INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

วินสตัน เขอร์ชิล : Keep Buggering On

1757127675272

วินสตัน เขอร์ชิล : Keep Buggering On

การวิเคราะห์กลยุทธ์ของวินสตัน เชอร์ชิลของลอร์เรนซ์ ฟรีดแมน แสดง
ความสำคัญของการทำต่อไป – เคบีโอ – Keep Buggering On และมุ่งเน้นความอยู่รอด และการก้าวไปสู่ระยะต่อไป ไม่ใช่เป้าหมายคงที่ ลอร์เรนซ์ ฟรีดแมน เน้นย้ำว่ากลยุทธ์จะเป็นกระบวนการที่ลื่นไหลของการรับมือกับสภาพแวดล้อม ที่เปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่แผนที่ตายตัว เขาได้ยืนยันว่ากลยุทธ์ถูกเข้าใจได้ดีที่สุดเป็นกระบวนการของความรู้สึกหนทางของมัน ผ่านทางลำดับของสภาวะ สภาวะเเต่ละอย่างไม่ใช่ค่อนข้างอะไรที่ได้ถูกคาดคะเนไว้
วินสตัน เชอร์ชิล ได้แสดงสิ่งเหล่านี้โดยการประเมินใหม่สถานการณ์ที่
สม่ำเสมอและการปรับตัวเมื่อสภาพเเวดล้อมที่คาดคะเนไม่ได้ ตามวิถีทางสงครามโลกครั้งที่สองของเขา ให้ความสำคัญต่อความยืดหยุ่น ความผิดปรกติและความไม่คาดหมาย ระหว่างช่วงเวลาของสงครามโลกครั้งที่สอง วินสตัน เชอร์ชิล ได้นิยมแพร่หลายการเเสดงออกของการทำต่อไปที่เป็น

1757127667369
การให้กำลังใจที่จะอดทนผ่านความยากลำบากไม่ใช่การยอมแพ้เยอรมัน เขาเข้าใจความต้องการขวัญที่สูง และเคบีโอ กลายเป็นส่วนตัว แต่จะเป็นสัญลักษณ์รับรู้อย่างกว้างขวางของจิตวิญญานเด็ดเดี่ยวนี้
ถ้อยคำเคบีโอของเขา ค่อนข้างจะไม่สละสลวย แต่มันจะเป็นวิถีทางที่มีประสิทธิภาพของการกล่าวว่า ทำต่อไปหรืออดทน เขาใช้มันเป็นหลักการส่วนบุคคล และวิีถีทางที่จะบันดาลใจเพื่อน ครอบครัว และชาติ ระหว่าง
ช่วงเวลาที่ยุ่งยากของสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเฉพาะระหว่างยุทธการอังกฤษ และเดอะบลิทซ์ เขาเป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง และมีชื่อเสียงต่อการให้กำลังใจแก่ชาติระหว่างยุทธการอังกฤษ และบลิทซ์ตามมา การตัดสินใจที่ไม่เปลี่ยนแปลง คำปราศัยที่มีพลัง และการปรากฏตัวทางสธารณะของเขาจะช่วยรักษาขวัญชาวอังกฤษไว้
ในขณะที่ถ้อยคำเคบีโอของเขา หุ้มห่อจิตวิญญานความอดทนของชาติ และความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้ ในฐานะของนายกรัฐมนตรี เขาได้นำรัฐบาลของชาติ และนำทางความพยายามของอังกฤษต่่อสู้ฝ่ายอักษะ การรักษาขวัญสาธารณะอย่างเข็มแข็งด้วยการไปเยี่ยมอยู่บ่อยครั้งที่โรงงาน ท่าเรือ และกองทหาร มั่นใจว่าเขาได้ถูกมองเห็นต่อสารธารณะและคำปราศัยของเขาสำคัญภายในการกระตุ้นการสนับสนุนของสาธารณะ และความมุ่งมั่นของชาตืที่จะต่อสู้ ถ้อยคำเคบีโอ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของจิตวิญญานที่ยึดเเน่นของชาวอังกฤษ ณ ระหว่างช่วงเวลาอย่างรุนแรงของยุทธการอังกฤษและบลิทซ์
การทำต่อไปได้แสดงความมุ่งมั่นของชาวอังกฤษที่จะอดทนและต่อต้านการโจมตีของเยอรมัน ทั้งที่ต้องเผชิญการทิ้งระเบิดและความยากลำบากอย่างรุนแรง บลิทซ์ ตามมาจากยุทธการอังกฤษ เป็นการโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรง ตรงที่รอเเยล แอร์ ฟอร์ซ – อาร์เอเอฟ – ป้องกันอังกฤษต่อสู้การโจมตีขนาดใหญ่โดยกองทัพอากาศเยอรมัน – ลุฟท์วาฟเฟ – กองทัพอากาศเยอรมันได้เปิดการโจมตีทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่องรู้จักกันเป็น บลิทซ์ มุ่งเป้าหมายที่เมืองอังกฤษ

