วินสตัน เชอร์ชิล ไม่ได้ชนะนาซี เวอรา ลินน์ร้องเพลงจนพวกเขาตาย

วินสตัน เชอร์ชิล ไม่ได้ชนะนาซี เวอรา ลินน์ร้องเพลงจนพวกเขาตาย
เวอรา ลินน์ ร้องเพลงที่สัมผัสหัวใจ และยกจิตวิญญานของชาวอังกฤษจากถนนโจมตีด้วยระเบิดของลอนดอนและโคเวนทรี ไปจนถึงทรายของอัฟริกาเหนือและป่าของพม่า ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เสียชีวิต ณ ที่บ้านของเธอภายในซัสเซกซ์ อังกฤษ เธออายุ 103 ปีนักร้องที่รู้จักกันเป็นหวานใจแห่งกองทัพที่เสียงเพลงของ “We’ll Meet Agian” และ “The White Cliffs of Dover” ของเธอได้สร้างอารมณ์ของประเทศภายในอังกฤษยามสงครามณ ตอนเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่สอง เวอรา ลินน์ เป็นนักร้องของวงนักดนตรีเต้นรำที่กำลังไปได้ดี หญิงสาวชนชั้นทำงานคนนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของจิตวิญญานยามสงครามของอังกฤษ ด้วยสถานภาพเปรียบเทียบได้กับนายกรัฐมนตรี วินสตัน เชอร์ชิล ภายหลังสงครามเพื่อนของเธอ นักแสดงตลก แฮร์รี ซีคอมบ์ ชอบตลกว่า เชอร์ชิล ไม่ได้ชนะนาซี เวอรา ลินน์ ร้องเพลงจนพวกเขาตายสถานภาพไอคอนของเวอรา ลินน์ เป็นหวานใจกองทัพ เนื่อจากความสำเร็จของรายการวิทยุบีบีซีของเธอ “Sincerely Yours” นำเสนอด้วยรูปแแบบของจดหมายไปสู่ทหารบนแนวหน้า เชื่อมโยงทหาร ณ แนวหน้ากับบุคคลที่รักของพวกเขา ณ ที่บ้าน เมื่อ ค.ศ 1944 เธอได้ไปเยี่ยมกองทหารภายในยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย จุดไฟความผูกพันตลอดชีวิตของเธอต่อสงครามของทหารผ่านศึก เธอได้แสดงอยู่ประจำบนแนวหน้าภายในประเทศตรงที่กองทหารอังกฤษประจำการอยู่ และเป็นสัญลักษณ์อย่างแท้จริงแห่งความหวังเพื่อทหารอังกฤษเวอรา ลินน์ ได้กลายเป็นนิยมแพร่หลายอย่างกว้างขวางผ่านการออกอากาศวิทยุ ณ จุดสูงสุดของ ลอนดอน บลิตซ์ การโจมตีทิ้งระเบิดของเยอร์มันต่อเมืองหลวงอังกฤษ เนื้อเพลงบางตอนของเวอรา ลินน์ ได้ยกย่องจักวรรดิ์อังกฤษ กระตุ้นหมู่บ้านทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตย์ และหน้าผาขาวแห่งโดเวอร์ สัญลักษณ์แห่งความสวยงามตามธรรมชาติของอังกฤษที่ยั่งยืนภายหลังวันที่มืดมนของสงครามได้สิ้นสุดลงภายในการปราศัยต่อชาติภายหลังไม่นานที่รัฐบาลอังกฤษได้บังคับลอคดาวน์โคโรนาไวรัส ควีน อลิซาเบธที่สองได้อ้างถึงเพลงที่มีชื่อเสียงของเวอรา ลินน์ “We’ll Mett Again” ภายในคำปราศัยที่ยกย่องอย่างกว้างขวางถูกมองเป็นการเพิ่มขวัญของอังกฤษ”เราควรจะรู้สึกกังวลให้น้อยลง ในขณะที่เราอาจจะยังคงมีอีกมากที่จะอดทน วันที่ดีขึ้นจะกลับมา เราจะอยู่กับเพื่อนของเราอีกครั้งหนึ่ง เราจะอยู่กับครอบครัวของเราอีกครั้งหนึ่ง เราจะพบกันอีกครั้งหนึ่ง”เวอรา ลินน์ เป็นนักร้องที่เพิ่มขวัญของกองทหารอังกฤษ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองด้วยเพลงรักชาติเหมือนเช่น “We’ll Meet Again”เธอยังคงนิยมแพร่หลายภายหลังสิ้นสุดสงคราม ปล่อยเพลงออกมาปรากฏภายในภาพยนตร์ และเเสดงไปทั่วไลก เมื่อ ค.ศ 1952 เธอได้กลายเป็นนักร้องอังกฤษคนแรกติดลำดับหนึ่งบน ยูเอส ชารตส์ ด้วยเพลง “Auf Wiederseh’n Sweetheart” ตอนหลังภายในชีวิต เธอกลายเป็นยุ่งเกี่ยวกับงานการกุศลภายในนามของทหารผ่านศึก นายกรัฐมนตรี โบรีส จอห์นสัน กล่าวว่า เสียงที่มีสเน์ห์และมหัศจรรย์ของมาดามเวอรา ลินน์ ได้ตะลึงและยกระดับประเทศของเราภายในชั่วโมงที่มืดมนของเราเสียงของเธอจะมีชีวิตอยู่ยกหัวใจของรุ่นที่จะมาถ้าบุคคลหนึ่งเป็นใครนอกเหนือจากวินสตัน เชอร์ชิลสามารถถูกกล่าวว่าเป็นสัญลักษณ์ของสงครามโลกครั้งสองต่ออังกฤษแล้วบุคคลนั้นคือเวอรา ลินน์ วินสตัน เชอร์ชิล ด้วยคำปราศัยของเขาระดมจิตวิญญานต่อสู้ของชาติ เวอรา ลินน์ ด้วยเพลงของเธอสัมผัสหัวใจของมัน ผลกระทบของทั้งสองต่อขวัญของบุคคลลึกซึ้งมาก มันยังคงอยู่ตลอดกาลเวอรา ลินน์ ได้ถูกรู้จักกันเป็นหวานใจแห่งกองทหารจากการยกย่องต่อบทบาทที่ยิ่งใหญ่ที่เธอแสดงภายในการรักษาขวัญท่ามกลางกองทหารระหว่างสงครามโลกครั้งสอง และอารมณ์ที่ยิ่งใหญ่ทั้งกองทหารและชาวอังกฤษที่อยู่บ้านรู้สึกต่อเธอ เพลงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเธอ”We’ ll Meet Again” ได้เปิดตัวเมื่อ ค.ศ 1939 และสงครามได้กังวาลมันเพิ่มขึ้นกับสาธารณะอังกฤษ ดังที่เวอรา ลินน์ ได้กล่าวว่า “มันเป็นเพลงที่ดีเมื่อมันไปกับใครก็ตาม ที่ไหนก็ตาม กล่าวคำอำลาต่อบุคคลบางคน”เราทุกคนรู้ว่าสงครามโลกครั้งที่สองไม่ได้เป็นเพียงแค่การต่อสู้บนสนามรบ แต่เกี่ยวกับการสู้รบต่อสู้โดยครอบครัวที่ยังคงอยู่ข้างหลัง ภายในเวลาแห่งความยุ่งยาก ความไม่แน่นอน และความสูญเสีย เมื่อปู่ย่า พ่อแม่ คู่สมรส ลูก ได้กล่าวลาก่อนต่อบุคคลที่รักของพวกเขาออกไปสู่สงครามความซาบซึ้งของ “We’ll Meet Again” ของเวอรา ลินน์ ได้เพิ่มขวัญแก่พวกเขาอย่างมาก”เราจะพบกันอีกครั้งหนึ่ง ไม่รู้ว่าที่ไหน ไม่รู้ว่าเมื่อไร แต่ฉันรู้ว่า เราจะพบกันอีกครั้งหนึ่งภายในวันที่อบอุ่นสดใสสักว้นหนึ่ง ขอให้ยิ้มต่อไป เหมือนเช่นคุณทำอยู่เสมอ จนกระทั่งท้องฟ้าสีครามขับเคลื่อนหมู่เมฆมืดมันออกไป…….บอกพวกเขาว่าฉันไปไม่นาน พวกเขาจะมีความสุขที่ได้รู้ว่า ขณะที่คุณมองฉันจากไป ฉันกำลังร้องเพลงนี้อยู่……..”เธอได้บันดาลใจทั้งทหารอยู่ต่างประเทศและครอบครัวของพวกเขาที่บ้านระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เวอรา ลินน์ ได้เดินทางไปอินดีย อียิปจ์ และพม่า ให้ความบันเทิงแก่กองทัพอังกฤษและพันธมิตร จนได้รับการยกย่องเป็น “หวานใจแห่งกองทัพ”ด้วยความกล้าหาญและความทุ่มเท เธอได้ยึดเกาะสถานที่ของเธอภายในประวัติศาสตร์อังกฤษเป็นส่วนที่สำคัญของพยายามของสงคราม และเป็นแรงบันดาลใจแก่คู่สามีภรรยาจำนวนมากที่ตายจากกันโดยสงครามโลกครั้งที่สอง”We’ll Meet Again” ยังคงมีความหมายเดียวกับการมองในแง่ดีอย่างยึดมั่นโดยคู่สามีภรรยาจำนวนมากจากกันโดยสงคราม พวกเขาจำนวนมากไม่เคยเห็นคนที่รักของพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง แต่มันเป็นเพลงนี้ได้ให้การปลอบโยนที่พวกเขาต้องการ และหวังว่าพวกเขายังคงมีชีวิตอยู่ “The White Cliffs of Dover” เป็นเพลงปลุกใจนักบินอังกