INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เมื่อ“เนทันยาฮู”สิ้นอำนาจ

1226863 img.ucq7qv.1axiy

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

เมื่อ“เนทันยาฮู”สิ้นอำนาจ

ผมเคยเขียนเปรียบเทียบระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมพ์แห่งสหรัฐกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูว่า ใครจะหลุดพ้นจากตำแหน่งก่อนกัน ในช่วงที่”ทรัมพ์”โดนสอบสวนเพื่อถอดถอนครั้งที่ ๒ เนื่องจากทั้งสองคนในฐานะ”เพื่อนซี้”ที่มีความสนิทสมกลมเกลียวกัน พร้อมกันเจอมรสุมการเมืองโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงพร้อมๆ กัน

โดย”เนทันยาฮู“โดนกดดัน ในเรื่องการถูกตั้งข้อกล่าวหาฐานคอรัปชั่น เรียกรับสินบาน ถูกตำรวจนำเสนอให้ดำเนินคดี แต่ยังสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ได้ แต่ต้องพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆทั้งหมด เพราะยังไม่โดนศาลพิพากษาถึงที่สุดและเอาผิดและลงโทษ

ในที่สุดปรากฏว่า “ทรัมพ์”หมดอำนาจไปเสียก่อน เพราะสิ้นเทอมในการดำรงตำแหน่ง แต่ไม่มีความผิดตามที่เสียงส่วนใหญ่ในสภาสูงชี้ขาด แม้หลักฐานเพียบ แต่ไม่ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งในวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๓ ตามที่เขาพยายามต่อสู้อย่างหน้าด้านๆ ยุยงฝ่ายขวาก่อจลาจล ว่าถูกโกงเลือกตั้ง บุกเข้าขัดขวางการนับคะแนนรับรอง”โจ ไบเดน”ขึ้นเป็นประธานาธิบดีที่ตึกที่ทำการรัฐสภา

ส่วน”เนทันยาฮู”นั้น เพิ่งจะพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอิสราเอลในวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๓ หลังการพ้นตำแน่งของ”ทรัมพ์”ราวสี่เดือนกว่าๆ

“เนทันยาฮู”สูญเสียตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากพรรคฝ่ายตรงกันข้าม รวมหัวจับมือกันยุติการดำรงนายกรัฐมนตรี หลังจากที่เขาดำรงตำแหน่งนี้มานานถึง ๑๒ ปี นับเป็นการดำรงตำแหน่งอย่างยาวนานที่สุด ในบรรดานายกรัฐมนตรีอิสราเอลอื่นๆที่มีมาในประวัติศาสตร์ทางการเมืองของอิราเอล นับแต่ประกาศเอกราชเมื่อปี ๒๔๙๑ หรือเมื่อ ๗๓ ปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ด้วยการโหวตเสียงในสภาเดี่ยว”คเนตเสต”โดยชนะกันแบบเฉียดฉิว ๖๐ ต่อ ๕๙ เสียงเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้นำพรรคฝ่ายค้านคือ “ยาอีรฺ ลาปิด”อดีตผู้จัดรายการข่าวซึ่งมีนโยบายป็นกลาง ไม่ยอมขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่กลับให้อดีตศัตรูทางการเมืองของเขาคือ “นาฟตาลี เบนเนตต์”จากพรรค”ยามินา”(พรรคขวาสุดโต่ง-สุดโต่งกว่าพรรค”ลิคูด”ของ”เนทันยาฮู”)ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อน ตามข้อตกลงแบ่งอำนาจ โดยเขาจะขึ้นดำรงตำแหน่งสืบต่อจาก”เบนเนตต์”ในปี ๒๕๖๖ จนครบเทอมสี่ปี

ด้วยเหตุนี้”เบนเนตต์”จึงได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งไปอย่างเรียบร้อย

นักการเมืองที่ชื่อว่า”เบนเนตต์”ผู้นี้ เป็นผู้ที่มีนโยบายทุ่มเทและมุ่งมั่นที่จะให้ชาวยิว เข้าไปตั้งถิ่นฐานในดินแดนของปาเลสไตน์ต่อไป แม้จะผิดกฎหมายระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้น จึงเชื่อว่า เขาจะสร้างความเกลียดชังขึ้นอีกในบรรดาชาวปาเลสไตน์ ที่ก็อยากจะมีดินแดนของตนเอง ปกครองตนเอง ตามที่สหประชาชาติได้แบ่งและกันพื้นที่ไว้ให้ ก่อนหน้านี้

ดังนั้น จึงเชื่อต่อไปว่า การปะทะกันระหว่างปาเลสไตน์กับอิสราเอล จะยังมีต่ออีกนานเท่านาน หากไม่มีใครเข้ามาสร้างความเป็นธรรมในเรื่องนี้

จะว่าเป็นความฉลาดของ”ลาปิด”ก็ว่าได้ ที่ปล่อยให้อดีตศัตรู(ทางการเมืองของเขา)เผชิญกับปัญหานี้ต่อ โดยมีเขาแอบเชียร์อย่างเงียบๆ โดยไม่ต้องรับภาระใดๆ