1757127664213

ระหว่างการไปเยี่ยมไอร์แลนด์เหนือ กษัตริย์ ชารลส์ที่สามไดไปด้พบกับผู้ป่วยกำลังรักษาโรคมะเร็งเหมือนตัวเขาเอง เเละได้กล่าวแก่พวกเขาว่าสิ่งนี้วินสตัน เชอร์ชิล ได้พูดว่าอะไร ” Keep Buggering On”การอ้างอิง

คำพูดที่เชอร์ชิล ได้ใช้เป็นส่วนตัว ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองที่แสดง

ด้วยวิถีทางอย่างมีสีสรรค์ความสำคัญของการอดทนผ่านความทุกข์ยาก

พันธมิตรจะชนะ นายกรัฐมนตรี วินสตัน เชอร์ชิลส่งเคเบิ้ลของเขาไปยังประธานาธิบดี แฟรงกลิน รูสเวลท์กล่าวว่าผมรู้สึกผ่อนคลายอย่างมากต่อเหตุการณ์โลกที่ได้พลิกผันกลับได้เกิดขึ้น ต่อเลขานุการส่วนตัวของเขา

วินสตัน เขอร์ชิล ได้กล่าวว่า เราต้องเพียงแค่เคบีโอ เขาได้อธิบาย หมายถึงทำต่อไป

ถ้อยคำ ทำต่อไป อ้างถึงกลยุทธ์สงครามโลกครั้งที่สองของอังกฤษของ

ความอดทนภายในการเผชิญกับความยากลำบาก แนวคิดที่ได้ถูกสำรวจ

โดยลอร์เรนซ์ ฟรีดแมนภายในหนังสือของเขา “Strategy : History” ได้

ถูกอภิปรายภายในบริบทของสงครามโลกครั้งที่สองตรงที่กลยุทธ์เคบีโอ

ของวินสตัน เชอร์ชิล เป็นสัญญาลักษณ์ของความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้ และต่อ

ต้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่แทบจะเอาชนะไม่ได้เลย โดยเฉพาะภายในระยะ

เริ่มแรกของสงคราม

วินสตัน เชอร์ชิล ได้ไปเยี่ยมชาวอังกฤษภายในพื้นที่เสียหายจากกการ

ถูกทิ้งระเบิดโดยเยอรมัน เขาได้มุ่งหมายที่จะระดมจิตวิญญานของชาว

อังกฤษ และเเสดงความเป็นผู้นำของเขาที่ห่อหุ้มด้วยถ้อยคำที่มีชื่อเสียง ทำต่อไป การพูดเพื่อความอดทนภายในการเผชิญกับความยากลำบาก

มันจะเป็นส่วนที่สำคัญของกลยุทธ์ของเขาที่จะเพิ่มขวัญ การแสดงความสามัคคีกับสาธารณะ เขาเชื่อต่อการดึงความเข้มเเข็งจากการไปเยี่ยมชาวอังกฤษบนแนวหน้าไม่ว่าเป็นพื้นที่เสียหายจากการทิ้งระเบิดหรือพื้นที่อื่น

ฉากน่าเร้าอารมณ์เฉพาะจากภาพยนตร์ “Darkest Hour” ได้พบนายกรัฐมนตรี วินสตัน เชอร์ชิล สูบซิการ์ใช้รถไฟใต้ดินลอนดอนครั้งแรก เขา ได้ถามผู้โดยสารที่ตกใจบนรถไฟใต้ดินต่อการตัดสินใจของเขาเกี่ยวกับพวกเขารู้สึกอย่างไรต่ออังกฤษต่อสู้นาซี เยอรมัน พวกเขายืนยันอย่ายอมแพ้ การกล่าวถึงคำแถลงที่มีชื่อเสียงของเขา – เราควรจะป้องกันเกาะของเรา ไม่ว่าต้องเสียอะไรก็ตาม เราจะต่อสู้บนชายหาด เราจะต่อสู้บนลานบิน เราจะต่อสู้ภายในท้องทุ่งและถนน เราจะต่อสู้บนเนินเขา เราจะไม่เคยยอมแพ้

เพื่อนร่วมชาติของเขาแสดงความต้องการที่จะต่อสู้ฮิตเลอร์ ฉากนี้บางทีเป็นการเปลี่ยนแปลงของ DarkestHour ยิ่งใหญ่ที่สุด เมื่อมันไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์สนับสนุนการเกี่ยวพันระหว่างกันนี้แต่กระนั้นผู้เขียนบทรู้สึกว่าช่วงเวลานี้สามารถเกิดขึ้นภายในชีวิตจริง เมื่อวินสตัน เชอร์ชิล จะมีนิสัยหายไปทันทีและพูดคุยกับประชาชน ดังนั้นฉากนั้นดึงมาจากการวิจัยอย่างลึกซึ้ง แต่เราไม่มีบันทึกว่ามันได้เกิดขึ้น เเต่กระนั้นบุคคลบางคนได้

กล่าวว่า วินสตัน เชอร์ชิล จะทำบางโอกาสใช้รถไฟใต้ดินลอนดอนระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง และเขาถูกรู้จักกันพูดคุยกับบุคคลบนรถไฟใต้ดิน

“Darkest Hour” เป็นผลงานคู่กันต่อภาพยนตร์ของคริสโตเฟอร์ โนแลนด์

“Dunkirk” เมื่อมันได้มุ่งบนกรอบเวลาเดียวกันแต่ ณ เวลานี้จากมุมมองของ

วินสตัน เชอร์ชิล เมื่อกองทัพอังกฤษ ถูกผลักดันไปชายหาดโดยเยอรมัน

Dunkirk จะเป็นภาพยนตร์สงครามประวัติศาสตร์ถูกเขียนและกำกับโดย

คริสโตเฟอร์ โนเเลนด์ ได้แสดงการอพยพดังเคริกของสงครามโลกครั้งที่

สองจากมุมมองของแผ่นดิน ทะเล และอากาศ เมื่อ ค.ศ 1940 ณ ระหว่าง

ยุทธการฝรั่งเศส ทหารพันธมิตรได้ล่าถอยไปสู่ดังเคิรก ถูกโอบล้อมโดย

กองกำลังศัตรู

วิถีทางอพยพเดียวเท่านั้นคือ ทางทะเล เยอรมันจะมีความหนือกว่าทางอากาศ การทิ้งระเบิดทหารอังกฤษ และฝรั่งเศสอังกฤษได้ส่งทั้งเรือของ

ทั้งกองทัพเรือและประชาชน ได้พยายามอพยพทหารพันธมิตรที่ยุ่งยากลำบาก มันเป็นเรื่องราวที่ได้มองผ่านทางสายตาของทหารท่ามกลางกองกำลังที่ติดกับดัก นักบินรอแยล แอร์ ฟอร์ซสองคน และกลุ่มประชาชนบนเรือของพวกเขา ส่วนหนึ่งของกองเรืออพยพ

1757127669011

มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะจินตนาการชาวลอนดอนยืนอย่างมั่นคงระหว่าง

ชั่วโมงที่สุดขีดของวิกฤติ โดยไม่มีวินสตัน เชอร์ชิลภายในจุดศูนย์กลางของพายุ ณ คืนเเรกของการโจมตีทิ้งระเบิด ระเบิด 200 ลูก ได้ถล่มเมือง ชาวลอนดอนเสียชีวิต 300 คน บลิตซ์จะเป็นชื่อที่ให้กับการโจมทิ้งระเบิดของเยอรมันต่ออังกฤษเมื่อ ค.ศ 1940 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ต่อแปดเดือนเครื่องบินเยอรมันได้ทิ้งระเบิดบนลอนดอนและเมืองอื่น รวมทั้งเบอร์มิงแฮม ลิเวอร์พูล โคเวนทรีย์ พลีมัธ แมนเชสเตอร์ แลเะเซ้าธ์ เเธมป์ตัน สถานที่ตรงที่โรงงานและอุตสาหกรรมอื่นตั้งอยู่

1757127662460

การโจมตีทิ้งระเบิดเป็นความพยายามของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ที่จะบังคับให้อังกฤษยอมแพ้ บลิตซ์เป็นการโจมตีทิ้งระเบิดของเยอรมันต่ออังกฤษเมื่อ ค.ศ 1940 และ ค.ศ 1941 มันได้เริ่มต้น ประมาณตอนตีสี่ของ 7 กันยายน ค.ศ 1940 : อาทิตย์ทมิฬ เมื่อเครื่องบินทิ้งระเบิดของเยอรมัน ลุฟท์วาฟเฟ กองทัพอากาศเยอรมันปรากฏครั้งแรกเหนือลอนดอนทำให้บุคคลเสียชีวิต 430 คน และบาดเจ็บ 1600 คน ลอนดอนได้ถูกทิ้งระเบิด 57 คืน ติดต่อกัน และมักจะเป็นระหว่างกลางวันด้วย ชาวอังกฤษจำนวนมาก ได้กลายเป็นไร้

บ้านมากขึ้น ทุกคืนท้องฟ้าสว่างไสวด้วยไฟ บนท้องฟ้าลอนดอน ในขณะที่ผู้อยู่อาศัยแสวงหาที่หลบภัยภายในใต้ดินของเมือง ชาวลอนดอนปฏิเสธที่จะยอมจำนน

คำอธิบายหลายอย่างได้ถูกนำเสนอต่อความยืดหยุ่นของพวกเขาแต่ ณ หัวใจของเรื่องราวของพวกเขาเป็นผู้นำคนเดียว วินสตัน เชอร์ชิล วินสตันเชอร์ชิล ได้พูดซ้ำซากทั้งระหว่างสงครามและภายหลัง ทุกอย่างที่เขาทำคือ สะท้อนและถ่ายทอดความมุ่งมั่นของชาวอังกฤษ ที่ต่อสู้จนได้ชัยชนะ

เมื่อ ค.ศ 1939 กษัตริย์จอร์จที่ห้าได้พูดต่อชาวอังกฤษและจักรวรรดิ์แถลงการประกาศสงครามของรัฐบาลต่อเยอรมันเพื่อการตอบสนองต่อการบุกโปเเลนด์ของเยอรมัน ภายหลังจากการประณามเยอรมัน เขาได้เรียกร้องชาวอังกฤษที่จะระดมพลต่อสงคราม

วันต่อมาเดลี สเกทช์ ได้พิมพ์ข้อความตัดตอนของคำปราศัยของกษัตริย์จอร์จที่ห้าด้วยการระบุการเรียกร้องของเขาเป็นชื่อเรื่องว่า “Stand Clam Firm and United”บลิตซ์ เป็นถ้อยคำถูกใช้ครั้งแรกโดยสื่ออังกฤษ และได้กำเนิดมาจากถ้อยคำบลิตซ์คริก ถ้อยคำเยอรมัน หมายถึงสงครามสายฟ้าแลป มันเป็นความเชื่อของฮิตเลอร์ว่าสงครามจากอากศ จะทำให้ลอนดอนหวาดกลัวไปสู่ความพ่ายแพ้ เขาไม่ถูกต้อง ตรงกันข้ามผู้อาศัยได้ใช้ความดื้อรั้นและอดทน เราสามารถทำให้มันกลายเป็นคำพูดติดปากของบลิตซ์ บุคคลสงบใจและยังคงใช้ชีวิตอยู่ต่อไป จิตวิญญานบริตซ์

 

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *