ปรัชญาน้ำประปาของโคโนสุเกะ มัทสุชิตะ

ปรัชญาน้ำประปาของโคโนสุเกะ มัทสุชิตะ
เฺฮนรี่ มิงท์เบิรก อธิบายว่า มันเป็นการทำลายที่จะเเยกการบริหารจากความเป็นผู้นำ ผู้นำต้องทำให้มือของพวกเขาสกปรก เขาเชื่อว่าผู้นำมุ่งที่
การกำหนดวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ แต่พวกเขาได้แยกออกไปจากบุคคล
แนวหน้า ในที่สุดพัฒนาวิสัยทัศน์เพื่อองค์การที่ไม่สัมผัสกับองค์การ
ล้มเหลวที่จะยอมรับไว้ ความเป็นผู้นำแบบมหภาคเพียงแค่ไม่ดีเหมือน
กับการบริหารแบบจุลภาคเท่านั้น
ที่จริงแล้ววันนี้เราควรจะกังวลใจเกี่ยวกับ การนำแบบแมคโคร ผู้บริหาร
อาวุโสพยายามบริหารด้วยรีโมท คอนโทรล ไม่เชื่อมโยงกับทุกสิ่ง
ทุกอย่างยกเว้นแต่ ภาพใหญ่ มันกลายเป็นที่นิยมแพร่หลายที่จะพูด
เกี่ยวกับ “เราบริหารเกินไปและนำน้อยเกินไป” ผมเชื่อว่าเราในขณะนี้
“นำเกินไป และบริหารน้อยเกินไป” ผู้บริหารอาวุโสมองภาพใหญ่ แต่
ไม่สัมผัสรายละเอียด เฮนรี่ มิงท์เบิรก ได้กล่าวถึง โคโนสุเกะ มัทสุชิตะ
ผู้ก่อตั้งพานาโซนิค
หนึ่งในสามของสตาร์ทอัพก่อตั้งวันนี้อยู่รอดไม่เกินสิบปี เรามีคำพูด
เก่าเเก่ของจีนว่า “มันง่ายที่จะเริ่มต้นธุรกิจ และมันยากที่จะรักษาธุรกิจ
ไว้” ดังนั้นบริษัท
ที่กลายเป็น 100 ปี มันมีคุณค่าที่จะใช้เวลาพิจารณาประวัติของมัน
เมื่อโคโนสุเกะ มัทสุชิตะ เริ่มต้นทำงานเพื่อตัวเขาเองภายใน ค.ศ 1981
เขาเกือบจะไม่มีอะไรเลย ไม่มีเงิน ไม่มีการศึกษา ไม่มีการเชื่อมโยง
แต่กระนั้นบริษัทเล็กของเขาได้เจริญรุ่งเรืองภายใต้มือนำทางแห่ง
ความฉลาด และผู้ประกอบการที่บันดาลใจ มัทสุชิตะ เริ่มต้นบริษัท
ของเขาด้วยผลิตภัณฑ์อย่างเดียว เบ้าหลอดไฟฟ้าออกแบบเอง บริษัท
มีบุคคลเพียงสามคน และเงินทุนประมาณ 50 เหรียญ
ไม่เหมือนกับนักการเมืองตะวันตกส่วนใหญ่ โคโนสุเกะ มัทสุขิตะไม่เก่ง
ณ การพูดสาธารณะ แต่กระนั้นเขาทำอะไรทุกอย่างที่ผู้นำยิ่งใหญ่ทุกคนทำ
สร้างวิสัยทัศน์ที่แหลมคมและดึงดูดใจ จูงใจบุคคลจำนวนมาก
ปรับปรุงสภาวะของมนุษย์ โคโนสุเกะ มัทสุชิตะ ได้กลายเป็นรู้จัก
ภายในญี่ปุ่นเป็น “พระเจ้าของการบริหาร” ประวัติชีวิตของโคโนสุเกะ
มัทสุชิตะ
ได้ถูกเขียนเป็นหนังสือ “Matsushita Leadership” โดย จอห์น คอตเตอร์
อาจารย์คณะบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ด
โคโนสุเกะ มัทสุชิตะ เชื่อว่ามันเป็นความรับผิดชอบและภารกิจของธุรกิจ
ตอบสนองความต้องการของบุคคลที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น ปรัชญาน้ำประปา
เป็นการเปรียบเทียบที่สดใสต่อภารกิจของบริษัทของโคโนสุเกะ
มัทสุชิตะ
โคโนสุเกะ มัทสิชิตะ ได้ถูกชักจูงว่าผู้ประกอบการที่ยึดภารกิจนี้ ไม่มุ่ง
ต่อ
การพัฒนาธุรกิจตัวมันเองเท่านั้น แต่ควรจะมองธุรกิจเป็นส่วนหนึ่ง
ของสังคมด้วย ภายใน ค.ศ 1909 ตอนอายุ 15 ปี มัทสุชิตะมองเห็น
รถรางวิ่งผ่านถนนของโอซากา และถูกดึงดูดอย่างมากโดยไฟฟ้า
ยุคใหม่ของพลังงาน ภายในอนาคต เขาได้นำพานาโซนิคสร้าง
การมีส่วนช่วยที่สำคัญต่อการใช้ไฟฟ้าของครอบครัวญี่ปุ่น และ
ส่งเสริมการบรรลุชีวิตที่มั่งคั่งของบุคคล
เป้าหมายที่โคโนสุเกะมัทสุชิตะ กำหนดต่อพานาโซนิคที่จะบรรลุสังคมอุดมคติ และในขณะนี้ปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไขภายในศตวรรษที่ 21 คือ ปัญหาทางสิ่งแวดล้อมโลก พานาโซนิคได้พยายามเป็นบริษัทแนวหน้าของการแก้ปัญหาทางสิ่งแวดล้อม ลดปริมาณทางสิ่งแวดล้อม และลดการใช้พลังงานภายในการผลิตผ่านทางผลิตภัณฑ์ใหม่ของพวกเขา
เหตุผลอย่างหนึ่งที่โคโนสุเกะ มัทสุชิตะสร้างเเรงบันดาลใจต่อบุคคล เนื่องจาก
การเริ่มต้นอย่างถ่อมตัวของเขา และความเชื่อว่าเวลาของเขามีค่า
บนโลกนี้ และเขาต้องการที่จะทิ้งสัญลักษณ์ภายในบันทึกของ
ประวัติศาสตร์ โคโนสุเกะ มัทสุชิตะเป็นลูกชายของเจ้าของที่ดินที่สูญเงิน
ทั้งหมดของเขา บังคับให้มัทสุชิตะออกไปทำงานที่โอซากาก่อน
เขาอายุ 16 ปี
โคโนสุเกะ มัทสุขิตะ เริ่มต้นเป็นช่างไฟฟ้า ณ โอซาก้า อีเลคทริค ไลท์
เเต่จากนั้น เขาได้คิดค้นเบ้าหลอดไฟฟ้าใหม่ ตอนอายุ 23 ปี ไม่มีเงินและไม่มีการติดต่อ เขาบริหารบริษัทแบบพ่อปกครองลูก และให้การจ้างงานตลอดชีพแก่คนงานของเขา
โคโนสุเกะ มัทสุชิตะมีความกระตือรือร้นต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
เขาเก็บ
กระดาษและดินสอไว้ข้างเตียงของเขา จดความคิดที่มาสู่เขา
ในชณะที่นอนหลับ บริษัทของเขากลายเป็นมีชื่อเสียงต่อการสร้าง
ตะเกียงรถจักรยานรูปร่างลูกกระสุน
โคโนสุเกะ มัทสุชิตะ ได้เริ่มต้น
การเดินทางของพานาโซนิค ด้วยการคิดค้นเบ้าหลอดไฟฟ้า การค้นพบ
ที่สำคัญ
นำไปสู่อะไรที่ในขณะนี้เป็นหนึ่งของบริษัทอีเล็คโทรนิคใหญ่ที่สุด
ของโลก
ด้วยมาตรฐานหลายอย่าง เขาไม่ได้ดูเหมือนกับผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ภาพ
เริ่มแรกของโคโนสุเกะ
มัทสุชิตะ แสดงบุคคลวัยหนุ่มที่ไม่ยิ้ม หูยื่นออกมาคล้าย
