Innovator’s Dilemma เป็น
ความย้อนแย้งที่บริษัทบริหารดีและบรรลุความสำเร็จมักจะล้มเหลว เพราะ
ว่าพวกเขาเดินตามหลักการบริหารที่ดีเมื่อเผชิญกับนวัตกรรมลบล้าง ทาง
สองแพร่งคือ อะไรที่ดีต่อการทำกำไรระยะสั้น – ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่
เพื่อลูกค้าที่มีอยู่ – สามารถจะนำไปสู่ความล้มเหลวระยะยาว เมื่อนวัตกรรมลบล้างได้ยึดครองตลาดในที่สุด
การบริหารที่ดีเป็นปัญหาไม่ใช่ข้อแก้ปัญหา ผู้บริหารทำอะไรที่พวกเขาถูกฝึกอบรมให้ทำ – รับฟังลูกค้าอย่างใกล้ชิด จัดสรรทรัพยากรไปสู่โครง
การที่มีกำไรสูง และมุ่งเน้นตลาดที่ใหญ่โต พวกเขาได้หว่านอย่างไม่ตั้งใจของการตกต่ำของบริษัทของพวกเขาในที่สุด กระบวนการและคุณค่าที่มีประสิทธิภาพสูงต่อนวัตกรรมยั่งยืนได้กลายเป็นจุดอ่อน เมื่อมันเผชิญกับนวัตกรรมลบล้าง
“การบริหารที่ดีตัวมันเองเป็นสาเหตุรากฐานของบริษัทยิ่งใหญ่ที่ล้มเหลว”
ได้ยืนยันความย้อนแย้งของทฤษฎีของเคลย์ตัน คริสเทนเซนตามที่สำรวจภายในหนังสือที่มีอิทธิพลของเขา ที่เสนอแนะว่าแม้แต่บริษัทที่บรรลุความสำเร็จสามารถสะดุดลงด้วยการยึดการบริหารที่ดีการบริหารที่ดีนี้ในขณะที่มีประสิทธิภาพภายในตลาดที่มีอยู่ สามารถจะนำบริษัทไปสู่การมองข้ามโอกาสที่เรียบง่ายกำไรต่ำตรงที่นวัตกรรมลบล้างมักจะหยั่งราก

เคลย์ตัน คริสเตนเซน ได้ใช้เส้นโค้งรูปตัวเอสเป็นกรอบข่ายอธิบายทำไม

วิวัฒนาการของเทคโนโลยีใหม่ และบริษัทที่บรรลุความสำเร็จล้มเหลวเมื่อเผชิญกับนวัตกรรมลบล้างอย่างไร เขาใช้เส้นโค้งตัวเอสแสดงเทคโนโลยี

และนวัตกรรมก้าวหน้าผ่านทางสามระยะที่แตกต่างกันคือการเจริญเติบโตค่อนข้างช้า การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และการเจริญเติบโตเต็มที่-การตกต่ำ กรอบข่ายเส้นโค้งตัวเอสได้แสดง “ทางสองแพร่งของนวัตกรรม”

ตรงที่มันเป็นเหตุผล ทำไมบริษัทที่บรรลุความสำเร็จ ได้ละเลยเทคโนโลยี

ลบล้าง แต่การทำเช่นนั้นสามารถนำไปสู่ความล้าสมัย เมื่อเทคโนโลยีใหม่

ในที่สุดได้ล้ำหน้ากว่าเทคโนโลยีเก่า

เคลย์ตัน คริสเตนเซน มองเห็นว่าบริษัทที่บรรลุความสำเร็จจะดีต่อการ

รักษานวัตกรรมที่ยั่งยืน – ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ภายในเส้นโค้งตัวเอสเดียว

กัน แต่เทคโนโลยีลบล้างใหม่มักจะปรากฏขึ้นบนเส้นโค้งตัวเอสแยกจากกัน ด้วยตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่แตกต่างกัน บางครั้งบุกตลาดที่มั่นคงจากข้างล่าง และบังคับให้พวกเขาตัดสินใจ เปลี่ยนแปลงไปสู่เส้นโค้งตัวเอสใหม่ หรือไม่เสี่ยงภัยกับความล้าสมัย

เรื่องราวของเส้นโค้งตัวเอสภายในผลงานของเคลย์ตัน คริสเตนเซน คือบริษัทที่บริหารดีมักจะล้มเหลว เพราะว่าพวกเขามุ่งที่นวัตกรรมยั่งยืนตามเส้นโค้งตัวเอสที่เจริญเติบโตเต็มที่ของพวกเขาตอบสนองลูกค้าที่เรียกร้องมากที่สุด และไล่ล่าการทำกำไรที่สูง พวกเขาจะมองข้ามนวัตกรรมใหม่ที่ดูเหมือนต่ำต้อยเริ่มต้น ณ ระดับล่างของเส้นโค้งตัวเอสใหม่ แต่ในที่สุดได้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นและทดแทนพวกเขา

