ประเมินสถานการณ์: โอกาสที่ไทยจะซื้อน้ำมันและ LNG จากรัสเซีย

ประเมินสถานการณ์: โอกาสที่ไทยจะซื้อน้ำมันและ LNG จากรัสเซีย: ศาสตราจารย์ พลโท ดร. สมชาย วิรุฬหผล
บริบทวิกฤตที่เปลี่ยนสมการ#
นับแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านภายใต้ Operation Epic Fury กองกำลัง IRGC ตอบโต้ด้วยการปิดกั้นการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ปริมาณเรือบรรทุกน้ำมันลดลงฮวบฮาบ และท้ายที่สุดการจราจรทางทะเลหยุดชะงักแทบทั้งหมด ซึ่งกระทบราว 20% ของอุปทานน้ำมันโลก
ความเปราะบางของไทย
ไทยพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในสัดส่วน ~50% ของการนำเข้าทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ประเทศเผชิญความเสี่ยงสูงในการถูกกระทบจากวิกฤตอุปทาน นอกจากนี้ เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย Mayuree Naree ถูกโจมตีและเกิดเพลิงไหม้ในช่องแคบเมื่อวันที่ 11 มีนาคม โดยกำลังพล 20 คนได้รับการช่วยเหลือ ขณะที่ 3 คนยังสูญหาย
ตัวแปรสำคัญที่เปิดประตูสู่รัสเซีย
- การผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ (ชั่วคราว)
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออก General License 134 อนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ ซื้อน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของรัสเซียที่ขณะนี้ลอยอยู่กลางทะเล โดยมีผลถึง 11 เมษายน นี่คือการพลิกหน้าประวัติศาสตร์ สะท้อนว่าสหรัฐฯ ยอมให้ “นโยบายคว่ำบาตรรัสเซีย” โค้งงอต่อแรงกดดันด้านพลังงาน
- รัสเซียรุกขยายตลาดเอเชียอย่างแข็งขัน
รองนายกฯ ของรัสเซีย Alexander Novak ยืนยันว่ากำลังเจรจาเพื่อเปลี่ยนทิศทาง LNG จากยุโรปไปยังตลาดราคาสูงอย่างจีน อินเดีย ไทย และฟิลิปปินส์ โดยมีเรือบรรทุก LNG สามลำถูกเบี่ยงเส้นทางกลางทะเลไปยังผู้ซื้อในเอเชียที่เสนอราคาสูงกว่าแล้ว
- รัฐบาลไทยแสดงท่าทีชัดเจน
รองนายกฯ พิพัฒน์ รัชกิจประการ แถลงว่ากระทรวงพลังงานกำลังเตรียมการสำหรับการเจรจาซื้อน้ำมันจากรัสเซีย เพื่อทดแทนการขาดแคลนที่อาจเกิดขึ้น โดยตั้งต้นบนเหตุผลที่สหรัฐฯ “ยกเลิกการคว่ำบาตร” น้ำมันรัสเซียแล้ว
อุปสรรคที่ยังคงมีอยู่
แม้สัญญาณเป็นบวก แต่มีข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ต้องพิจารณา:
ด้านเทคนิค: น้ำมันดิบรัสเซียเป็น light oil ซึ่งไม่เหมาะกับโรงกลั่นของไทยที่ออกแบบมาเพื่อผลผลิต heavy crude ของตะวันออกกลาง โดยเฉพาะเมื่อ 70% ของการบริโภคน้ำมันไทยเป็นดีเซล ซึ่ง light crude ผลิตได้น้อยและต้นทุนสูง
ด้านมาตรการคว่ำบาตร: แม้สหรัฐฯ ผ่อนปรนชั่วคราว แต่มาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรยังมีผลบังคับใช้อยู่ ทำให้ไม่ชัดเจนว่าทุกประเทศมีสิทธิ์ซื้อหรือไม่ และกระบวนการทางการเงิน-การประกันภัยยังมีความซับซ้อน
ด้าน LNG: ไทยเพิ่งผูกพันระยะยาวกับ LNG อเมริกาไปแล้ว — PTT ลงนามสัญญา 20 ปีในการนำเข้า LNG จากโครงการ Alaska LNG จำนวน 2 ล้านตันต่อปี และมีข้อตกลงกับ Trump จะซื้อพลังงานสหรัฐฯ มูลค่า ~5.4 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งสร้างแรงกดดันทางการเมืองที่ไทยจะต้องชั่งน้ำหนักหากจะหันไปซื้อ LNG จากรัสเซียในปริมาณมาก
บทสรุป: ระดับความเป็นไปได้
ประเด็นการประเมินน้ำมันดิบรัสเซีย (ระยะสั้น)เป็นไปได้สูง — ในกรอบ GL-134 ถึง 11 เมษายน แต่ปริมาณจำกัดน้ำมันดิบรัสเซีย (ระยะยาว)เป็นไปได้ต่ำ-ปานกลาง — ติดขัดโรงกลั่น + ความเสี่ยงสัมพันธ์กับสหรัฐฯLNG รัสเซียเป็นไปได้ต่ำ — ไทยผูกพันกับ LNG อเมริการะยะยาวไปแล้ว
สรุปภาพรวม: ไทยมีโอกาสจริงในการซื้อน้ำมันดิบรัสเซียในระยะสั้น-กลาง โดยเฉพาะสต็อกที่ลอยอยู่กลางทะเล แต่การเปลี่ยนผู้จัดหาอย่างถาวรหรือการนำเข้า LNG จากรัสเซียในปริมาณมีนัยสำคัญยังเผชิญอุปสรรคทั้งเชิงเทคนิค การเมือง และสัญญาที่ผูกมัดไว้แล้ว ไทยน่าจะเล่นบทผู้ซื้อเชิงฉวยโอกาสระยะสั้นมากกว่าการเปลี่ยนยุทธศาสตร์พลังงานระยะยาว
อย่างไรก็ตามโอกาสที่ไทยจะปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานในระยะยาว คือการเข้าเป็นสมาชิกBRICS อย่างเต็มตัว พร้อมๆกับมีการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศที่ลดการพึ่งพาสหรัฐที่กำลังเสื่อมถอยทางกำลังอำนาจ