กับปีกเครื่องบิน เขาไม่เคยเจริญเติบโตสูงกว่าห้าฟุตห้านิ้ว ไม่เหมือน
กับคู่แข่งขันของเขา อกิโอะ โมริตะ ณ โซนี่ เขาไม่ได้สง่างาม
และรู้จักระหว่างประเทศ
หลายทศวรรษที่แล้ว โคโนสุเกะ มัทสุชิตะ ได้ถูกยกย่องเป็น พระเจ้าแห่งการ
บริหาร ต่อทักษะการบริหารไร้คู่เเข่งขันและปรัชญาการบริหารที่
ยิ่งใหญ่ วันนี้ญี่ปุ่นมีผู้นำธุรกิจเปรียบเทียบได้กับมัทสิชิตะใช่หรือไม่
คำตอบคือ ใช่ เขาคือ คาซุโอะ อินาโมริ ผู้ก่อตั้งเคียวเซอร่าและเคดี
ดีไอ
บริษัทอีเล็คโทรนิคญี่ป่น พานาโซนิค เริ่มต้นการผลิตชิ้นส่วน และได้
ขยายตัวไปที่จะผลิตเครื่องใช้ทั้งหมด บริษััทอยู่รอดจากสงครามโลก
ครั้งที่สอง พานาโซนิค ก่อตั้งเมื่อ 7 มีนาคม ค.ศ 1918 โดยโคโนสุเกะ
มัทสุชิตะ อายุ 23 ปี ณ เวลานั้น เขาอยู่ภายในบ้านสองห้องกับภรรยา
ของเขา และน้องชายวัยรุ่นของเธอ ภายหลังการทำงานเป็นผู้ฝึกหัด
แก่ฮิบาชิ และผู้สร้างรถจักรยาน และทำงานที่โอซากา อิเลคทริค
ไลท์ โคโนสุเกะ มัทสุชิติ ได้ค้นพบความคิดกับการออกแบบเบ้าหลอด
ไฟฟ้าใหม่
และเริ่มต้นบริษัทของเขาเองภายในบ้านเช่าหลังเล็ก ในไม่ช้า
บุคคลอื่นถูกดึงดูดโดยความลุ่มหลงและความคิดของเขา และธุรกิจ
ของเขาได้เริ่มต้นเจริญเติบโต
ภายใต้คลื่นของการตกต่ำทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่กระทบญี่ปุ่น
ผู้บริหารของบริษัทได้เสนอการปลดบุคคลครึ่งหนึ่งของกำลัง
งานของพวกเขา แต่มัทสุชิตะยืนหยัดรากฐานต่อสู้สิ่งเหล่านี้
ภารกิจของผู้ผลิตคือ การเอาชนะความยากจน โคโนสุกะ มัทสุชิตะ
ยืนยันภารกิจที่แท้จริงของบริษัทอย่างเข้มแข็ง และลงทุน
ภายในธุรกิจใหม่ คาดคะเนความก้าวหน้าทางสังคม เทค
โนโลยี และอุตสาหกรรมจะมาถึง
โคโนสุเกะ มัทสูชิตะ เริ่มต้นด้วยไม่มีอะไรเลย แต่เป็นความคิดของเบ้าหลอดไฟฟ้า และสร้่างอาณาจักรธุรกิจที่กว้างใหญ่กระจายไปทั่วโลก
ในฐานะของเจ้าของพานาโซนิคและธุรกิจอื่น เขาได้สะสมความร่ำรวย
ส่วนบุคคลมูลค่ามากกว่าสามพันล้านเหรียญ
เนื่องจากชื่อของเขาไม่เคยถูกแสดงอย่างเด่นชัด โคโนสุเกะ มัทสุชิตะ
ไม่ได้มี
ชื่อเสียงเหมือนกับแซม วอลตัน หรือเฮนรี่ ฟอรด หรือโซอิชิโร ฮอนดะ
หรือ
ยักษ์ใหญ่ธุรกิจอื่นใครก็ตามที่ใช้ชื่อของพวกเขาบนผลิตภัณฑ์ของ
พวกเขา แต่บริษัทของเขา มัทสุชิตะ อีเล็คทริค สร้างรายได้ระหว่าง
ช่วงชีวิตของเขามากกว่าใครก็ตาม แม้ว่าเขาไม่รู้จักภายนอกแผ่นดิน
เกิดของญี่ปุ่น ยอดขายของบริษัทของเขาสูงกว่าหกสิบสามพันล้าน
เหรียญทุกปี
โคโนสุเกะ มัทสิชิตะ เป็นบุคคลเบื้องหลังตราสินค้าอิเล็คโทรนิคบรรลุความ
สำเร็จมากที่สุด “แนชั่นแนล” ต่อมาได้เปลี่ยนแปลงเป็น “พานาโซนิค”
และเป็นผู้ประกอบการคนหนึ่งที่สร้างตำนานของเขาเอง และกลายเป็น
ผู้ประกอบการยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก
โคโนสุเกะ มัทสุชิตะวางบุคคลของเขาลำดับแรกอยู่เสมอ ไม่ว่าสถาน
การณ์ร้ายเเรง
อย่างไร ภายใน ค.ศ 1929 การตกต่ำทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงครอบคลุม
ทั่วโลก ผลกระทบของมันไปไกลและกว้าง ญี่ปุ่นรู้สึกตัวสั่นและอุปสงค์
ของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าได้ลดลง มัทสิชิตะ อีเล็คทริค ได้เผชิญกับการตก
ต่ำของอุปสงค์ โคโนสุเกะ มัทสุชิตะต้องการรักษาบุคลทุกคนของเขาไว้้
ผมจะไม่ปลดบุคคลใดเลย ผมจะลดเวลาทำงานเป็นครึ่งวัน และลด
การผลิตลงครึ่งหนึ่ง แต่ผมจะจ่ายค่าจ้างเต็มวันอยู่ต่อไป บุคคลของร้านค้า
จะยกเลิกวันหยุดของพวกเขา และทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยพลังของ
พวกเขา ขายผลิตภัณฑ์ที่เรามีภายในสต็อค
โคโนสุเกะ มัทสุชิตะเสียชีวิตภายใน ค.ศ 1989 เมื่อายุ 94 ปี ได้เขียนว่า เขาได้พัฒนา
ปรัชญาของบริษัทภายหลังเพื่อนคนหนึ่งพยายามจะเปลี่ยนแปลงเขา
ไปสู่ศาสนา แม้ว่ามัทสุชิตะไม่ได้รับเอาศาสนาไว้ เเต่เขาเปิดใจกว้างต่อ
ความคิดและข้อแนะนำทุกอย่าง เมื่อ ค.ศ 1932 โคโนสุเกะ มัทสุชิตะ
ถูกเชิญโดยเพื่อนคนหนึ่งใช้วันหนึ่ง ณ ศาลเจ้าชินโตที่นิยมแพร่หลาย
ระหว่างการไปเยี่ยมของเขา เขาได้เริ่มต้นพิจารณาความเหมือนกัน
ระหว่างศาสนาและการบริหารธุรกิจ กล่าวว่า มนุษย์ต้องการทั้งความ
เจริญรุ่งเรืองทางวัตถุและจิตใจ ศาสนานำทางบุคคลออกจากความเจ็บ
ปวดไปสู่ความสุขและจิตใจที่สงบ และธุรกิจสามารถมีส่วนช่วยด้วยการ
ให้สิ่งจำเป็นทางกายภาพต้องการเพื่อความสุขด้วย นี่ควรจะเป็นภารกิจ
พื้นฐานของมัน
เขาได้ยึดติดกับการบริหารของนิกายทางศาสนา สมาชิกของนิกายทุ่มเทความพยายามของพวกเขาต่อความมุ่งหมายด้วยความจริงใจและความยินดี และเขาสงสัยธุรกิจสามารถได้การทุ่มเทอย่างเดียวกัน และพลังจากคนงาน
ของพวกเขาอย่างไร
ผลที่ตามมาจากประสบการณ์ของเขา โคโนสุเกะ ได้รวบรวมบุคคล
ของเขาเมื่อ ค.ศ 1932 ทำการประกาศนำทางเพื่อทศวรรษที่จะมาถึง
โคโนสุเกะ มัทสุชิตะ กล่าวว่า ภารกิจของผู้ผลิตคือ การเอาชนะความยากจนด้วย