เคลย์ตัน คริสเตนเซน ได้ใช้ทั้งเนตฟลิกซ์ และนูคอร์ สตีล เป็นตัวอย่่างคลาสสิคที่จะแสดงทฤษฎีนวัตกรรมลบล้างของเขาตรงที่ผู้เข้ามาใหม่ได้

บรรลุความสำเร็จท้าทายผู้นำอุตสาหกรรมเดิมโดยเริ่มแรกพวกเขามุ่งเน้น

ตลาดระดับล่างที่ถูกมองข้ามไป และก้าวขึ้นไปสู่ตลาดระดับน

เคลย์ตัน คริสเตนเซน ใช้เรื่องราวเนตฟลิกซ์เป็นตัวอย่างคลาสสิคของ

ทฤษฎีนวัตกรรมลบล้่างของเขา บนพื้นฐาแนวคิดของเส้นโค้งตัวเอสนวัต

กรรม และความต้องการของบริษัทที่จะเปลี่ยนแปลงจากโมเดลธุรกิจหนึ่ง

– หรือเสันโค้งตัวเอส – ไปสู่โมเดลธุรกิจใหม่ที่จะรักษาการเจริญเติบโตและ

อยู่รอด ประวัติของเนตฟลิกซ์ เป็นกรณีศึกษาที่ดีมากของการบริหารเส้น

โค้งตัวเอสของนวัตกรรมติดต่อกันถึงสองเส้น ทำให้มันลบล้างผู้นำตลาด

บลอคบัสเตอร์ และคิดค้นใหม่ตัวมันเอง แกนของกลยุทธ์เกี่ยวพันกับการ

ระบุเส้นโค้งตัวเอสใหม่ และเปลี่ยนแปลงไปสู่มันก่อนที่โมเดลธุรกิจที่มีอยู่ไปถึงการอิ่มตัว

เนตฟลิกซ์ ได้นำทางทางสองแพร่งของนวัตกรรมได้บรรลุความสำเร็จด้วยการบริหารการเปลี่ยนแปลง อย่างมีประสิทธิภาพ ระหว่างเส้นโค้งตัว

เอสของนวัตกรรมที่แตกต่างกันสองเส้น การเปลี่ยนแปลงจากธุรกิจดีวีดีทางไปรษณีย์ ไปสู่ธุรกิจสตรีมมิ่งออนไลน์ เคลย์ตัน คริสเตนเซน อธิบายกลยุทธ์ของเนตฟลิกซ์ ที่นำทางบริษัทได้บรรลุความสำเร็จและได้แทนที่บลอคบัสเตอร์ในที่สุด ด้วยการใช้ประโยชน์การกระโดดข้ามเส้นโค้งตัว

เอสที่บรรลุความสำเร็จสองเส้นอย่างไร

*บลอคบัสเตอร์ – เส้นโค้งตัวเอสเริ่มแรก

บลอคบัสเตอร์ ดำเนินงานบนเส้นโค้งตัวเอสเริ่มแรก การยึดครองตลาด

ด้วยร้านเช่าจริงของมันโมเดลธุรกิจของมันจะอยู่บนทำเลที่ตั้งจริง ค่าปรับ

ส่งล่าช้า และหามาได้ทีนทีของดีวีดีใหม่ การ ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากระแสหลักมนเวลานั้น ตอนเริ่มแรก โมเดลธุรกิจของบลอคบัสเตอร์จะบรรลุความสำเร็จสูง สร้างรอบร้านเช่าวีดีโอ เข้าถึงได้ทันทีต่อดีวีดีใหม่และค่าปรับส่งช้าที่ทำกำไร ตลอดเวลาบริษัทมุ่งที่นวัตกรรมยั่งยืนภายในโมเดลธุรกิจที่เป็นอยู่ เช่น ทำเลที่ตั้งมากขึ้น การคัดเลือกที่ดีขึ้น – ทำกำไรสูงสุดจากลูกค้าที่เรียกร้องมากที่สุด แต่กระนั้นมันได้นำไปสู่เกินเลยไปต่อ

ผลการดำเนินงานร้านเช่าจริงมากเกินไป และต้นทุนโสหุ้ยที่เพิ่มสูงขึ้น เมื่อเทียบเคียงต่ออะไรที่ลูกค้าจำนวนมากต้องการอย่างแท้จริง

การสร้่างจุดอ่อนตลาดระดับล่างบริษัทได้กลายเป็นเชื่องช้าที่จะปรับตัวต่ออันตรายที่คาดคะเนไว้ โมเดลธุรกิจแกน และต้นทุนโสหุ้ยที่สูงของมันที่บลอคบัสเตอร์ยึดติดกับเส้นโค้งตัวเองของมันเอง – ร้านเช่าจริง – และไม่สามารถหมุนอย่างมีประสิทธิภาพไปสู่โมเดลธุรกิจใหม่โดยไม่กินเนื้อธุรกิจที่มีอยู่ทำกำไรของมัน การขาดความสามารถของบริษัืทที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่เส้นโค้งตึวเอสใหม่ นำไปสู่การตกต่ำอย่างรวดเร็วของมัน และล้มลายในที่สุด ในขณะที่เนตฟลิกซ์ได้ขึ้นไปสู่เสันโค้งตัวเอสของมันได้กลายเป็นพลังที่ครอบงำภายในอุตสาหกรรมความบันเทิง

*เนตฟลิกซ์ – เส้นโค้งตัวเอสเส้นเเรก : ดีวีดีทางไปรษณีย์

เนตฟลิกซ์ ได้เริ่มต้นเมื่อ ค.ศ 1997 เป็นบริการเช่าดีวีดีืทางไปรษณีย์ได้

แนะนำเส้นโค้งตัวเอสใหม่ การเข้าไปสู่ตลาด ณ ระดับล่าง เริ่มแรกด้วยบริ

การที่ดูเหมือนต่ำต้อย พวกเขาได้เริ่มต้นด้วยบริการดีวีดีทางไปรษณีย์ มันเป็นบริการต่ำต้อยต่อลูกค้าบลอคบัสเตอร์กระเเสหลักที่ต้องการเข้าหาได้ทันทีต่อดีวีดีใหม่ เนตฟลิกซ์ มุ่งเป้าหมายตลาดเฉพาะกลุ่มของคนรักหนังและผู้รับเอาดีวีดีเริ่มแรก และลูกค้าที่คับข้องใจกับค่าปรับส่งช้า แหล่งรายได้ที่สำคัญของบลอคบัสเตอร์

โมเดลธุรกิจของเนตฟลิกซ์อยู่บนเส้นโค้งตัวเอสใหม่ขับเคลื่อน โดยความสะดวกของการจัดส่งถึงบ้าน การคิดเลือกอย่างกว้างขวาง การสมัครเป็นสมาชิก และค่าปรับส่งล่าช้าไม่มี เนตฟลิกซ์ได้กำจัดจุดเจ็บปวดของลูกค้าที่สำคัญ ระหว่างระยะนี้ เนตฟลิกซ์จะอยู่บนส่วนการเจริญเติบโตที่ช้าของเส้นโค้งตัวเอสของมัน และบลอคบัสเตอร์ได้ละเลยมัน เพราะว่าพวกเขาไม่ต้องการแข่งขันเพื่อลูกค้าหลักเดียวกัน

*เนตฟลิกซ์ เส้นโค้วตังเอสที่สอง บริการสตรีมมิ่ง

การก้าวไปทางกลยุทธ์ที่สำคัญต่อเนตฟลิกซ์มาจากการรับรู้ว่าเส้นโค้งตัวเอสเส้นแรกของมัน ดีวีดีทางไปรษณีย์ ในที่สุดจะคงที่เนื่องจากความ

ก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ภายในความรวดเร็วของอินเตอร์เนต และเนื้อหา

ดิจิตอล การพุ่งขึ้นของบอร์ดแบรนด์อินเตอร์เนตเเละสตรีมมิ่งเทคโนโลยี

เนตฟลิกซ์ ได้รับรู้ศักยภาพเส้นโค้งตัวเอสใหม่ พวกเขาได้แนะนำบริการสตรีมมิ่งออนไลน์เมื่อ ค.ศ 2007 ลบล้างธุรกิจดีวีดีทางไปรษณีย์ ที่บรรลุ

ความสำเร็จของมันเอง ก่อนที่บุคคลอื่นจะสามารถทำได้การก้าวไปครั้งนี้

ได้เริ่มต้นเส้นโค้งตัวเอสใหม่เพื่อบริษัท

การหมุนโมเดลธุรกิจของมันด้วยการก้าวไปสู่สตรีมมิ่งตามความต้องการที่ให้ความสะดวก หอภาพยนต์ที่กว้างขวาง ราคาที่ต่ำต่อลูกค้ากระแสหลัก เมื่อสตรีมมิ่ง เทคโนโลยี่ได้ปรับปรุง และข้อตกลงอนุญาติเนื้อหาได้ขยายตัวบริการสตรีมมิ่งจะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางด้วยการนำเสนอเท่าที่คุณสามารถชมได้ ตามความต้องการ ราคาที่ต่ำ คุณภาพสูง และเข้าหาได้สะดวกมาก

