บทเรียนจากประชาธิปไตยเกาหลีใต้

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
บทเรียนจากประชาธิปไตยเกาหลีใต้
เมื่อค่ำของ ๓ พย.๖๗ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ “ยุน ซ็อก-ย็อล”อยู่ๆ ก็ออกประกาศใช้กฎอัยการศึกผ่ านทางโทรทัศน์ หมายเข้ารวบอำนาจไว้ในกำมืออย่ างเด็ดขาด โดยไม่มีใครคาดหมายมาก่อน
ทำให้ชาวเกาหลีตระหนกกันไปทั่ วประเทศ ท่ามกลางความแปลกใจของต่างชาติ ที่ เฝ้ามองด้วยความระทึกว่ าอะไรกำลังเกิดขึ้นกันแน่

ในการนี้ผู้นำเกาหลีใต้อ้างว่ าฝ่ายค้านปิดกั้นกิจกรรมของรั ฐบาลทุกอย่าง เช่นไม่ผ่านร่ างกำหมายงบประมาณให้ ทั้งนี้ โดยกล่าวหาฝ่ายค้านว่า ถูกเกาหลีเหนือแทรกแซงด้ วยการให้เหตุผลว่า
“เพื่อประกันเสรีภาพของเกาหลี ใต้ซึ่งถูกคุ กคามจากกองกำลงเกาหลีเหนื อและเพื่อกำจัดฝ่ายต่างๆ ที่ต่อต้านรัฐ…..ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงประกาศใช้กฎอัยการศึ ก”
ถามว่ากฎอัยการศึกคืออะไร ตอบสั้นๆว่าคือ กฎหมายที่ใช้ในการสงคราม ครับ
และการประกาศใช้กฎอัยการศึ กจะกระทำได้ตามรัฐธรรมนู ญมาตราที่ ๗๗ ที่ระบุไว้ว่า:-
“จะบังคับใช้ได้ ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นทางทหาร หรือเพื่อคงไว้ซึ่งความปลอดภั ยและความเป็นระเบียบเรียบร้ อยของสาธารณะโดยกองกำลั งทหารในยามสงคราม…..”
ในการนี้ พล.อ.ปาร์ก อัน-ซู”เสนาธิการทหารบก ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้บั ญชาการตามกฎอัยการศึกได้ ออกมาแถลงต่อว่า”ต่อจากนี้ไป ห้ามทำกิจกรรมใดๆ ทางการเมือง ไม่ว่าในระดับไหนทั้งสิ้น รวมทั้งการประชุมสภาและ การชุมนุมเดินขบวน ทุกสื่อจะต้องถูกควบคุมหมด หากมีการล่วงละเมิดกฎอัยการศึ กใดๆ ทุกคนจะต้องถูกจับกุมโดยไม่ต้ องมีหมายศาล”

ขณะที่ประกาศใช้กฎอัยการศึกนั้น ผู้นำเกาหลีใต้ก็ส่งทั้งทหารติ ดอาวุธและกองกำลังปราบจลาจลบุ กเข้าที่ทำการรัฐสภาทันที เพื่อป้องกันมิให้มีการประชุ มเพื่อลงมติเสียงส่วนใหญ่ยกเลิ กประกาศกฎอัยการศึกที่ว่านี้
แต่ก็ปรากฏว่า ประชาชนชาวเกาหลีที่รักประชาธิ ปไตย ก็ยกขบวนพากันไปขัดขวางทหารที่ พยายามจะเข้าไปในรัฐสภา
ช่วยป้องกันบรรดาส.ส.ที่ทยอยเข้ าไปเพื่อประชุมตามเสียงเรียกร้ องของหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านที่กุ มเสียงข้างมากในสภาซึ่ง”ไลฟ์สด” จากรถยนต์นั่ง ขณะมุ่งหน้าไปยังรัฐสภา
และเกิดการเผชิญหน้ากันขึ้น ดีที่ไม่มีการใช้อาวุธ จนกระทั่งเกิดการบาดเจ็บหรือล้ มตาย
จนที่สุด เมื่อสภาลงลงมติยกเลิกกฎอั ยการศึกสำเร็จ จาก ๑๙๐ เสียง(จากทั้งหมด ๓๐๐ เสียง)
การประกาศกฎอัยการศึ กของประธานาธิบดีก็กลายเป็ นโมฆะไป
แต่ตามรัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้นั้ น การยกเลิกกฎอัยการศึกอย่างสมบู รณ์ จะเป็นได้ ก็ต่อเมื่อศาลสูงมีคำสั่งชี้ ขาดโดยอิสระเท่านั้น
นี่ครับ คือตัวอย่าง การถ่วงดุลการใช้อำนาจระหว่างฝ่ าย”บริหาร-นิติบัญญัติ-ตุลาการ” ตามระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรั ฐ
เมื่อการณ์เป็นไปเช่นนี้ ทหารก็ถอยสิครับ ไม่ดื้อดึงดันทุรังปฏิบัติตามที่ ประธานาธิบดีสั่ง อีกต่อไป
สะท้อนความเป็น”ทหารประชาธิ ปไตย”ตัวจริงแบบเกาหลีใต้ ที่รู้ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก
ถามว่าทำไมประธานาธิบดี“ยูน ซ็อก-ย็อล”จึงต้องต้องประกาศใช้ กฎอัยการศึก
ต่อไปนี้คือคำตอบอย่างคร่าวๆ ครับ
ตั้งแต่ได้รับการเลือกตั้ งโดยตรงขึ้นเป็นประธานาธิบดีกว่ าสองปีนั้น “ยุน”ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนั กการเมืองขวาจัด ไม่สามารถบริหารประเทศได้อย่ างสะดวกดาย เมื่อการเลือกตั้งครั้งหลังสุด พรรคฝ่ายค้านกุมเสียงข้ างมากในสภาไว้ได้
เขาไม่สามารถผ่านร่ างกฎหมายตามที่เขาต้องการได้ รวมทั้งกฎหมายร่างงบประมาณ ซึ่งฝ่ายค้านตั ดลดงบประมาณลงตามที่ฝ่ายรั ฐบาลนำเสนอ แต่ก็ไม่สามารถผ่านการโหวตไปได้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีนี้รัฐบาลจะบริหารประเทศไปได้ อย่างไรเล่า
ในสัปดาห์เดียวกัน ฝ่ายค้านรุกต่อหมายสอบสวนเอาผิด เจ้าหน้าที่ร่วมรัฐบาลบางคนส่ วนมากเป็นระดับหัวหน้าสำนั กงานตรวจสอบบัญชีซึ่งไม่ ยอมสอบสวนพฤติกรรมส่อฉ้อราษฎร์ บังหลวงของ”สตรีหมายเลข ๑” ซึ่งก็คือภริยาของ”ยุน”นั่นเอง
ที่กล่าวมาแล้วคือภาวะ“จนตรอก” ของ”ยุน”ที่หันไปใช้การออกกฎอั ยการศึก เพื่อใช้แก้ไขปัญหา ซึ่งเขารู้แน่ชัดว่าอะไรจะเกิ ดขึ้นตามมา แต่ก็เสี่ยงทำ
แต่ทำแล้วก็พลาด เพราะมหาประชาชนพร้อมเพรียงกัน ลงถนนทันที เพื่อต่อต้านโดยไม่คิดชีวิต
ถามว่าจะเกิดอะไรต่อจากนี้ไปกั บ“ยุน”
ผมตอบไม่ได้ครับ ต้องรอดูไปก่อน
แต่ขออนุญาตถามท่านผู้อ่านว่ าพวกเราในฐานะถูกปกครองด้ วยระบอบประชาธิปไตย น่าจะได้บทเรี ยนอะไรจากปรากฏการณ์ทางการเมื องเกาหลีใต้
ช่วยกันแสดงความเห็นกันเข้ามา ให้ได้ชื่นใจหน่อยเถิดครับ
Facebook Comments Box