การผลิตอุปทานของผลิตภัณฑ์อย่างเหลือล้น แม้ว่าน้ำสามารถถูกมองเป็น
ผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่ง ไม่มีใครคัดค้านถ้าคนเดินผ่านดื่มน้ำจากก๊อกน้ำข้าง
ถนน นั่นเป็นเพราะว่าอุปทานของน้ำมากมาย และราคาของมันถูก ภารกิจ
ของเราเป็นผู้ผลิตที่จะสร้างความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุโดยการให้ผลิตภัณฑ์อย่างมากมายและราคาถูกเหมือนน้ำประปา มันเป็นการเเสดง
ว่าเราสามารถกำจัดความยากจนอย่่างไร นำความสุขมาสู่ชีวิตของบุคคล
และทำให้โลกนี้เป็นสถานที่ที่ดีขึ้น
ปรัชญาน้ำประปา : เป้าหมายในที่สุดของการดำเนินงานไม่ใช่กำไร
แต่เพียงแค่แสดงความหวังของสาธารณะบนไหล่ของเราผ่านทาง
บุคคล และบรรลุข้อผูกพันของเราต่อสังคม ความรับผิดชอบของ
ธุรกิจคือ ทำอะไรที่สังคมต้องการราคาถูกเหมือนกับน้ำประปา เรา
จะสร้างยุคใหม่ของความเจริญรุ่งเรืองโดยการสร้างผลิตภัณฑ์
คุณภาพสูงอุดมสมบูรณ์เหมือนน้ำประปา ปรัชญาของ
น้ำประปาเป็นการเปรียบเทียบของมัทสุชิตะต่อภารกิจของธุรกิจ
ของบริษัท และมันเป็นมุมมองผลิตภัณฑ์แกนของบริษัทด้วย
เรามีเรื่องราวต้นกำเนิดของปรัชญาน้ำประปาของโคโนสุเกะ
มัทสุชิตะ วันหนึ่ง โคโนสุเกะ มัทสุชิตะ กำลังเดินบนถนนและ
มองเห็นคนเดินผ่าน
หมุนก้๊อกน้ำข้างถนน และดื่มน้ำอย่างมีความสุข แม้ว่าบุคคล
บางคนอาจจะตำหนิคนเดินผ่านไม่สุภาพ ไม่มีใครที่จะกล่าวหา
เขาขโมยน้ำ ณ เวลานั้น ความคิดได้ประกายภายในใจเหมือน
แสงสว่าง ใช่แล้ว การผลิตแบบจำนวนมากของผลิตภัณฑ์
คุณภาพสูงและราคาถูกไม่เหมือนกับน้ำประปาหรือ น้ำประปา
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี บุคคลทุกคนต้องการมัน และราคาเป็นที่
ยอมรับต่อประชาชน
จากสิ่งนี้เขาได้เริ่มต้นที่จะคิด อะไรเป็นภารกิจของผู้ผลิต มัน
เป็นการกำจัดความยากจน และสร้างวัตถุดำรงชีวิตอย่่างมี
คุณค่าไม่สิ้นสุดอย่างน้ำประปา ไม่ว่ามันมันมีคุณค่าแค่ไหน มัน
จะถูกจัดหา ณ ราคาที่เกือบให้เปล่า มันไม่เพียงแต่นำมาความ
อุดมสมบูรณ์ของวัตถุ แต่ทำให้มีชีวิตจิตใจอย่่างมากด้วย ด้วย
ความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุ บุคคลกลายเป็นอุดมสมบูรณ์ด้วย
จิตวิญญาน ทำให้บุคคลมีความสุข และนำสันติภาพมาสู่โลก

โคโนสุเกะ มัทสุชิตะ ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ใช้ชื่อของเขา ยืนยันว่า
สิ่งใหญ่และสิ่งเล็กเป็นงานของผม ผู้บริหาระดับกลางสามารถ
มอบหมายงานได้ ด้วยคำพูดอีกอย่างหนึ่ง เราสร้างภาพใหญ่
จากรายละเอียดเล็กน้อย เราได้เรียนรู้ว่าเราเข้าใจองค์การได้
ดีขึ้นมาก เมื่อเราทำการติดต่อกับบุคคลที่นำเสนอผลิตภัณฑ์
ไม่ใช่บุคคลที่ยึดครองห้องผู้บริหาร
บุคคลของโคโนสุเกะ มัทสุชิตะทุกคนมีสมุดบันทึกเล่มเล็กติดตัว
และปรึกษากันตลอดเวลา ส่วนเเรกของสมุดบันทึกเป็นปรัชญา
ของมัทสุขิตะ ปรัชญากล่าวว่า เราบุคคลของมัทสุชิตะผ่านทาง
การผลิตและการขายของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า ต้องมีส่วนช่วยต่อ
ความเป็นอยู่ที่ดีและความก้าวหน้าของโลก เราไม่ไล่ตามกำไร
แต่เราได้รางวัลต่อการมีส่วนช่วยสังคมของเรา และรางวัลนั้น
เข้ามา
ภายในรูปแบบของกำไร ด้วยคำพูดอีกอย่างหนึ่ง เราบรรลุ
การทำกำไรที่สูง เพราะว่าเราไม่เเสวงหากำไร ความมุ่งหมาย
ของกำไรคือ การปรับปรุงสังคม ถ้าเราบรรลุสิ่งนี้ เราจะได้
รางวัลจากสังคม ถ้าเราแสวงหากำไรโดยไม่มีความมุ่งหมาย
นั้น เราจะไม่ถูกสนับสนุนโดยสังคม เเละถ้าเราเข้าสู่การ
ขาดทุน เราไม่บรรลุความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัท

โคโนสุเกะ มัทสุชิตะได้ถูกเชิญโดยลูกค้าไปเยี่ยมศาลเจ้าชินโต เขาตกลงที่จะไปศาลเจ้าภายหลังที่ลูกค้าได้ขอซ้ำ ณ ที่นี่เขาไดัประหลาดใจอย่าง
มาก บุคคลทุ่มเทมาที่ศาลเจ้าและทำงานอย่างเคร่งศาสนา ไม่ได้รับเงินเดือนใดเลย หรืออะไรก็ตามตอบแทนกลับ เขาเริ่มต้นที่จะเชื่อมโยงพฤติกรรมนี้กับพฤติกรรมของ
บุคคลภายในบริษัท เขาได้พิจารณาความคล้ายคลึงระหว่างศาสนาและ
การบริหารธุรกิจ เขากล่าวว่า มนุษย์ต้องการความเจริญรุ่งเรืองทั้งทาง
วัตถุและจิตวิญญาน ศาสนานำทางบุคคลออกไปจากความยุ่งยากไปสู่
ความสุขและจิตใจที่สงบ และธุรกิจสามารถมีส่วนช่วยด้วยการให้
สิ่งจำเป็นทางกายภาพต้องการเพื่อความสุขด้วย นี่ควรจะเป็นภารกิจ
พื้นฐาน
เขาคิดว่าถ้าความมุ่งหมายที่สำคัญของศาสนานำ
สันติภาพและความสุขมาสู่โลก บริษัทของเขาควรจะสร้างผลิตภัณฑ์
คุณภาพสูง ณ ราคาถูก และปริมาณเพียงพอ ตอบสนองความต้องการ
ของสังคมและช่วยกำจัดความยากจน ดังนั้นปรัชญาน้ำประปาได้เกิด