เคลย์ตัน คริสเตนเซน ได้มุ่งเน้นว่า บริษัทเดิมมักจะล้มเหลวที่จะปรับตัว

เพราะว่าพวกเขามุ่งที่นวัตกรรมยั่งยืน เพื่อลูกค้าที่ทำกำไรสูงสุดของพวก

เขา ณ ข้างบนของเส้นโค้งตัวเอสในขณะนี้ การมองข้ามเทคโนโลยีใหม่ที่

ดูเหมือนต่ำต้อย ณ ข้างล่างของเส้นโค้งตัวเอสใหม่ มันจะเป็นแก่นแท้ของ

ทางสองแพร่งของนวัตกรรมตัวอย่างของเนตฟลิกซ์ได้เเสดงว่าบริษัทต้อง

เต็มใจกินเนื้อโมเดลธุรกิตที่บรรลุความสำเร็จที่มีอยู่ของมันอย่างไร เพื่อที่

จะรับเอาเส้นโค้งตัวเอสใหม่ของนวัตกรรม ณ เวลาที่บลอคบัสเตอร์ได้รับรู้

เป็นการคุกคามที่แท้จริง เส้นโค้งตัวเอสของมันกำลังยุบตัวลงและมันจะช้าเกินไปที่จะรับเอาโมเดลธุรกิจใหม่ที่ถูกถ่วงโดยร้านเช่าจริง และการขึ้นอยู่

กับค่าปรับส่งล่าช้่า ในที่สุดบลอคบัสเตอร์ได้ยื่นล้มละลายไป

พอล นูเนส และทิม บรีน นักเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สร้างแนวคิดของ “การกระโดดเส้นโค้งตัวเอส” อธิบายพฤติกรรมของบริษัทที่ยังคงยู่ ณ บนสุดของอุตสาหกรรมของพวกเขาปีแล้าปีเล่าพวกเขายืนยันว่าเส้นทางตามธรรมชาติของธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จจำนวนมากจะเป็น “เส้นโค้งตัวเอส” การเจริญเติบโตที่บรรลุความสำเร็จที่ตามมาด้วยระดับคงที่ เนื่องจากการเจริญเติบโตเต็มที่ภายในตลาดตามมาด้วยการค้นพบ

ที่สำคัญของอุตสาหกรรม

พวกเขาได้สนับสนุนและอธิบายวิธีการเพื่อธุรกิจ กระโดดไปสู่เส้นโค้งตัวเอสต่อไป สิ่งสำคัญที่สุดคือการระบุความเข้าใจลึกซึ้งต่อตลาดที่ใหญ่เพียงพอ เพื่อที่จะหาประโยชน์ เเละลงทุนทรัพยากร พอล นูเนส และทิม บรีน กล่าวว่า เส้นโค้งตัวเอสจะเป็นแบบแผนโดยทั่วไปของธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จ เริ่มต้นด้วยลูกค้าที่อยากได้จำนวนไม่กี่คนเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อลูกค้าจำนวนมากแสวงหาการนำเสนอใหม่ และในที่สุดถึงจุดสูงสุด และระดับคงที่ เมื่อตลาดเจริญเติบโตเต็มที่

เมื่อเราพูดถึงบริษัทที่มีประสิทธิภาพสูง เราหมายถึงบริษัทเหล่านี้บริหารที่จะปีนเส้นโค้งตัวเอสนั้น แล้วกระโดดข้ามไปสู่เส้นโค้งตัวเอสใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาได้พบว่าสิ่งที่สำคัญ ไม่เพียงแค่การปีนเส้นโค้งตัวเอสในขณะนี้ของเรา อะไรที่เราทำจะไปสู่จุดสูงสุดของธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จ

อย่างเดียว แต่พวกเขาได้มุ่งเน้นความสำคัญเท่าเทียมกันของการก้าวไป

ที่เราต้องสร้างบนเส้นทางไปสู่ธุรกิจต่อไปของเรา นั่นคือ การกระโดดไป

สู่เส้นโค้งตัวเอสในอนาคตของเรา

เพื่อที่จะปีนเส้นโค้งตัวเอส ธุรกิจต้องมีรากฐานที่ถูกต้องภายในที่ตั้ง ราก

ฐานของประสิทธิภาพที่สูง ความล้มเหลวที่จะสร้างป้อมของความสำเร็จนี้

ผลการปฏิบัติงานของเราจะอยู่บนพื้นฐานที่สั่นคลอน การพัฒนามันอย่างเหมาะสม เราจะมีฐานอย่างมั่นคงที่เราต้องการบรรลุความสำเร็จกับธุรกิจใหม่

 

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com