“เบนเนตต์”ในวัย ๔๙ ปีจึงปราศรัยในเชิงขอบคุณ”เนทันยาฮู”ที่ถากถางทางไว้ให้ ในการใช้พื้นที่ยึดครองมาจากฝ่ายอาหรับปาเลสไตน์ในการตั้งถิ่นฐานชาวยิว

ปรากฏว่า ”เนทันยาฮู”นั้น ไม่เล่นเกมตามน้ำของ”เบนเนตต์” แต่กลับพูดว่า ตัวเขาต่างหาก ที่เปลี่ยนแปลงอิสราเอลจากชาติที่แทบไม่มีอะไรมาเป็นชาติที่เติบโตและมีพลังอำนาจ

แถมขย่ม”เบนเนตต์”ว่าอย่าเอาความอ่อนแอของตัว มาเทียบเคียงกับตัวเขา

โอ้โฮ….ชาวยิวเขาเกทับกันถึงขนาดนี้

“เนทันยาฮู” ซึ่งขณะนี้เป็นผู้นำพรรคฝ่ายค้านไปแล้ว ลั่นวาจาด้วยว่า อีกสักวัน เขาจะกลับมาอีก…เอากับพ่อซี่

นี่พูดแบบ”ทรัมพ์”เลยทีเดียว ว่าวันหนึ่งเขาจะกลับมาเช่นกัน

จะพบว่า การเมืองของอิสราเอลนั้น เขามีพรรคการเมืองมากมายดูเหมือนจะราวๆ ๔๐ พรรคก็ว่าได้ ตั้งแต่ขวาจัด-พรรคกลางๆ ไปจนถึงพรรคซ้ายจัด และที่สำคัญมีพรรคศาสนาอิสลามด้วย (เป็นของชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับ)

เมื่อมีพรรคการเมืองมากมายอย่างนี้ มีนยายแตกต่างกันหลากหลาย ดังนั้น จึงยากที่จะมีพรรคการเมืองใด กุมเสียงข้างมากเด็ดขาดในสภา(มาแต่แรกที่ตั้งประเทศ)ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง)

ดังนั้น ส่วนใหญ่จึงต้องรัฐบาลผสมหลายฝ่าย

เพื่อความสะดวกในการจัดตั้งรัฐบาล อิสราเอลจึงเอาระบบรัฐบาลหมุนเวียนบริหารขึ้นมาบริหาร เพื่อประนีประนอมให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยการผลัดกันบริหารประเทศตามช่วงระยะเวลาที่ตกลงกัน เช่นที่ได้กระทำกันในคราวนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่ง”เนทันยาฮู”เผชิญมาแล้วในอดีต(แต่ก็ฟันฝ่ามาได้)

แนวความคิดเช่นนี้ได้มาจากมหากาพย์”โอดิสซี”โดยลูกชายของ”โอดีปุส”คือ”อีเตโอเคลส”กับ”โพลีนีเซส”ตกลงที่จะหมุนเวียนกันปกครองเมือง”ธีบีส”

เมื่อห้าปีแรกในการเป็นพระราชาของ”อีเตโอเคลส”สิ้นสุดลงปรากฏว่า เขากลับไม่ยอมมอบตำแหน่งพระราชาให้”โพลีนีเซส”เสียยังงั้น “โพลีนีเซส”ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงไปขอให้อาณาจักร”อาร์โกส”ช่วยยึดเอาเมือง”ธีบีส”คืน

สำหรับอิสราเอลนั้น มีกฎเกณฑ์อยู่ว่า นายกรัฐมนตรีเผื่อเลือกจะต้องมาจากสภา”คเนตเสต”จะมาจากที่อื่นไม่ได้ (เช่นนายกฯคนนอก)และจะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีที่ครองตำแหน่ง โดยนายกรัฐมนตรีเผื่อเลือกและนายกรัฐมนตรีผู้ครองตำแหน่งจะต้องสาบานตนรับตำแหน่งพร้อมกัน

นอกจากในกรณีต่อไปนี้ ที่นายกรัฐมนตรีเผื่อเลือกจะเข้าทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีผู้ครองตำแหน่งได้ คือ:

๑ หมดวาระ นายกรัฐมนตรีผู้ครองตำแหน่ง

๒ นายกรัฐมนตรีผู้ครองตำแหน่งลาออก

๓ นายกรัฐมนตรีผู้ครองตำแหน่งเสียชีวิต

๔ เมื่อครบ ๑๐๐ วัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีผู้ครองตำแหน่งมีปัญหาด้านสุขภาพไม่สามารถทำงานได้

๕ การลาออกจากตำแหน่งส.ส.(สภา”คเนตเสต”)ของนายกรัฐมนตรี

ผู้ครองตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม เรื่องเช่นที่ยกตัวอย่างมานี้ ยังไม่เคยเกิดขึ้น

ส่วนจะเกิดหรือไม่อย่างไร ก็ขอให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของอิสราเอลต่อไป เผื่อจะเห็นอะไรที่ชัดเจนมากขึ้นกว่านี้

สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *