นกที่บินมาก่อนจับหนอนได้ : ข้อได้เปรียบของผู้เข้ามารายแรก

นกที่บินมาก่อนจับหนอนได้ : ข้อได้เปรียบของผู้เข้ามารายแรก
อับราฮัม ลินคอล์น ลูซี่ สโตน มาร์ติน ลูเธอร์ คิง และสตีฟ จ้อป อะไรแยกพวกเขาออกมาต่างหาก และช่วยพวกเขาบรรลุความสำเร็จที่เปลี่ยนแปลงโลก
Originals : How Non-Conformists Move the World ผู้เชียน อดัม แกรนต์ ได้นำเสนอการวิจัยเกี่ยวกับความเชื่อ พฤติกรรม และความยืดหยุ่นทางอารมณ์ การนำไปสู่ความก้าวหน้าอย่างไม่น่าเชื่อภายในนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ อดัม แกรนต์ ได้อธิบายเราสามารถประยุกต์ใช้การค้นพบเหล่านี้ต่อชีวิตของเราเองอย่างไรด้วย
ออริจินอลส์ – บุคคลไม่ทำตามประเพณีที่เปลี่ยนแปลงโลก – ไม่เพียงแค่ผู้รับความเสี่ยงภัยที่กล้าหาญกระโดดไปสู่สิ่งที่ไม่รู้ ที่จริงแล้วบุคคลทุกคนสามารถสร้างผลกระทบและท้าทายฐานะเดิม – ภายในสถานที่ทำงานของพวกเขา ชุมชนของพวกเขา
ความก้าวหน้าที่สำคัญส่วนใหญ่ภายในโลกของเราได้ถูกสร้างโดยบุคคลไม่
กี่คนที่กล้าจะคิดแตกต่าง อดัม แกรนต์เรียกพวกเขาว่า ออริจินอลส์ ด้วยการใช้เรื่อราวชีวิตจริงและตัวอย่างของออริจินอลส์บรรลุความสำเร็จและล้มเหลวอย่างไร อดัม แกรนต์ ได้แสดงว่าความคิดสร้างสรรค์สามาถถูกเลี้ยงดูอย่างไร อดัม แกรนต์ ได้กล่าวว่า
“โลกไม่ได้ทรมานจากการขาดความคิด แต่การขาดบุคคลที่สามารถทำให้มันเกิดขึ้น”
ออริจินอลส์ เป็นบุคคลบางคนที่ไม่เพียงแต่มีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อการปรับปรุงโลกรายรอบพวกเขาเท่านั่น แต่ได้ริเริ่มการกระทำมันให้เป็น
ความจริง นี่จะเป็นหนังสือเศร้าใจอย่างแท้จริงที่จะเขียน ถ้าบุคคลเกิดเป็น
ออริจินอลส์ นั่นเป็นการสิ้นสุดของเรื่องราว หลักฐานท่วมท้นที่เราทุกคนมีจุดเริ่มต้นแตกต่างกันเพื่อสร้างสรรค์ความคิดของเราอย่างไร แต่เราทุกคนสามารถเพิ่มความเป็นต้นกำเนิดของเราได้
ภายใน Originals ผู้เขียนหนังสือขายดีที่สุด ที่ปรึกษา และอาจารย์วอร์ตัน สคูล ได้ยกปัญหาของความเป็นต้นกำเนิดภายในสถานที่ทำงาน เขาได้สำรวจเรื่องราวผ่านทางการนำเสนอของประว้ติธุรกิจ เกร็ดเล็กน้อย และการวิจัย
ที่แสดงต้นกำเนิดสามารถเจริญเติบโตภายในองค์การอย่างไร อดัม แกรนต์
ได้จูงใจผู้อ่านโดยการให้พวกเขาตัวอย่างมากมายของออริจินอลส์จัดการที่จะทำให้ความคิดของพวกเขาเป็นความจริงอย่างไร
การเป็นต้นกำเนิดภายในโลกธุรกิจจะยุ่งยาก บุคคลต้นกำเนิดหลายคนนำเสนอตัวพวกเขาเองและความคิดที่พวกเขาคิดค้นภายในวิถีทางที่บ่อนทำลายตำแหน่งของพวกเขาภายในสายตาของบุคคลอื่น พวกเขาไม่เข้าใจว่าบุคคลส่วนใหญ่ที่พวกเขาติดต่อจะขี้สงสัย นักคิดต้นกำเนิดต้องตระเตรียมที่จะเผชิญความสงสัย และพร้อมที่จะเอาชนะมัน ด้วยคำพูดที่ง่าย เราสามารถใช้สองเส้นทางไปสู่ความสำเร็จ ความเป็นกำเนิด หรือการทำตาม ทั้งสองเส้นทางสามารถไปสูความสำเร็จในที่สุดได้ แต่แต่ละเส้นทางต้องการวิถีทางที่แตกต่างกันไปสู่ชีวิต
การทำตามคือ การเป็นเหมือนกับคนอื่น เราเดินตามเส้นทางที่ชัดเจนอยู่ข้างหน้าเรา เราทำตามสิ่งเดียวกันเหมือนที่บุคคลมาก่อนเราทำ และเราแข่งขันกับบุคคลอื่นบนเส้นทางเดียวกัน ถ้าเราสามารถทำหนักขึ้นเล็กน้อย พยายามขึ้นเล็กน้อย และดีขึ้นเล็กน้อยมากกว่าใครก็ตามบนระดับของเรา ดังนั้นเราจะก้าวขึ้นไป ด้วยการก้าวย่างนำหน้า ในที่สุดเราจะบรรลุความสำเร็จ นี่เป็นเส้นทางรู้จักกันและยอมรับกันดี แนวทางได้ถูกใช้มานานหลายปี และมันค่อนข้างชัดเจนอะไรที่ต้องการจากเราเพื่อที่จะบรรลความสำเร็จ
ตรงกันข้ามความเป็นต้นกำเนิดไม่เป็นเพียงแค่การมีความคิดที่สดใสเท่านั้น นั่นเป็นการเริ่มต้นเท่านั้น เพื่อที่จะเป็นต้นกำเนิด เราต้องต่อสู้ที่จะนำความคิดเหล่านี้ไปสู่ชีวิต การเป็นออริจินอลส์ต้องการวิถีทางไม่เหมือนใคร
เราไม่มีเส้นทางนอกจากเส้นทางที่เราสร้างเพื่อตัวเราเอง บุคคลที่ข้ามเส้นทาง
ของเราไม่ไดมุ่งหน้าภายในทิศทางเดียวกัน และไม่ได้แข่งขันกับเราต่อทรัพยากรที่จำกัด พวกเขาเป็นเพียงแค่บุคคลอื่นบนการเดินทางต้นกำเนิดของพวกเขาเอง การเดินตามเส้นทางต้นกำเนิดหมายความว่าชัดเจนน้อยลงและรู้สึกเสี่ยงภัยมากขึ้น เพราะว่ามันไม่มีการรับประกัน
อดัม แกรนต์ ได้อธิบายเราแต่ละคนสามารถคิดต้นกำเนิดและปรับปรุงโอกาสของเรา สร้างนวัตกรรมที่บรรลุความสำเร็จอย่างไร เพื่อจะสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ ความคิดต้นกำเนิดเป็นการกระทำของการทำลายอย่างสร้างสรรค์ อดัม
แกรนต์ ได้กล่าวว่า “ออริจินอลสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเป็นบุคคลที่ล้มเหลวมากที่สุด
เพราะว่าพวกเขาเป็นบุคคลที่พยายามมากที่สุด”
เราต้องการความคิดไม่ดีจำนวนมากเพื่อที่จะได้ความคิดที่ดีไม่กี่อย่าง ตัวทำนายดีที่สุดของความยิ่งใหญ่ของนักแต่งเพลงคือ จำนวนแท้จริงของเพลง
ที่พวกเขาได้แต่ง บาช บีโธเวน และโมซาร์ท ได้แต่งเพลงหลายร้อยเพลง เพื่อที่จะได้เพลงชิ้นเอก จุดเริ่มต้นคือ ถ้าเราส่วนใหญ่ต้องการเป็นต้นกำเนิดมากขึ้น เราต้องสร้างความคิดมากขึ้น อดัม แกรนต์ ได้เริ่มต้น Originals โดยการอ้างอิงความสำเร็จที่ไม่ธรรมดาของผู้สร้างแว่นตาวาร์บี
Originals : How Non-Conformist Move the World โดยอดัม แกรนต์
เกี่ยวกับการคิดอย่างสร้างสรรค์และไม่เหมือนใคร ความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นได้อย่างไร เราสามารถทำอะไรที่จะกลายเป็นสร้างสรรค์และนวัตกรรมมากขึ้น
ถ้าเรากำลังมองที่จะกลายเป็นต้นกำเนิดมากขึ้น สร้างสรรค์ และไม่เหมือนใครภายในงานของเรา เราต้องอ่านหนังสือเล่มนี้ ความคิดของหนังสือเรียบง่าย
โลกติดอยู่กับฐานะเดิมจนกว่าการค้นพบความคิดต้นกำเนิดใหม่ต่อไป
อดัม แกรนต์ ได้ระบุว่าขั้นตอนแรกไปสู่การกลายเป็นออริจินอลคือ การรับความกล้าหาญและความตั้งใจไว้ เมื่อเราต้องการเปลี่ยนแปลง เราต้องเอาชนะความกลัวของการยืนหยัดความคิดของเรา เมื่อมาถึงการสร้างความคิด ปริมาณเป็นเส้นทางที่คาดคะเนได้มากที่สุดไปสู่คุณภาพ ปริมาณของความคิดสนับสนุนคุณภาพความคิด ถ้าเราเต็มใจที่จะพิจารณาขอบเขตที่กว้างของความคิด เราน่าจะมีโอกาสมากขึ้นที่จะปรับปรุงคุณภาพความคิดของเรา ปริมาณนำไปสู่คุณภาพ เมื่อมันมาถึงที่จะสร้างความคิด
เรามีตัวอย่างตลอดประวัติของความคิดที่น่าทึ่งเป็นผลผลิตของโชคดี ตัวอย่างเช่น การค้นพบความโน้มถ่วงสากลของไอแซค นิวตีน เป็นผลิตผลของลูกแอปเปิ้ลหล่นลงมาจากต้นใส่หัวของเขา แต่กระนั้นความเป็นจริงความคิดที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้หายากมาก และเป็นบางสิ่งบางอย่างที่เราควบคุมไม่ได้ ดังนั้น อดัม แกรนต์ ได้เสนอแนะแทนว่าเราต้องใช้ประโยชน์ของการทำงานหนักที่จะสร้างความคิดใหม่
สมัยก่อนบุคคลทำงานโดยการพูดว่าคุณภาพเหนือปริมาณ แต่กระนั้นในกรณีของความคิดแล้ว ทั้งปริมาณและคุณภาพความคิดสำคัญเท่ากัน ปริมาณความคิดสนับสนุนคุณภาพความคิดระหว่างการระดมสมอง จุดนี้ได้ถูกสนับสนุนด้วยการวิจัยจากนักจิตวิทยา ดืน ไซมอนตัน ไซมอนตันพบว่าบุคคลที่มีความ
คิสร้างสรรค์สูงโดยทั่วไปไม่ได้สร้างความคิดที่ดีกว่า แต่พวกเขาสร้างความคิดได้มากกว่าบุคคลอื่น ผลผลิตความคิดที่เพิ่มขึ้นของพวกเขานำไปสู่ความเป็นไปได้สูงขึ้นที่พวกเขาจะพัฒนาความคิดที่ยอดเยี่ยม
ความเป็นไปได้มากกว่าของการสร้างความคิดที่มีอืทธิพลหรือบรรลุความสำเร็จเป็นฟังค์ชั่นบวกกับจำนวนรวมของความคิดที่สร้าง สิ่งนี้ขัดแย้งกับสมมุติฐานที่ยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเราแลกกันระหว่างปริมาณและคุนภาพ – ทำให้ดีขึ้นเราต้องทำน้อยลง
อดัม แกนต์ ได้กล่าวว่าข้อเท็จจริงหลายอย่างพิสูจน์ว่าผิด เพื่อที่จะสนับสนุนจุดนี้ อดัม แกรนต์ ได้ยกตัวอย่างของผลงานของปิกัสโซ เอดีสัน เชคสเปียร์ โมซาร์ท และบีโธเวน เราได้ยกย่องผลงานที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขา แต่ผลงานเหล่านี้เป็นยอดสูงสุดของภูเขาของผลงานที่พวกเขาได้สร้าง โรเบิรต ซัตตอน ได้กล่าวว่า นักคิดต้นกำเนิดจะคิดค้นด้วยความคิดหลายอย่างที่กลายพันธุ์อย่างประหลาด สู่ทางตัน และล้มเหลวในที่สุด ต้นทุนจะคุ้มค่าเพราะว่ามันได้สร้างบ่อน้ำของความคิดที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคิดใหม่
บุคคลหลายคนล้มเหลวที่จะบรรลุความเป็นต้นกำเนิด เพราะว่าพวกเขาสร้างความคิดไม่กี่อย่าง และลุ่มหลงเกี่ยวกับการทำมันให้ดีขึ้นจนสมบูรณ์
อดัม แกรนต์ ได้ยกตัวอย่างของปีกัสโช่ ปิกัสโซมีชื่อเสียงกับงานศิลปไม่กี่ชิ้น
แต่กระนั่นบุคคลไม่กี่คนได้รับรู้ว่ากลุ่มผลงานของปิกัสโซ่มีทั้งภาพระบายสี
มากกว่า 1,800 ชิ้น ผลงานรูปปั้นมากกว่า 1,200 รูป ผลงานเซรามิคมากกว่า 2,800 ชิ้น และภาพวาดมากกว่า 12,000 รูป ปริมาณของผลงานของปิก้สโซ่ทำให้ความคิดคุณภาพไม่กี่อย่างขับเคลื่อนเขาไปสู่ความสำเร็จ
ดีน ไซมอนตัน ได้ให้การสนับสนุนต่อไปต่อจุดนี้โดยการค้นพบว่าอัจฉริยะไม่สามารถบอกผลงานของพวกเขาชิ้นไหนจะกลายเป็นคลาสสิคไร้กาลเวลา
และชิ้นไหนที่ล้มเหลว ตัวอย่างเช่น บีโธเวน ไม่เห็นด้วยกับผู้เชี่ยวชาญดนตรี 33% ของเวลาเมื่อทำการลำดับการแต่งเพลงดีที่สุดและเลวที่สุดของเขา
ดังนั้นการมุ่งเพียงแค่ความคิดคุณภาพไม่กี่อย่างเป็นตำรับของความล้มเหลว
แต่เราต้องผลิตความคิดสร้างสรรค์ให้มากเท่าที่เป็นไปได้ และเพิ่มความเป็นไปได้ของความสำเร็จของเรา
แม้ว่าอดัม แกรนต์ยืนยันว่าปริมาณของความคิดสำคัญ เขาไม่ได้เสนอแนะว่าเราผลิตความคิดออกมาคล้ายกับสายพานประกอบ แต่เราต้องให้เวลาของความคิดมาถึงเรา ดังนั้นอย่าปฏิเสธความคิดใดก็ตามทันที และอย่าบังคับความคิด
ที่จริงแลัว เมื่อมันมาถึงการสร้างความคิด ปริมาณเป็นเส้นทางที่คาดคะเนได้มากที่สุดไปสู่คุณภาพ ด้วยคำพูดอีกอย่างหนึ่ง จูกกบหลายตัวขึ้น เมื่อเราอ่านบทที่ 2 ภายใน Originals ของอดัม แกรนต์ เราเคยได้ยินคำพูดว่า บางครั้งเราต้องจูบกบหลายตัวที่จะค้นหาเจ้าชายของเรา ออริจินอลส์ทุกคนต้องจูบกบหลายตัวที่จะค้นหาความคิดที่ดี
อดีม แกรนต์ ได้ให้คำนิยามคลาสสิคของการคิดคล้อยตามกลุ่มว่าเป็นความโน้มเอียงที่จะแสวงหาความเห็นพ้องต้องกัน ไม่ใช่การสนับสนุนความไม่เห็นด้วย การคิดคล้อยตามกลุ่มไม่เพียงแค่เป็นศัตรูของความเป็นต้นกำเนิดเท่านั้น
มันเป็นการคุกคามที่แพร่หลายต่อการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพของผู้นำทุกคน ความยึดเหนี่ยวของกลุ่มได้ถูกมองมายาวนานเป็นสาเหตุที่สำคัญของการคิดคล้อยตามกลุ่ม ออริจินอลส์ ได้พิจารณาบุคคลสามารถชนะความคิดใหม่อย่างไร และผู้นำสามารถต่อสู้การคิดคล้อยตามกลุ่มอย่างไร
อดัม แกรนต์ ได้กล่าวว่าศัตรูยิ่งใหญ่ที่สุดของความเป็นต้นกำเนิด โดยเฉพาะภายในสถานที่ทำงานคือ การคิดคล้อยตามกลุ่ม การคิดคล้อยตามกลุ่มเป็นปรากฏการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นภายในกลุ่มของบุคคลที่ต้องการความสามัคคีและความยึดเหนี่ยว การทำให้เกิดการขาดความหลากหลายและเอกบุคคล เราโน้มเอียงที่จะไม่มีทางเลือกของการกระทำภายในกลุ่ม เรามักจะยึดอยู่กับกระเเสหลัก
อดัม แกรนต์ ได้กล่าวว่า การคิดคล้อยตามกลุ่มคือ เมื่อบุคคลทุกคนมองปัญหาภายในวิถีทางเดียวกัน ความคิดที่สอดคล้องมีคุณค่าเมื่อขัดแย้งกับความคิดที่แตกต่าง อันตรายจะมองเห็นได้ชัด เพราะว่าเราเริ่มต้นที่จะกำจัดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม เราลงเอยด้วยการติดกับดักความเชื่อของเราเอง กลายเป็นนักโทษของความคิดล่วงหน้าของตัวเราเอง และถ้าบุคคลทุกคนมองโลกวิถีทางเดียวกัน และร่วมความเชื่อและสมมุติฐานอย่างเดียวกัน เราเพียงแค่รอที่จะถูกลบล้าง


อดีม แกรนต์ อาจารย์การบริหารและจิตวิทยาของวอร์ตัน สคูล ได้เลือกทางวิชาการเพื่อความมั่นคงของงานและตำแหน่ง และใช้โมเดลความคิดเมื่อทำการตัดสินใจที่จะลดความเสี่ยงภัยให้น้อยที่สุด แต่เมื่ออดัม แกรนต์ได้ปฏิเสธการเชิญที่จะลงทุนภายในสตาร์ทอัพแว่นตา เพราะว่าผู้ก่อตั้งไม่ได้เป็นผู้กล้าเสี่ยงภัยทุกคน – โมเดลที่รับรู้ต่อผู้ประกอบการที่บรรลุความสำเร็จของเขา – เขาได้เรียนรู้สิ่งที่ไม่ได้เป็นสิ่งที่เขามองเห็นเสมอไป เรื่องราวแรกที่น่าประหลาดใจเราภายในบทที่หนึ่งของ Orginals คือวาร์บี พาร์คเกอร์ สตาร์ทอัพแว่นตาออนไลน์ที่ได้ต่อสู้กับลูซอตติคา บริษัทแว่นตาใหญ่ที่สุดควบคุม 80% ของตลาด ช่วงเวลาของวูฌา เดของพวกเขาได้นำไปสูความคิดต้นกำเนิดของพวกเขา วูฌา เด ตรงกันข้าม เดฌา วู หรือการมองบางสิ่งอย่างที่คุ้นเคย แต่ด้วยมุมมองที่สดใส
ทำให้เรามีความเข้าใจอย่าลึกซึ้งใหม่ “ความเป็นต้นกำเนิด” ตามอดัม แกรนต์
เกี่ยวพันกับการแนะนำและความก้าวหน้าของความคิดที่ค่อนข้างผิดธรรมดา
ภายในขอบเขตเฉพาะ และมีศักยภาพที่จะปรับปรุงมันได้ วาร์บี พารคเกอร์
ไม่ได้เป็นบริษัทแรกที่ขายแว่นตา แต่พวกเขาเป็นรายแรกที่ทำมันออนไลน์ ณ ราคาที่รับภาระได้
หนึ่งปีต่อมา วาร์บี พาร์คเกอร์ ผลิตผลของนักศึกษาวอร์ตัน สคูล สี่คน ได้ถูกเรียกว่าเนตฟลิกซ์ของแว่นตา และบริษัทบรรลุเป้าหมายการขายปีแรกของพวกเขาภายในเพียงแค่หนึ่งเดือน กลายเป็นการตัดสินใจทางการเงินที่ไม่ดี
ของอดัม แกรนต์ในที่สุด แต่มันได้บันดาลใจเขาที่จะค้นหาเขาไม่ถูกต้องตรงไหน ทำไมความคิดบางอย่างบรรลุความสำเร็จ ในขณะที่อย่างอื่นล้มเหลว เขาได้ถ่ายทอดสิ่งเขาได้เรียนรู้ภายในหนังสือเล่มใหม่นี้ การอธิบายศาสตร์เบื้องหลังการคิดสร้างสรรค์และสูตรเพื่อนวัตกรรม
สมมุติว่าหลายปีที่แล้วบุคคลบางคนได้ถามเราว่า มันเป็นไปได้หรือไม่ที่นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจไม่กี่คนได้ลบล้างบริษัทกึ่งผูกขาดด้วยส่วนแบ่งตลาด 60-80% ภายในอเมริกา เราจะกล่าวว่าพวกเขาบ้าไปแล้วหรือ เราไม่ได้เป็นบุคคลเดียวเท่านั้น อดัม แกรนต์ อาจารย์วอร์ตัน ได้เขียนภายในหนังสือเล่มล่าสุดของเขา Originals ย้อนหลังไปเมื่อ ค.ศ 2009 ผู้ก่อตั้งคนหนึ่งได้โยนบริษัทแก่ผม การนำเสนอโอกาสแก่ผมที่จะลงทุนภายในวารบี พารคเกอร์
ผมได้ปฏิเสธ มันเป็นการตัดสินใจทางการเงินแย่อที่สุดของผม
อดัม แกรนต์ ได้อธิบายภายในหนังสือของเขาเกี่ยวกับข้อสงสัยหลายอย่างเกี่ยวกับธุรกิจ : อี คอมเมิรชของแว่นตาดูแล้วคล้ายกับข้อเสนอที่พ่ายแพ้
ใครจะซื้อแว่นตาออนไลน์ การตัดสินใจดูเหมือนค่อนข้างช้า ใช้หกเดือนที่จะยอมรับชื่อบริษัท การตัดสินใจที่ช้านี้ทำให้ธุรกิจยั่งยืนหรือ ไม่มี่ผู้ก่อตั้งใครเลยพยายามกับโอกาสได้เต็มเวลา
ด้วยการเหลียวหลัง แกรนต์ ได้สะท้อน เมื่อผมเปรียบเทียบกับทางเลือกของทีมวารบี พารคเกอร์ กับโมเดลความคิดของทางเลือกของผู้ประกอบการที่บรรลุความสำเร็จของผม มันไม่ได้สอดคล้องกันเลย ภายในจิตใจของผม
พวกเขาจะล้มเหลว
ผู้ก่อตั้งวาร์บี พาร์คเกอร์ พยายามกับบริษัทของพวกเขาในขณะที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ที่วอร์ตัน เมื่ออดัม แกรนต์ได้เสนอแนะให้พวกเขาลาออกที่จะมุ่งความพยายามของพวกเขากับธุรกิจ ผู้ก่อตั้งไม่เต็มใจ พวกเขามีทางเลือกของงานรออยู่แล้วภายหลังจบการศึกษา ในกรณีที่การเปิดตัวธุรกิจล้มเหลว
ในขณะที่การรับความเสี่ยงภัยที่ยิ่งใหญ่ด้วยการออกจากมหาวิทยาลัย หรือการออกจากงานมักจะถูกยกย่องเมื่อเริ่มต้นบางสิ่งบางอย่างใหญ่ อดัม แกรนต์ ได้กล่าวว่า การป้องกันความเสี่ยงภัยเดิมพันของพวกเขาทำให้พวกเขาเป็นอิสระที่จะพยายามทำบางสิ่งบางอย่างต้นกำเนิด การรู้ว่าพวกเขามีบางสิ่งบางอย่างที่จะย้อนกลับได้นำพวกเขาที่จะพูดว่า คุณรู้ไหม เราไม่ได้วิ่งแข่งกับตลาด เราต้องการแน่ใจว่าเราทำสิ่งนี้ถูกต้อง
ต่อ วาร์บี พาร์คเกอร์ ออนไลน์ อดัม แกรนต์ ได้แสดงความเคารพของเขาต่อการคิดค้นของผู้ก่อตั้งองค์การที่ทุกคนเป็นนักศึกษาของวอร์ตัน ผู้ก่อตั้งได้นำเสนอโอกาสที่จะมีส่วนช่วยต่ออดัม แกรนต์ ก่อนการเปิดตัวของพวกเขา แต่กระนั้นเขาได้ปฏิเสธ เพราะว่าลูซอตติก้าควบคุมมากกว่า 80% ของตลาดแว่นตา ดั้งนั้นเขาไม่รู้สึกว่ากลุ่มของนักศึกษาเพียงแค่เริ่มต้นสามารถทำกำไร แต่กระนั้นวาร์บี พารคเกอร์ได้ใช้เส้นทางที่ไม่เหมือนใคร เขายอมให้ลูกค้าซื้อแว่นตาบนเว็บ และถ้าพวกเขาไม่ชอบมัน ส่งมันกลับคืนได้ อดีม แกรนต์จริงใจเกี่ยวกับความล้มเหลวของเขาที่จะลงทุน เขามองม้นเป็นการตัดสินใจทางการเงินแย่ที่สุดของเขา
อดัม แกรนต์ ได้กล่าวถึงวาร์บี พาร์คเกอร์ เป็นตัวอย่างของ วูฌาเด ว่า ความคิดสร้างสรรค์มากมายมาจากสิ่งที่นักวิชาการบริหาร คาร์ล ไวค์ เรียกว่า
การใส่สิ่งเก่าลงไปภายในการรวมกันใหม่ และสิ่งใหม่ลงไปภายในการรวมกันเก่า เดฌาวู คือ เมื่อเราเผชิญบางสิ่งบางอย่างใหม่ แต่มันรู้สึกราวกับว่าเราเคยเห็นมันมาก่อน วูฌา เด คืือ การเผชิญบางสิ่งบางอย่างที่คุ้นเคย และมองมันด้วยสายตาที่สดใส วาร์บี พาร์คเกอร์เป็นแว่นตา สิ่งที่แซปโปเป็นรองเท้า
นวัตกรรมมากมายที่เรามองเห็นภายในโลกเป็นเพียงแค่ความก้าวหน้าที่สร้างสรรค์บนเรื่องเก่า


บุคคลโน้มเอียงที่จะเชื่อมั่นเกินไปเกี่ยวกับความคิดของพวกเขา พวกเขามักจะเเสวงหาการป้อนกลับทางบวกและละเลยทางลบ อัจฉริยะที่สร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องดีกว่าภายในสาขาของพวกเขา แต่พวกเขามีแนวโน้มที่จะสร้างปริมาณของผลงานได้มาก คุณภาพของความคิดต้นกำเนิดเป็นสัดส่วนกับ
ปริมาณของความคิดที่สร้าง บุคคลไม่เก่งโดยธรรมชาติที่จะคาดคะเนความ
คิดอะไรจะกลายเป็นกระเเสหลัก เพื่อที่จะต่อสู้กับสิ่งนี้ เราต้องคิดค้นความคิด
อย่างมากมาย และรวบรวมการป้อนกลับจากผู้ฟังเป้าหมายของเรา
จุดสำคัญที่จะสร้างความคิดที่ดีไม่กี่อย่างคือ ความพยายามที่จะสร้างความคิดให้มาก ความคิดบางอย่างจะกลายเป็นความคิดที่ดี มันดีกว่าที่จะไม่พยายามและทำให้ความคิดธรรมดาสมบูรณ์ ทำให้มันออกลูกมากแทน อดัม แกรนต์ ได้ให้ตัวอย่างของเอดิสัน – สร้างสิทธิบัตรเป็นพันใบ และโมซาร์ต – แต่งเพลงเป็นพันเพลง ได้สร้างผลงานจำนวนมากเป็นจุดสำคัญที่จบลงด้วยผลงานที่ยิ่งใหญ่ไม่กี่อย่าง
บุคคลสร้างสรรค์มากที่สุดไมได้เป็นผู้เชี่ยวชาญภายในสาขาเฉพาะของพวกเขาเท่านั้น แต่มักจะมีการเล็งเห็นคุณค่าภายในศิลป เช่น โคลง วรรณกรรม
หรือรูปปั้น การมีความกว้างของความรู้ไม่ใช่ความลึกของรู้สามารถพัฒนา
ความก้าวหน้าได้ การเปิดรับวัฒนธรรมและความคิดที่แตกต่างเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ด้วย
การเป็นผู้เข้ามารายแรกถูกตีค่าสูงเกินไป ผู้เข้ามารายแรกได้แสดงความล้มเหลวบ่อยครั้ง และได้กำไรน้อยกว่าผู้เข้ามารายต่อมาภายในตลาด การเป็น
ออริจินอลส์ ไม่ได้หมายความการเป็นรายแรก มันเพียงแค่หมายความถึง
ความแตกต่างและดีกว่า สามในสี่ของบริษัทล้มเหลวเนื่องจากการขยายขนาดก่อนเวลาอันควร การเป็นผู้เข้ามารายแรกเป็นข้อได้เปรียบภายในสังเวียนตรงที่เรามีสิทธิบัตรหรือผลกระทบเครรือข่ายที่เข้มแข็ง ภายในสังเวียนอื่น เราไม่มีข้อได้ปรียบที่มั่นคง และข้อเสียเปรียบมากขึ้นจะมีน้ำหนักเกินมัน
อดัม แกรนต์ ได้แสดงออริจินอลส์ยิ่งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์บางคน
เมื่อเรามองดู่ผลงานของวิลเลียม เชคสเปียร์ เราจะพบว่า ณ เวลาเดียวกัน
เชคสเปียร์ได้เขียนผลงานชิ้นเอกบางอย่างของเขา เขาได้เขียนผลงานยิ่งใหญ่บางอย่างของเขาที่ไม่ได้ผลด้วย
วิลเลี่ยม เชคสเปียร์ เราส่วนใหญ่คุ้นเคยกับผลงานที่ดีที่สุดของเขา เช่น
โรมีโอ แอนด์ จูเลียต แฮมเลต แอนด์ แมคเบธ แต่เราน่าจะไม่เคยเห็นบทละคร 37 เรื่องของเขา หรืออ่านโคลง 154 บทภายในอาชีพสองทศวรรษของเขา ภายในช่วงห้าปี เขาได้สร้างละครสามเรื่องของห้าเรื่องที่นิยมแพร่หลายและแสดงมากที่สุด เมื่ออายุระหว่างสามสิบและสามสิบห้าปี โทมัส เอดิสัน บุกเบิกหลอดไฟฟ้า แต่ระหว่างช่วงเวลานั้น เขาได้จดทะเบียนมากกว่าหนึ่งรอยสิทธิบัตรต่อการคิดค้นอย่างอื่นหลากหลายจนถึงดินสอเหล็กเขียนแบบ เราไม่มีการปฏิเสธอัจฉริยะของความคิดที่ดีที่สุดของเขา – หลอดไฟฟ้า ดังที่โทมัส อีดิสัน ได้กล่าวว่า เพื่อที่จะมีความคิดที่ยิ่งใหญ่ ต้องมีความคิดหลายอย่าง
โมซาร์ต แต่งเพลงมากกว่า 600 เพลงก่อนการเสี่ยชีวิตของเขาเมื่ออายุ 35 ปี เพลงไม่กี่เพลงเท่านั้นได้ถูกยอมรับโดยผู้เชี่ยวชาญและนักแต่งเพลง อัลเบิร์ต ไอสไตน์ ได้สร้างสองทฤษฎีที่เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงเรามองโลกรายรอบเราอย่างไร : สัมพัทธภาพทั่วไป และสัมพัทธภาพพิเศษ แต่เขาพิมพ์เอกสารทางวิชาการมากกว่า 240 ฉบับ ด้วยไม่ถึง 10% ที่มีผลกระทบอย่างสำคัญอะไรก็ตาม
เราสร้างความคิดจำนวนมากอย่างได้อย่างไร ไม่ว่าดีหรือไม่ดี อดัม แกรนต์ ได้มีข้อเสนอแนะบางอย่าง
*เราต้องมีข้อสงสัยจุดเริ่มต้น แทนการยอมรับฐานะเดิม ถามว่าทำไมมันมีอยู่ภายในตอนเเริ่มแรก เมื่อเรารู้ว่ากฏและระบบได้ถูกสร้างโดยบุคคล มันกลายเป็นชัดเจนว่ามันไม่ได้เขียนบนก้อนหิน และเริ่มต้นพิจารณามันสามารถถูกปรับปรุงอย่างไร
*การเรียนรู้และการหมกตัวเราเองภายในบางสิ่งบางอย่างที่ใหม่ – ศิลปและดนตรี ประสบการณ์งาน วัฒนธรรมใหม่ และอย่างอื่น ความเป็นต้นฉบับเพิ่มขึ้น เมื่อเราขยายกรอบการอ้างอิงของเรากว้างขึ้น วิถีทางอย่างหนึ่งที่จะเรียนรู้ความเชี่ยวชาญใหม่
*ความลับของแกลดเวลล์ มาลคอม แกลดเวลล์ ได้ใช้ไม่กี่วันต่อปีภายในห้องสมุดสาธารณะนิยอร์ค เพียงแค่เดินรอบ หยิบหนังสือและดูว่าอะไรที่เขาสนใจ เพราะว่ามันเป็นสถานที่หนึ่งเท่านั้นที่เราสามารถค้นพบโดยบังเอิญสิ่งที่เราต้องการเรียนรู้มากขึ้น
อดัม แกรนต์ ได้เสนอแนะว่า การสร้างความสมดุลของกลุ่มความเสี่ยงภัย เมื่อเรากำลังรับความเสี่ยงภัยภายในด้านหนึ่ง ลบล้างมันด้วยความระมัดระวังภายในอีกด้านหนึ่ง ผู้ประกอบการที่ดีที่สุดไม่ได้เป็นบุคคลที่กล้าเสี่ยงภัย หลายคนรักษางานประจำของพวกเขาไว้หลายปี ภายหลังการเริ่มต้นบริษัทของพวกเขาเอง พวกเขาใช้กลยุทธ์ของบาร์เบลล์ที่จะบรรเทาความเสี่ยงภัยของธุรกิจใหม่ ด้วยการรับความเสี่ยงภัยสูง
ภายในด้านหนึ่ง ในขณะที่ป้องกันไว้ภายในอีกด้านหนึ่ง การเป็นผู้เข้ามารายแรกไม่ได้เป็นข้อได้เปรียบอยู่เสมอ
อดัม แกรนต์ ยืนยันว่าการเป็นออริจินอลส์ไม่ได้เสี่ยงภัยเหมือนที่เราคิด
เขาได้อ้างการศึกษาที่แสดงว่สผู้ประกอบการที่บรรลุความสำเร็จไม่ได้เป็นบุคคลที่รับความเสี่ยงภัยมากที่สุด ฟิล ไนท์ และสตีฟ วอชเนียค ผู้ก่อตั้งไนกี้ และแอปเปิ้ล ยึดงานเต็มเวลาของพวกเขาไว้ แม้ว่าพวกเขาได้แสวงหาธุรกิจของพวกเขาอยู่ ผู้ก่อตั้งกูเกิล แลร์รีย์ เพจ และเซอร์เกย์ บริน
ผู้ก่อตั้งของบาร์บี พารคเกอร์ สตราทอัพที่เขย่าอุตสาหกรรมแว่นตา ด้วยการขายแว่นตาออนไลน์ ไม่ได้ลาออกจากมหาวิทยาลัย ภายหลังที่พวกเขาได้เริ่มต้นบริษัท
นักวิ่งดาวรุ่ง ฟิล ไนท์ เริ่มต้นขายรองเท้าวิ่งจากกระโปงหลังรถยนต์ของเขาเมื่อ ค.ศ 1964 แต่ยังรักษาการทำงานเป็นนักบัญชีอยู่จนกระทั่ง ค.ศ 1969
ภายหลังจากการคิดค้น คอมพิวเตอร์ แอปเปิ้ล ต้นกำเนิด สตีฟ วอซเนียค
ได้เริ่มต้นบริษัทกับสตีฟ จ้อป เมื่อ ค.ศ 1976 แต่ยังคงทำงานเต็มเวลาภายในงานวิศวกรรมของเขา ณ ฮิวเลตต์ แพคการ์ด จนกระทั่ง ค.ศ 1977 และแม้ว่า
ผู้ก่อตั้งกูเกิล แลร์รี่ เพจ และเซอร์เกย์ บริน ได้คิดค้นปรับปรุงเสริช เอนจิน
อย่างไรเมื่อ ค.ศ 1996 พวกเขาไม่ได้ลาออกจากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ดจนกระทั่ง ค.ศ 1998
แลร์รี่ เพจ ได้กล่าวว่า เราเกือบจะไม่ได่เริ่มต้นกูเกิล เพราะว่าเรากังวลใจเกินไปเกี่ยวกับการเลิกเรียนกลางคันของปริญญาเอกของเรา เมื่อ ค.ศ 1977 ความห่วงใยว่าเสิรช เอ็นจินที่ด้อยประสบการณ์ของพวกเขาทำให้ว้าวุ่นกับการวิจัยของพวกเขา พวกเขาได้พยายามขายกูเกิลไม่ถึง 2 ล้านเหรียญ โชคดีแก่พวกเขา ผู้ซื้อได้ปฏิเสธข้อเสนอ

การผัดวันประกันพรุ่งสามารถเป็นสิ่งที่ดีได้ สิ่งนี้บุคคลอาจจะประหลาดใจ แต่บุคคลที่ผัดวันประกันพรุ่งมักจะสร้างสรรค์และนวัตกรรมได้มากกว่า การผัดวันประกันพรุ่งให้เวลาเราพิจารณาความคิดแตกต่างที่จะทำการกระโดดอย่างไม่คาดหวัง เรามักจะถูกบอกว่าการผัดวันประกันพรุ่งเป็นศัตรูเลวที่สุดของเรา แต่กระนั้นช่วงเวลาแห่งอัจฉริยะเกิดขึ้นจากการผัดวันประกันพรุ่ง
ออริจินอลส์ที่ยิ่งใหญ่รู้ที่จะใช้ประโยชน์การผัดวันประกันพรุ่งเป็นกลยุทธ์ของการสร้างความคิดของพวกเขาอย่างไร การผัดวันประกันพรุ่งกระตุ้นความก้าวหน้าทีละน้อย ไม่ใช่ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การปล่อยสมองของเราเปิดรับขอบเขตความคิดที่กว้างขึ้น การผัดว้นประกันพรุ่งทำให้เราคิดสร้างสรรค์มากขึ้น บุคคลที่สร้างสรรค์มากที่สุดเป็นผู้ผลัดว้นประกันพรุ่ง ด้วยคำพูดอีกอย่างหนึ่ง เพราะว่าเขารู้ความคิดต้นกำเนิดมากที่สุดไม่ใช่ความคิดแรกที่พวกเขาได้ค้นพบ การเลื่อนงานสามารถเพิ่มความคิดสร้างสรรค์
การผัดว้นประกันพรุ่งอาจจะเป็นศัตรูของประสิทธิภาพ แต่มันสามารถเป็นทรัพยากรของความคิดสร้างสรรค์ เมื่อเราชะลองาน เราซื้อเวลาตัวเราเอง
ที่จะมีความคิดที่แตกต่าง ไม่ใช่ยึดกับความคิดบางอย่างไว้
อดัม แกรนต์ ได้ให้รายละเอียดซิการ์นิค เอฟเฟคต์ แสดงว่างานที่ไม่เสร็จมีพลังอยู่ภายในจิตใจของเรา เขาได้พูดเกี่ยวกับมาร์ติน ลูเธอร์ คิง เลื่อนการเขียนและเขียนจบคำปราศัย “ผมมีความฝัน” ที่มีชื่อเสียงของเขาวันก่อนหน้าการเดินขบวน
มันเป็นภูมิปัญญาธรรมดาที่ “ผู้เข้ามารายแรก” มักจะเป็นบุคคลหนึ่งที่ยึดความสำเร็จ แต่การเกิดขึ้นนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นจริง อดัม แกรนต์ ได้กล่าวถึงการศึกษาของ
ปีเตอร์ โกลเดอร์ และเจอราร์ด เทลลิส เปรียบเทียบความสำเร็จของผู้บุกเบิก
– ผู้เข้ามารายแรก และผู้ตั้งรกราก – ผู้ตามมา
พวกเขาได้ค้นพบความแตกต่างที่งงงวยภายในอัตราความล้มเหลว : 47% ของผู้บุกเบิกเปรียบเทียบกับเพียงแค่ 8% ของผู้ตั้งรกราก แม้ว่าเมื่อผู้บุกเบิกอยู่รอด พวกเขายึดตลาดเฉลี่ย 10% เท่านั้น เปรียบเทียบกับ 28% ของผู้ตั้รกราก
เหตุผลที่เขาเสนอต่อสิ่งนี้คือ ผู้เข้ามารายแรกมักจะต้องระบุอะไรที่จะนำเสนอ
ในขณะที่ผู้ตามมาเพียงแต่ตัดสินใจทำสิ่งนั้นให้ดีขึ้นอย่างไร ดังนั้นผู้เข้ามาแรกโน้มเอียงที่จะทำความผิดพลาด – นำเสนอมากเกินไปหรือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
อดีม แกรนต์ ได้กล่าวว่า ข้อได้เปรียบของผู้เข้ามารายแรกเป็นความเชื่อที่ผิด
ภายในการศึกษาธุรกิจที่ครอบคลุม 47% ของบริษัทเข้ามารายแรกล้มเหลวภายในปีเริ่มแรกของพวกเขา
เปรียบกับกับ “ผู้ปรับปรุง” ที่เรียกกัน มีอัตราความล้มเหลว 8% เท่านั้น เฟชบุคและกูเกิลไม่ได้เป็นผู้เข้ามารายแรกภายในสังเวียนของพวกเขา พวกเขาเดินตามมายสเปซและยาฮู แต่พวกเขาทำมันแตกต่างกัน มันถูกเรียกว่าวูฌาเด ความสามารถที่จะมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่เราได้เห็นมาก่อน แต่ด้วยสายตาที่สดใส เรามองบางสิ่งบางอย่างที่คุ้นเคยด้วยมุมมองที่สดใส การได้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งใหม่ภายในปัญหาเก่า ตรงกันข้ามกับเดฌาวู เมื่อเรามีประสบการณ์บางสิ่งบางอย่างใหม่ แต่มันรู้สึกคล้ายกับเรามีประสบการณ์กับมันมาก่อน
ดังนั้นผู้ปรับปรุง แทนที่จะพลาดข้อได้เปรียบของผู้เข้ามาราย ผู้ปรับปรุงได้อดกลั้นและรออย่างตั้งใจที่จะมองผู้เข้ามารายเเรกไปอย่างไร
ผู้ปรับปรุงปล่อยให้พวกเขายกของหนัก ทำการทดสอบตลาด ศึกษาและพิสูจน์แนวคิด พวกเขาได้ค้นหาจุดพิสูจน์ที่แท้จริงของแนวคิดคืออะไร และโอกาสอยู่ตรงไหนที่จะแตกต่างและดีกว่า มันทำให้ข้อได้เปรียบของผู้เข้ามารายแรก
กลับกลายเป็นความเชื่อที่ผิด การเป็นออริจินอลส์ไม่ได้กำหนดการเป็นรายแรก มันเพียงแค่หมายความถึงความแตกต่างและดีกว่า
คำปราศัยการเดินขบวนที่วอชิงตันที่เรียกกันว่า คำปราศัย “ผมมีความฝัน”
ของมาร์ติน ลูเธอร์ คิง เป็นตัวอย่างที่ดีของการผัดวันประกันพรุ่ง
กลางคืนก่อนคำปราศัยยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตของเขา การเดินขบวนที่วอชิงตัน เขาอยู่ถึงตีสามเขียนคำปราศัย เขานั่งท่ามกลางผู้ฟัง รอรอบของเขาที่จะขึ้นเวที และเขายังคงเขียนบันทึกและขีดฆ่าบรรทัดออกอยู่
เมื่อ ดร.มาร์ติน ลูเธอ คิง กำลังเตรียมคำปราศัยที่มีชื่อเสียงของเขาเมื่อ ค.ศ 1963 การแก้ไขครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นไม่กี่นาทีก่อนการ
ปราศัย บรรทัดความทรงจำมากที่สุดของเขา “ผมมีความฝัน” ไม่ได้อยู่ภายใน
ต้นฉบับเริ่มแรก ถ้อยคำสี่คำที่เปลี่ยนแปลงเส้นทางของประวัติศาสตร์
สิ่งที่น่าประหลาดคือ บรรทัดผมมีความฝันไม่ได้อยู่ภายในคำปราศัย ระหว่างการปราศัย นักร้องเพลงสวด มาฮาเรีย แจ็คสันได้ตะโกนที่มาร์ติน ลูเธอร์ คิง บอกพวกเขาเกี่ยวกับความฝัน ผลลัพธ์คือคำปราศัยกลอนสดต่อวิสัยทัศน์เพื่ออนาคตของอเมริกาของมาร์ติน ลูเธอร์ คิง เหตุผลคือ เขาเต็มใจที่จะทิ้งต้นฉบับของเขาที่เขาไม่ค่อยจะตระเตรียมมัน เขาได้เริ่มต้นการเขียนคำปรา
ศัยก่อนกลางคืน และไม่ได้มีเนื้อหามากที่ตระเตรียมไว้ ดังนั้นการผ้ดวันประกันพรุ่งของมารติน ลูเธอร์ คิง ทำให้เขาต้องว่ากลอนสด
โดยการเลื่อนที่จะเขียนคำปราศัยให้สมบูรณ์จนวินาทีสุดท้าย เขาปล่อยตัวเขาเองเปิดรับขอบเขตกว้างที่สุดของความคิด และเพราะว่าเนื้อหาไม่ได้ตายตัว
เขามีอิสระที่จะปรับปรุงได้
อดัม แกรนต์ ได้อธิบายการว่ากลอนสดของมารติน ลูเธอร์ คิง เป็นตัวอย่างของซีการ์นิค เอฟเฟคต์ ผลกระทบนี้ได้ถูกอธิบายโดยนักจิตวิทยารัสเซียชื่อ
ซิการ์นิค ผลกระทบของซีการ์นิคเกี่ยวพันกับจิตใจของเราต่อการเปิดรับต่อความคิดใหม่
อดัม แกรนต์ ได้ให้ตัวอย่างของจิตรกรที่มีชื่อเสียง บุคคลไม่กี่คนรู้ว่าลีโอนาร์โด ดา วินชี เป็นผู้วัดวันประกันพรุ่งอย่างมาก
เขาเริ่มต้นวาดภาพโมนาลิซาย้อนหลังไป ค.ศ 1503 แต่จากนั้นได้ทิ้งงานที่ทำไปจากบางสิ่งบางอย่าง เขาไม่ได้วาดภาพโมนาลิซาเสร็จจนกระทั่งสิบหกปีต่อมา ออริจินอลส์ที่ยิ่งใหญ่ไม่จำเป็นต้องมีความเชียวชาญลึกที่สุด แต่พยายามแสวงหามุมมองกว้างที่สุด ความสำเร็จไม่ต้องบรรลุด้วยการนำหน้าใครก็ตาม
แต่ด้วยการรออย่างอดทนต่อเวลาเหมาะสมที่จะกระทำ การผัดวันประกันพรุ่งสามารถเป็นสิ่งที่ดีได้

การเดินขบวนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งภายในประวัติศาสตร์ของอเมริกาคือ การเดินขบวนของชาวอเมริกันทั้งผิวขาวและผิวดำไปยังกรุงวอชิงตัน เพื่อที่จะเรียกร้องเรื่องงานและเสรีภาพ ผู้นำขบวนคือ ดร. มาร์ติน ลูเธอร์ คิง นักต่อสู้สิทธิมนุษยชนที่เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเหยียดสีผิวของอเมริกา เขาได้ยืนปราศัย อยู่ที่ขั้นบันไดของอนุสาวรีย์อับราฮัม ลินคอล์น วอชิงตัน ท่ามกลางชาวอเมริกันประมาณ 250,000 คน การถ่ายทอดโทรทัศน์ไปทั่วโลก การปราศัยครั้งนี้มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ได้แสดงวิสัยทัศน์ด้วยการใช้ถ้อยคำที่สร้างแรงบันดาลใจและกระทบต่อความรู้สึกของชาวอเมริกันมากที่สุด “ผมมีความฝัน” ได้กลายเป็นถ้อยคำที่เป็นอมตะตราบเท่าทุกวันนี้ จนกระทั่ง จอห์น เคนเนดี้ ประธานาธิบดี ได้เชิญเข้าพบ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ได้ถูกลอบยิงเสียชีวิตในที่สุด
ตั้งแต่ ค.ศ 1994 ถึง 2008 นักวิจัยการบริหาร โจเซฟ ราฟฟี่ และจี เฟง ได้ถามคำถามธรรมดา เมื่อบุคตลเริ่มต้นธุรกิจ พวกเขาควรจะเลือกรักษาหรือออกจากงานประจำของพวกเขา ผู้ประกอบการที่รักษางานประจำของพวกเขามีโอกาสความล้มเหลว 33% ต่ำกว่าที่ลาออกจากงาน
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