ขึ้น แผน 250 ปีได้ถูกคิดที่จะสร้างความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม เมื่อโคโนสุเกะ มัทสุชิตะได้คิดถึงความประทับใจของเขา เขาได้มองเห็นการคู่ขนานระหว่างการบริการทางศาสนาและธุรกิจนำเสนอต่อมนุษยชาติด้วยเหตุนี้เขาได้พัฒนาสิ่งที่เขาเรียกว่าโมเดลของการบริหารอย่างเป็นธรรม สัญลักษณ์ที่สำคัญของโมเดลนี้คือน้ำประปา โคโนสุเกะ มัทสุชิตะเชื่อว่าเป้าหมายของการผลิตคือ การผลิตผลิตภัณฑ์คุณภาพดีที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า ณ ราคาที่ไม่แพง ดังนั้นบุคคลทุกคนสามารถได้ผลิตภัณฑ์เหมือนกับน้ำประปา
โคโนสุเกะ มัทสุชิตะได้สร้างสถาบันสันติภาพและความสุขด้วยความเจริญรุ่งเรืองเมื่อ ค.ศ 1946 ภายหลังจากญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง สถาบันนี้จะรับผิดชอบภารกิจของ “การนำสันติภาพและความสุขมาสู่ศตวรรษที่ยี่สิบด้วยความเจริญรุ่งเรือง โคโนสุเกะ
มัทสุชิตะได้ใช้ความคิดของปรัชญาน้ำประปา เพราะว่าเมื่ออุปทานของผลิตภัณฑ์ มีอย่างมากมายแล้ว สังคมจะเจริญรุ่งเรืองและบุคคลจะมีความสุขมากขึ้น ความเป็นมนุษย์ต้องการทั้งการเจริญเติบโตทางร่างกายและจิตวิญญาน ศาสนาจะเป็นการแสวงหาสิ่งศักดิสิทธ์ที่นำทางบุคคลหลุดพ้นจากความทุกข์ไปสู่ความสุขและจิตใจที่สงบ ทำนองเดียวกันธุรกิจสามารถจัดหาสิ่งจำเป็นทางกายภาพที่สร้างความสุขแก่มนุษย์ นี่ควรจะเป็นภารกิจพื้นฐานของธุรกิจ เขาได้ตัดสินใจที่จะบริหารบริษัทตามการรับรู้นี้
ภารกิจของผู้ผลิตคือ การจัดหาผลิตภัณฑ์จำนวนมากและราคาไม่แพงเหมือนกับน้ำประปา นี่คือเราสามารถจะกำจัดความยากจนได้อย่างไร การนำความสุขมาสู่ชีวิตของบุคคล และสร้างโลกนี้ให้เป็นสวรรค์ ต่อจากนั้นเขาได้ประกาศแผน 250 ปี แก่บริษัทที่จะบรรลุภารกิจของพวกเขา ช่วงเวลานี้จะประกอบด้วยสิบช่วงเวลา 25 ปี แต่ละช่วงเวลาจะถูกแบ่งเป็นสามระยะ ระยะเวลาสร้างสิบปี ตามมาด้วยระยะปฏิบัติการสิบปี และระยะบรรลุเป้าหมายห้าปี
ถ้อยคำและภูมิปัญญาของโคโนสุเกะ มัทสุชิตะ มีอิทธิพลสูงมากต่อผู้นำ
หลายช่วงอายุคน ผู้นำธุรกิจโลกคนหนึ่งที่นำบทเรียนของโคโนสุเกะ
มัทสุชิตะมาสู่หัวใจคือ ทาดาชิ ยาไน ซีอีโอของฟ้าสท์ รีเทลลิ่ง ผู้ผลิต
และผู้ค้าปลีก
เครื่องแต่งกายใหญ่ที่สุดลำดับสามของโลกในเเง่ของยอดขาย เขาได้
กล่าวว่าบทเรัยนจากผู้ก่อตั้งพานาโซนิคช่วยทำให้ฟาสท์ รีเทลลิ่ง
บรรลุความสำเร็จทั่วโลกอย่างน่าประหลาดใจอย่างไร บุคคลเบื้อง
หลังตราสินค้ายูนิโคไอคอน ได้พาดพิงถึงความเข้าใจอะไรของโคโนสุเกะ
มัทสุชิตะ หมายความต่อองค์การของเขา
ผมเป็นผู้ชื่นชมที่ยิ่งใหญ่ของโคโนสุกะ มัทสุชิตะและตราสินค้าพานาโซนิค
ทาดาชื ยาไน
ได้อธิบาย เขาได้เผชิญครั้งแรกปรัชญาธุรกิจของมัทสุชิตะอย่างไร
เมื่อเขาได้ถือหางเสือของธุรกิจค้าปลีกของพ่อของเขา ต่อมาได้กลายเป็น
ฟ้าสท์ รีเทลลิง เมื่อบุคคลจำนวนหนึ่งได้ออกไปทันที ทาดาชิ ยาไน
รับผิดชอบ
หน้าที่ธุรกิจทุกอย่าง เช่น การบัญชี การตลาด และทรัพยากรมนุษย์
มันเป็นเวลาที่ท้าทายต่อทาดาชิ ยาไน และเขาต้องเรียนรู้การบริหารและธุรกิจ
จากไม่มีอะไรเลย ภายในต้น ค.ศ 1970 มันเป็นความต้องการนี้พาเขาไปสู่
หนังสือของมัทสุชิตะที่หามาได้อย่างกว้างขวาง
ทาดาชิ ยาไน กล่าวว่า มัทสุชิตะมองว่าบุคคลแต่ละคนควรจะคิดเหมือนกับ
ผู้บริหารอย่างไรมีผลกระทบอย่างสำคัญต่่อการคิดเกี่ยวกับการบริหาร
บริษัทของเขา ภูมปัญญานี้ได้บอกกล่าวหลักการ “โกเบิ้ล วัน” ของฟ้าสท์
รีเทลลิง กระตุ้นบุคคลของเราร่วมเรื่องราวความสำเร็จและการปฏิบัติที่ดี
ที่สุดของพวกเขาระหว่างกัน เขาได้อธิบายว่าปรัชญาน้ำประปาของ
มัทสุชิตะเป็นอิทธิพลที่สำคัญด้วย
ทาดาชิ ยาไน ได้อ้างถึงการประกาศเมื่อ ค.ศ 1932 ตรงที่มัทสุชิตะ
ได้กล่าวว่า
ภารกิจของผู้ผลิตคือ ชนะความยากจนด้วยการผลิตอุปทานของ
ผลิตภัณฑ์ที่อุดมสมบูรณ์ เหมือนกับอุปทานของน้ำประปา
ราคาถูกที่อุดมสมบูรณ์ และนำความสุขมาสู่ชีวิตของประชาชน
และทำให้โลกนี้เป็นสถานที่ที่ดีขึ้น นั่นเป็นภารกิจที่แท้จริงของ
บริษัทของเราด้วย ฟาสท์ รีเทลลิ่งได้ผูกพันกับวิถีทางของการ
คิดนั้น
แม้ว่าฟ้าสท์ รีเทลลิ่ง ดำเนินธุรกิจภายในอุตสาหกรรมที่แตกต่าง
จากพานาโซนิค ทาดาชิ ยาไน มองว่าภารกิจของฟ้าสท์ รีเทลลิ่งอยู่ฝภายใน
วิถีทางเดียวกับปรัชญาน้ำประปา ฟาสท์ รีเทลลิ่ง พยายามให้
คุณค่าใหม่ และความสุขและความพอใจกับการใส่เสื้อผ้าที่ดีแก่
บุคคลทั่วโลก ทาดาชิ ยาไน กล่าวว่า ทำนองเดียวกับพานาโซนิค
การ
กระทำของฟ้าสท์ รีเทลลิ่งมุ่งหมายที่จะเพิ่มคุณค่าชีวิตของ
บุคคล และพัฒนาความสามัคคีกับสังคม
ด้วยร้านค้าประมาณ 3500 แห่งทั่วโลก ความสำเร็จของฟาสท์
รีเทลลิ่ง เป็นผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกเครื่องแต่งกายไม่ถูกลบล้าง
เหตุผลอย่างหนึ่งเบื้องหลังความสำเร็จคือแนวคิด “ไลฟ์เเวร์”
เสื้อผ้าที่ใส่ภายในชีวิตประจำวัน ไลฟ์ เเวร์ เป็นเสื้อผ้าออกแบบ
ทำให้ชีวตของบุคคลทุกคนดีขึ้น มันเรียบง่าย คุณภาพสูง เสื้อผ้า
ประจำวันด้วยความรู้สึกที่แท้จริงของความสวยงาม แยบยลภาย
ในรายละเอียด คิดผ่านด้วยความต้องการภายในจิตใจของชีวิต
และวิวัฒนาการอยู่เสมอ เขาได้อธิบายเป็นประชาธิปไตยของ
การแต่งกาย ด้วยคำสัญญาของบริษัทเสื้อผ้าประจำวันคุณภาพสูง
ราคาไม่แพงเพื่อทุกสาขาอาชีพ คล้ายกับวิถีทางการผลิตของมัทสุชิตะ
ส่วนหนึ่งของความคับข้องใจเรามีภายในการตลาดคือ ทาดาชิ ยาไน ต้องการ
พูดว่า ผมได้สร้างบริษัทที่ก้าวไปอย่างรวดเร็วด้วยนวัตกรรม ดังนั้น
เขาเรียกมันว่าฟาสท์ รีเทลลิ่ง แต่สื่อมองที่ฟาสท์ รีเทลลิ่ง และไป
อะฮา คุณเป็นฟ้าสท์ แฟชั่น ชื่อที่สามารถแปลความหมายได้ง่าย
เป็นตราสินค้าฟ้าสท แฟชัั่นอีกอย่างหนึ่ง แต่เราไม่ใช่ ดังนั้นขั้นตอนแรกผมจะบอกบุคคล…. มันไม่ได้เป็นฟ้าสท์ แฟชั่น เพราะว่าเราไม่เคยผลิตเสื้อผ้า
ใช้แล้วทิ้ง
ยูนิโคล ไม่เพียงแค่ต้องการให้เราคิดว่าเสื้อผ้าของมันไม่เป็น
ฟ้าสท์ แฟชั่น มันต้องการให้เราคิดว่ามันเป็นวิถีทางของการปรับ
ปรุงชีวิตด้วยแนวคิดของ ไลฟ์แวร์ แนวคิดของไลฟ์ แวร์ นับตั้งแต่
วันแรกเกี่ยวกับอยู่เสมอ “เสื้อผ้าออกแบบทำให้ชีวิตของบุคคลทุกคน
ดีขึ้น” ปรัชญานี้ อยู่ ณ แกนของดีเอ็นเอของยูนิโคล่ มันเป็นกล่อง
เครื่องมือแก่บุคคลใส่รวมกันวิถีชีวิตของพวกเขา
วิถีทางที่จะผลิตเสื้อผ้าของตราสินค้ารากฐานอยู่ที่เทคโนโลยีมากกว่า
เเนวโน้มขับเคลื่อนของอุตสาหกรรม เราไม่ได้ออกแบบเสื้อผ้าจากการ
ตลาด เราไม่ได้ออกแบบเสื้อผ้าเพื่อการล่อลวง เราออกเเบบเสื้อผ้าเพื่อ
ชีวิตจริงของบุคคลจริง มันเป็นการออกแบบที่สะอาดของยูนิโคล่ด้วย
การไม่มีโลโก้ที่มองเห็น และมุ่งที่ประโยชน์และทำหน้าที่ของแต่ละชิ้น

ตามที่เราทุกคนรู้กัน พระเจ้าสี่คนของธุรกิจภายในญี่ปุ่นคือ โคโนสุเกะ
มัทสุชิตะ ณ พานาโซนิค โซอิชิโร ฮอนดะ ณ ฮอนด้า อกิโอะ โมริตะ ณ
โซนี่ และคาซุโอะ อินาโมริ ณ เคียวเซรา อะไรที่เรากำลังพูดเกี่ยวกับ
วันนี้ เป็นนักบุญที่มีชีวิตอยู่คนหนึ่งของธุรกิจ โคซุโอะ อินาโมริ เขาเป็น
บุคคลที่แจ็ค หม่า เหริน เจิ้งเฟ่ย และจาง รุ่ยหมิง บินมาญี่ปุ่นที่จะเยี่ยมเยียน
ส่วนบุคคล เขาเป็นเป้าหมายของการศึกษาต่อผู้ประกอบการทุกคน
ภายในโลก และอิทธิพลของเขาสามารถจินตนาการได้
หลายทศวรรษที่ผ่านมา โคโนสุเกะ มัทสุชิตะ ผู้ก่อตั้งพานาโซนิค ได้
ถูกยกย่องเป็น บิดาของธุรกิจ ต่อทักษะการบริหารที่ไร้คู่แข่งขัน และ
ปรัชญาการบริหารที่ยิ่งใหญ่ วันนี้ญี่ปุ่นมีผู้นำธุรกิจเทียบเคียงกับ
โคโนสุเกะ มัทสุชิตะใช่หรือไม่ คำตอบคือ ใช่ เขาคือ คาซุโอะ อินาโมริ
ผู้ก่อตั้งเคียวเซราและเคดีดีไอ
ณ จุดสุงสุดของอาชีพของเขา คาซุโอะ อินาโมริ ยังคงเป็นผู้ประกอบการ
ธรรมดาที่รู้จักกันน้อย ด้วยจิตใจของการเรียนรู้ คาซุโอะ อินาโมริ
ไปฟังคำบรรยายของโคโนสุเกะ มัทสุชิตะ ภายในช่วงของคำถามและ
คำตอบ ผู้ประกอบการบางคนได้ถามโคโนสุเกะ มัทสุชิตะ เพื่อคำแนะนำ
เราสามารถสร้างธุรกิจมีความสมดุลอย่างไร โคโนสุเกะ มัทสุชิตะ ตอบ
อย่างฉลาด คุณไม่สามารถทำมัน ถ้าคุณไม่ต้องการทำ ผู้ฟังเงียบไป
ขณะหนึ่ง จากนั้นได้ระเบิดเสียงหัวเราะต่อคำตอบที่ไร้คุณค่า คาซุโอะ
อินาโมริ เท่านั้นเข้าใจความหมายที่ลึกซึ้ง
พานาโซนิค เป็นบุคคลที่ผมชื่นชมมากที่สุด บุคคลที่ผมต้องการ
ขอบคุณมากที่สุด ความรู้สึกนี้แสดงออกโดยคาซุโอะ อินาโมริ
นักบุญการบริหารของญี่ปุ่น เมื่อผมสับสนมากที่สุดและไร้
ความช่วยเหลือภายในธุรกิจ มันเป็นภูมิปัญญาของนายพานาโซนิค
ที่ให้ความรู้แก่ผม และนายพานาโซนิคเป็นเหมือนดวงประทีปภายใน
ความมืด ให้แสงสว่างทิศทางของความก้าวหน้าของผม ในฐานะของ
ผู้นำดีที่สุดของศตวรรษที่ 20 คาซุโอะ อินาโมริ คือ “มัทสุชิตะ”
คาซุโอะ อินาโมริ ก่อตั้วเกียวโต เซรามิค – รู้จักกันในขณะนี้เป็นเคียว
เซรา ตอนอายุ 27 ปี เคียวเซราทำกำไรภายในปีเเรกของการก่อตั้ง และ
ทำกำไรทุกปีต่อ 50 ปีต่อไปโดยไม่ขาดทุนเลย ตอนอายุ 52 ปี เขาได้
ก่อตั้งเคดีดีไอ – บริษัทโทรคมนาคมใหญ่ที่สุดลำดับสองภายในญี่ปุ่น
ในขณะนี้ ทั้งสองบริษัทได้ถูกคัดเลือกเป็นบริษัทฟอร์จูน 500 เมื่อ
ค.ศ 2010 ตอนอายุ 78 ปี เขาได้ถูกเชิญโดยรัฐบาลญี่ปุนยึดครอง
เป็นซีอีโอของแจเเปน แอร์ไลน์ เพื่อการช่วยชีวิตเจเอแอลที่ล้มละลาย
โดยไม่ขอรับเงินเดือน
อะไรเป็นความลับของความสำเร็จต่อธุรกิจ เมื่อคาซุโอะ อินาโมริ ถูก
สัมภาษณ์ เขาได้นำเสนอการเขียนลายมือที่เขาเขียนว่า เคารพพระเจ้า
และรักบุคคล ดูแล้วเป็นปรัชญาเกินไปหรือไม่ คาซุโอะ อินาโมริ เชื่อว่า
ปรัชญาของบริษัทเป็นดวงประทีปนำทางที่จะขับเคลื่อนความสำเร็จของ
ธุรกิจ บ่อยครั้งได้ถูกเรียกว่า ปราชญ์ของการบริหารธุรกิจ เขาดูเหมือนมี
การสัมผัสที่อัศจรรย์สามารถทำให้ธุรกิจกลายเป็นบรรลุความสำเร็จอย่าง
น่าทึ่ง เเม้แต่ภายในอุตสาหกรรมที่เขาไม่มีความรู้เลย
ภายในทั้งชีวิตทางอาชีพและส่วนบุคคลของผม ผมได้ต่อสู้กับหลาย
สถานการณ์ที่ตัน ทำให้ผมเจ็บปวดอย่างไม่สิ้นสุด ภายในสถานการณ์
ที่ยุ่งยากเหล่านี้ ผมกลับไปสู่พื้นฐานอยู่เสมอและถามตัวผมเอง อะไร
เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่จะทำในฐานะของมนุษย์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำภาย
ในงานของผมอยู่บนหลักการพื้นฐานนี้ สังเกตุหลักการ วันเเล้ววันเล่า
สร้างผลลัพธ์อย่างน่าทึ่งแก่ผม
คาซุโอะ อินาโมริ เชื่อว่าภารกิจของธุรกิจคือ สร้างโลกที่ดีกว่าเพื่อ
มนุษยชาติ หลักการนำทางนี้เป็นดวงประทีปที่นำทางการตัดสินใจ
ของเขา แสดงความชัดเจนและสิ่งถูกต้องที่จะทำแก่เขา ผมเชื่ออย่าง
เข้มแข็งว่าความสุขของบุคคลของเราเป็นรากฐานความสำเร็จของ
บริษัท
คาซุโอะ อินาโมริ ผู้ก่อตั้งเคียวเซรา สร้างบริษัทจากไม่มีอะไรเลย
และขยายตัวมันไปสู่ผู้ผลิตเซรามิคหมายเลขหนึ่งของโลก เขาได้
เปิดตัวเคดีดีไอด้วย กลายเป็นบริษัทโทรคมนาคมใหญ่ที่สุด
ลำดับสองของประเทศ ด้วยเเรงจูใจของเขาที่จะนำเสนอบริการโทรคมนาคมต้นทุนต่ำแก่ลูกค้า
เมื่อมกราคม ค.ศ 2010 แจเเปน แอร์ไลน์ ประกาศล้มละลาย ทำให้โลก
ตกตะลึง เพื่อที่จะสร้างเจเอแอลใหม่ นายกรัฐมนตรีญื่ป่น ยูคิโอะ ฮาโท
ยามา เดินไปข้างหน้าเชิญคาซุโอะ อินาโมริ อายุ 77 ปี ออกจากภูเขา
ภายหลังการนัดหยุดงานหลายครั้ง คาซุโอะ อินาโมริ ได้กลายเป็น
ผู้นำของการสร้างใหม่ของเจเอแอล เขาสามารถนำเจเอแอลทำให้
ขาดทุนกลายเป็นกำไรภายในเพียงแค่หนึ่งปี นี่เป็นกรณีที่หายาก
ภายในเศรษฐกิจมนุษย์ รู้จักกันเป็น “ความอัศจรรย์ของเจเอเเอล”
ต่อมาคาซูโอะ อินาโมริ ได้ระลึกถึงการสร้างใหม่ของเเจแปน แอร์
ไลน์ เป็นการสะสมชีวิตธุรกิจ 54 ปีของผม ในฐานะบุคคลภายนอก
ภายในอุตสาหกรรมสายการบิน คาซูโอะ อินาโมริ นำเจเอเเอลกลับ
มาสูชีวิตภายในเพียงแค่หนึ่งปีอย่างไร ที่จริงแล้ว คาซุโอะ อินาโมริ
ทำสิ่งเดียวเท่านั้น นั่นคือจุดเชื้อใหม่แจเอเเอลด้วยจิตวิญญาน
เขากล่าวว่าความท้าทายยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือ เปลี่ยนแปลง
วัฒนธรรมบริษัท “ตายตัวและราชการ” ของเจเอแอล แจเเปน
แอร์ไลน์ เป็นเจ้าของโดยรัฐบาลนานกว่าสามทศวรรษ จนกระ
ทั่งการแปรรูปของมันเมื่อ ค.ศ 1987 ผมรู้สึก
ไม่สบายใจ เพราะว่าบริษัทไม่รู้สึกเหมือนกับบริษัทเอกชนเลย
ผู้บริหารรัฐบาลก่อนหน้านี้หลายคนเคยได้รับร่มชูชีพทองคำมา
สู่บริษัท ผมประหลาดใจเราไม่มีผู้นำที่แท้จริงสามารถรวมบุคคล
ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวระหว่างวิกฤต ดังนั้นเขาสามารถเปลี่ยนแปลง
วัฒนธรรมบริษัทที่ฝังรากลึกอบ่างไร
ปรัชญาที่เรียบง่ายของผม
คือ ทำให้บุคคลทุกคนมีความสุข มันเป็นกฏทองของผม นับตั่งแต่
ผมได้ก่อตั้งเคียวเซราเมื่อผมอายุ 27 ปี ไม่ได้ทำให้ผู้ถือหุ้นมีความ
สุข แต่เพียงแค่สร้างบริษัทที่บุคคลทุกคนภูมิใจที่จะทำงาน
บุคคลหลายคนสงสัย ปรัชญาที่เรียบง่ายสามารถใช้การได้หรือ
แต่ในที่สุดมันใช้การได้ ภายหลังการแต่งตั้งของเขาไม่นาน เจเอแอล
ได้ออกหนังสือเล่มเล็กของปรัชญาของคาซุโอะ อินาโมริ
เขาได้เทศนาเป็นนักบวชศาสนาพุทธ และบังคับการเข้าประชุมของ
บุคคลทุกคน
แต่กระนั้นไม่ใช่ว่าบุคคลทุกคนยอมรับการก้าวไปเริ่มแรกนี้ ดังนั้น
เขาได้ปล่อยอาวุธลับอีกอย่างหนึ่ง ผมนำเบียร์หกกระป๋องมาให้ภายหลัง
การประชุมเหล่านี้ หรือบุคคลที่กำลังทำงานดึก ภายหลังการดื่มเบียร์
บุคคลได้เปิดเผยและบอกความคิดเห็นที่ซื่อสัตย์แก่ผม การสื่อสาร
ด้วยการดื่มเป็นการพูดคุยทางธุรกิจที่เป็นทางการน้อย และใช้การ
ได้ดีมาก
ณ ตอนเริ่มต้นของการเป็นซีอีโอ คาซุโอะ อินาโมริ เดินหน้าด้วย
เหตุผลทำไมเจแอแอลไม่สามารถตาย ข้อแรกการล้มละลาย
ของเจเอแอลจะทำให้สูญเสียอย่างหนักต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น ข้อสอง
ผลประโยชน์ของบุคคลของเจเอแอลต้องถูกคุ้มครอง
คาซุโอะ อินาโมริ กล่าวว่า หัวใจของบุคคลสามารถเปลี่ยนแปลง
ได้ เมื่อพวกเขารวมกันเป็นหนึ่งเดียวแล้ว พวกเขาเข้มเเข็งอย่างยิ่ง
นี่คือการบริหารบนพื้นฐานหัวใจ ตรายเท่าที่เราสามารถสร้างบริษัท
ด้วยสายใยทางจิตวิญญานที่เข้มแข็ง เราจะบรรลุความสำเร็จอย่าง
แน่นอน เราสร้างสายใยทางจิตวิญญานอย่างไร คาซุโอะ อินาโมริ
มีการประชุมทุกเดือนที่จะสั่งสอนปรัชญาของเขาแก่บุคคล สนับ
สนุนการเคารพท้องฟ้าและรักบุคคลอื่น รักงานและชีวิตของบุคคล
และกล่าวว่า ความหมายของชีวิตอยู่ที่การเอาชนะความยุ่งยากและ
และปรับปรุงตัวเราเอง
เมื่อผมมาสู่เจเอเเอลครั้งเเรก ผมบอกผู้บริหารว่าเราต้องแถลงปรัชญา
ของการบริหาร และร่วมกับบุคคลทุกคน ณ บริษัท ผมบอกพวกเขาว่า
เราไม่ต้องการคำแถลงมากด้วย สิ่งหนึ่งที่ผมต้องการจะกล่าวคือ
เป้าหมายของการบริหารคือ เเสวงหาความสุขของบุคคลทุกคน ทั้ง
ทางร่างกายและจิตใจ….นั่นเป็นอะไรที่ผมได้สรุปมัน มันไม่เพื่อผู้ถือหุ้น
และมันไม่เพื่อผู้บริหาร มันเพื่อบุคคลทุกคนทำงาน ณ บริษัท เราวาง
สิ่งนี้ ณ ตอนเริ่มต้นของถ้อยแถลงปรัชญาของเรา นี่เป็นบริษัทของเรา
และเป้าหมายของมันคือ ทำให้เราทุกคนมีความสุข
ในขณะที่ผมบริหารเคียวเซรา ผมได้เผชิญกับความยุ่งยากหลายอย่าง
แม้ว่าผมได้ต่อสู้อยู่บ่อยครั้ง ผมสามารถฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านี้ได้ ปรัชญา
ของเคียวเซรากำเนิดภายใต้สถานการณ์เหล่านี้ เมื่อผมโต้เถียงอยู่เสมอ
กับตัวผมเองเกี่ยวกับชีวิตและงานของผม ปรัชญาของเคียวเซราเป็น
ปรัชญาของชีวิตที่ผมได้มาผ่านทางการปฏิบัติ รากฐานของมันอยู่ที่
มีชีวิตอยู่ภายในวิถีทางที่ถูกต้องในฐานะของมนุษย์ ดังนั้นผมได้กระตุ้น
บุคคลของเราเดินตามปรัชญานี้ ผมเชื่อว่ามันทำให้บุคคลแต่ละคนมี
ความสุข ในขณะที่ทำให้บริษัทของเราเจริญรุ่งเรืองด้วย
ณ เวลานั้น เคียวเซรา ได้เช่าคลังสินค้า และเริ่มต้นธุรกิจของมัน
ด้วยบุคคล 28 คนเท่านั้น เมื่อไรผมมีโอกาส ผมจะพูดต่่อบุคคลของ
ผมว่า เราต้องการกลายเป็นบริษัทหมายเลขหนึ่งภายในนิชิคโยฮารา
มาซิ ผมยืนยันต่อการพรรณามากขึ้นและมากขึ้นต่อบุคคลของเคียว
เซราทุกคน ความฝันที่ยิ่งใหญ่
ปรัชญาเป็นหลักการนำทางเพื่องานและชีวิตสร้างเมื่อเราเผชิญกับ
คำถามพื้นฐาน เช่น เราพิจารณาอะไรเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องใน
ฐานะของมนุษย์ และความมุ่งหมายของชีวิตคืออะไร ในขณะที่เราได้พยายามเอาชนะความยุ่งยากหลายอย่าง ปรัชญาการบริหารนี้ได้
นำทางความก้าวหน้าของเคียวเซร่ามาถึงวันนี้
ตอนวัยหนุ่ม คาซุโอะ อินาโมริ ไม่ได้มีปรัชญาธุรกิจ เขาคิดว่าถ้า
บริษัทของเขาอยู่รอดได้ เขาสามารถส่งเงินไปให้ญาติพี่น้องภาย
ในชนบท และจ่ายเงินเดือนแก่บุคคล 28 คน แต่กระนั้นเหตุการณ์
อย่างหนึ่งได้เปลี่ยนจิตใจของเขา ผู้จบมัธยมปลายสิบเอ็ดคนได้
ถูกว่าจ้างภายในปีที่สองของบริษัท พวกเขาได้ยื่นข้อเสนอเงิน
เดือน โบนัส และการประกัน คาซุโอ อินาโมระ ได้ยับยั้งความ
โกรธของเขา และพยายามชักจูงพวกเขา แต่พวกเขาไม่รับฟัง
คาซุโอะ อินาโมริ ได้เจรจาต่อรองอย่างจริงใจกับพวกเขา
ในที่สุดพวกเขาได้ยอมตกลง มันได้กระตุ้นคาซุโอะ อินาโมริ
รับรู้ว่าบริษัทควรจะมีความมุ่งหมายที่สำคัญมากขึ้น นอกจาก
การแสวงหาความสมหวังของเขาเองที่เป็นวิศวกร เขาได้
อธิบายปรัชญาธุรกิจครั้งแรก “แสวงหาความสุขของบุคคล
ทุกคนภายในทั้งร่างกายและจิตใจ”
ภายในหนังสือของคาซุโอะ อินาโมริ กล่าวถึงคำแถลงจำนวน
มากเกี่ยวกับการบริหารรวมศูนย์อยู่ที่หัวใจของมนุษย์ เช่น
ทรัพยากรการบริหารสำคัญที่สุดคือ บุคคล ความลับต่อ
ความสำเร็จภายในทั้งชีวิตและธุรกิจถูกพบภายในจิตวิญ
ญานของมนุษย์
ผมพยายามอยู่เสมอวางรากฐานธุรกิจของผมบนหัวใจของมนุษย์
ผมมุ่งที่วิถีทางของการสร้่างและการรักษาธุรกิจ ความสัมพันธ์ที่
เชื่อถือได้กับบุคคลทุกคนของผม นับตั้งแต่การสร้างบริษัท เคียวเซรา
ได้รักษาแรงกระตุ้นเพื่อยอดขายและกำไร จุดสำคัญของความสำเร็จ
ของมันคืออะไร ภายในการคำนึงถึงนี้ คาซุโอะ อินาโมริ กล่าว
อยู่เสมอ “ปรัชญาเคียวเซรา” และ “การบริหารแบบอมีบา”
ที่จริงแล้ว สมบัติสองอย่างเหล่านี้เป็นทั้งวงล้อของวิธีการ
บริหารของคาซุโอะอินาโมริ และมันได้แสดงพลังยิ่งใหญ่ไม่เพียง แต่
เคียวเซราเท่านั้น แต่เพื่อการบริหารตามมาของเคดีดีไอ และการสร้าง
ใหม่ของแจแปน แอร์ไลน์ ด้วย

ภายในชีวิตของผม ผมไม่เคยมองขวาหรือซ้าย แต่เดินตามหัวใจ
ของการเห็นแก่ผู้อื่น เดินตามเส้นทางที่ผมเชื่อ และก้างตรงไป
ข้างหน้า โดยไม่หันกลับมา คาซุโอะ อินาโมริ กล่าว พระเจ้าใช้
ความสำเร็จทดสอบบุคคล และทดสอบหัวใจของบุคคล
ตลอดหลายปี คาซุโอะ อินาโมริ ได้ประมวลความเชื่อเกี่ยวกับ
การบริหารและธุรกิจของเขาเป็นอะไรที่รู้จักกันเป็น “ปรัชญา
เคียวเซรา” มันอยู่บนรากฐานความคิดของการแสวงหาอะไร
ถูกต้องต่อมนุษย์ มันอยู่บนพื้นฐานของสิ่งนี้และหลักการอื่น
สองอย่าง – บุคคลไม่มีความต้องการที่สูงกว่ารับใช้ประโยชน์
ส่วนรวมของมนุษย์และสังคม และอนาคตของมนุษย์สามารถ
ถูกรับรองผ่านทางความสมดุลของความก้าวหน้าทางวิทยา
ศาสตร์ และวุฒิภาวะทางจิตวิญญานเท่านั้น เขาได้พัฒนา
สไตล์การบริหารเฉพาะบนพื้นฐานการปรับปรุงส่วนบุคคล
และความผูกพันต่อประโยชน์ส่วนรวม
คาซุโอะ อินาโมริ รู้จักกันเป็น นักบุญของการบริหาร ภาย
ในญี่ปุ่น ภายในการสัมภาษณ์ เพื่อที่จะค้นหาจุดสำคัญของ
การบริหาร ด้วยการสำรวจความคิดของคาซุโอะ อินาโมริ
ต่อการบริหารแบบตะวันออก คำตอบของเขาเรียบง่าย
อย่างน่าประหลาดใจ ไม่มีเลย แต่เมื่อเขาทำการตัดสินใจ
ธุรกิจใดก็ตาม หลักการของเขาคือ อะไรถูกต้องในฐานะ
ของมนุษย์ เขาเชื่อมั่นภายในการบริหารธุรกิจด้วยการเห็น
แก่ผู้อื่น และการเห็นแก่ผู้อื่นเป็นอะไรที่ถูกต้องในฐานะของ
มนุษย์
เมื่อทำการตัดสินใจ ผู้นำธุรกิจต้องถามตัวพวกเขาเอง การ
ตัดสินใจ
เหล่านี้เกิดจากเเรงจูงใจที่ดีและไม่เห็นแก่ตัวหรือไม่ ผมควรจะ
ทำสิ่งนี้
ในฐานะของมนุษย์หรือไม่ คำถามเหล่านี้ควรจะถูกถามซ้ำภายใน
หัวใจของพวกเขา และการตัดสินใจที่แตกต่างกันสามารถทำบน
หลักการนี้ ปรัชการบริหารของการลุกขึ้นจากหัวใจของเขาเกิด
ขึ้นจากภูมิหลังอุดมการณ์ทางตะวันออกที่เข้มแข็งของเขา และ
ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของลัทธิขงจื้อ ศาสนาพุทธ และลัทธิเต๋า
ตามมุมมองของคาสุโอะ อินาโมริ ความมุ่งหมายของการดำเนิน
ธุรกิจ ไม่ใช่บรรลุความฝันของนักเทคโนโลยี หรือความต้องการ
ที่เห็นแก่ตัวของผู้บริหาร แต่รับผิดชอบต่อชีวิตในขณะนี้และ
อนาคตของบุคคลและครอบครัวของพวกเขา
เพื่อประโยชน์ของการคุ้มครองบุคคล และคุ้มครองบริษัท
คาซุโอะ อินาโมริ ได้สำรองเงินสดจำนวนมากภายในเคียวเซรา
รับมือกับการตกต่ำทางเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ใช่เดินตาม
อย่างตาบอดข้อกำหนดของนักลงทุนอเมริกันเพิ่มผลตอบแทน
จากการลงทุน
เมื่อผมเป็นหนุ่มอยู่ ผมได้ฟังการบรรยายของโคโนสุเกะ มัทสุชิตะ
และคำบรรยายนั้นสร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งแก่ผม มันเป็นคำ
บรรยายเกี่ยวกับการบริหารอ่างเก็บน้ำ
คาซุโอะ อินาโมริ ไม่ได้ยกย่องความสามารถ ตามมุมมองของ
เขา ไมว่าบุคคลมีความสามารถแค่ไหน ถ้าบุคคลไม่ได้ใช้ความ
สามารถของพวกเขาตามวิถีทางที่ถูกต้องด้วยความมุ่งหมายที่ดี
มันไม่ไดมีประโยชน์อะไรเลย นอกจากนี้บุคคลที่มีความสามารถ
ตกหลุมผลประโยชน์ตัวเองได้ง่าย ถ้าบุคคลที่มีความสามารถ
เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผู้บริหารระดับสูง เรามีโอกาสสูงที่พวกเขา
จะผูกพันกับพฤติกรรมที่ขาดจริยธรรมทำร้ายบริษัทหรือสังคมได้
คาซุโอะ อินาโมริ ได้ต่อต้านการบริหารแบบตะวันตก มันไม่
ใช่ผู้ถือหุ้นสำคัญที่สุด แต่มันเป็นบุคคลของเรา ถ้าเราต้องการ
ไข่ เราต้องดูแลไก่ของเรา การข่มเหงหรือการฆ่าไก่ ใช้ไม่ได้
รากฐานความสำเร็จของเคียวเซราและเคดีดีไอ และการฟื้นฟู
แจแปน เเอร์ไลน์ของเขา พิสูจน์ว่าชายอายุ 84 ปี ถูกต้อง ด้าน
หนึ่ง เขาเป็นนายทุนที่มุ่งกำไร ทุกทีมภายในกลุ่มควรจะกระทำ
และคำนวณอย่างอิสระคล้ายอมีบา ดังนั้นเรามีบรรยากาศ
คล้ายสตาร์ทอัพ และบุคคลทุกคนควรจะกระทำเหมือนผู้บริหาร
ทำรายได้สูงสุด และลดต้นทุนให้ต่ำสุด ภายในอีกด้านหนึ่ง คาซุโอะ
อินาโมริ นักบวชพุทธศาสนานิกายเซน ต้องการปราบทุนนิยม
ด้วยการเห็นแก่ผู้อื่นและจิตวิญญานครอบครัว หลักการของเขา
ทำสิ่งที่เป็นสิทธิของมนุษย์
อะไรเป็นสิ่งถูกต้องผมในฐานะของมนุษย์ต้องทำ แต่่ไม่เป็นคาซุโอะ
อินาโมริ ไม่เป็นแม้แต่ชาวญี่ปุ่น แต่เป็นบุคคลหนึ่งมีชีวิตอยู่บนโลกนี้
นั่นเป็นแก่นสารที่มั่นคง คำถามของการเป็นมนุษย์นี้อยู่ ณ รากฐาน
ของชีวิตของผม
ในขณะนี้ผมอายุ 84 ปีเเล้ว เกษียณและอ่านหนังสือมาก ผมไป
สำนักงานของผม ณ เคียวเซรา ไม่กี่ครั้งต่อสัปดาห์ และพบ
ผู้บริหาร ทุกครั้งผมถามตัวผมเองเราควรจะเป็นมนุษย์อย่างไร
บทเรียนหนึ่งคือ เราควรจะถ่อมตัวและไม่เคยจองหอง ความ
เสี่ยงภัยของการจองหองเพิ่มขึ้นตามอายุ ดังนั้นผมควบคุม
ตัวผมเองอย่างเข้มงวด และสงสัยว่าผมถ่อมตัวเพียงพอหรือ
ไม่
ดังสุภาษิตโบราณของจีนกล่าวว่า บุคคลหนึ่งสามารถยกประเทศ
ให้สูงขึ้น บุคคลหนึ่งสามารถทำลายประเทศได้ ทำนองเดียวกัน
มันได้ถูกกล่าวจากยุคโบราณว่า ความสำเร็จหรือความล้มเหลว
ขององค์การกำหนดโดยผู้นำ คาซุโอะ อินาโมริ กล่าวว่า เมื่อผม
เริ่มต้นเคียวเซรา ผมไม่มีความคิดเกณฑ์อะไรที่จะใช้เพื่อการ
ตัดสินใจภายในการบริหาร ในไม่ช้าผมได้ตัดสินใจว่าเกณฑ์
การตัดสินใจควรจะเป็น อะไรเป็นสิ่งถูกต้องที่จะทำ และอะไร
เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ดังที่ผมถูกสอนโดยพ่อแม่และครูเมื่อเป็นเด็ก
อะไรที่ถูกต้องในฐานะของมนุษย์ เป็นอะไรที่ทากาโมริ ไซโง อ้าง
เป็นพระเจ้า ผ่านทางถ้อยคำ เคารพพระเจ้า ทากาโมริ ไซโง ได้
อธิบายความสำคัญของการเดินตามเส้นทางที่ถูกต้อง
หนังสือของคาซุโอะ อินาโมริ ได้สร้างระบบที่ยิ่งใหญ่ของปรัชญา
การบริหารของเขา แต่สรุปด้วยจุดสำคัญด้วยถ้อยคำที่สั้น มันคือ
” เคารพพระเจ้าและรักบุคคล ” ต้นกำเนิดของถ้อยคำเหล่านี้ดูเหมือน
ย้อนรอยไปยังจักรพรรดิ์ชิงของจีนภายใน ค.ศ 1671 แต่กระนั้นถ้อย
คำเหล่านี้ภายในปรัชญาการบริหารของคาซุโอะ อินาโมริ นำมาจาก
หนัวสือของทากาโมริ ไซโง
ทากาโมริ ไซโง ซามูไรคนสุดท้ายของญี่ปุน รู้จักกันต่อการขบถที่ล้มเหลวของเขา ต่อสู้รัฐบาลเมจิที่เขาช่วยนำมาสู่อำนาจ ไซโง ทากามูริ ได้ถูกจดจำทั้งต่อการนำของเขาภายในการฟื้นฟูเมจิที่ล้มโชกุนเมื่อ ค.ศ 1868 และการขบถที่ไม่บรรลุ
ความสำเร็จต่อรัฐบาลใหม่ของเขาไม่ถึงสามทศวรรษต่อมา ทากาโมริ ไซโง
ที่เชื่อมั่น
สวรรค์รักษาชีวิตของเขาต่อเหตุผลที่เขามีชีวิตอยู่ จนกระทั่งเขาทำให้ความ
ต้องการของพระเจ้าเสร็จเรียบร้อย ปรัชญานี้เชื่อมโยงต่่อสุภาษิตที่มี
ชื่อเสียงของเขา : เคารพสวรรค์ และรักบุคคล
มุมมองของทากาโมริ ไซโงคือ ชีวิตและความตายอยู่เหนือการพิจารณา และควรจะปล่อยทิ้งแก่โชคชะตา
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







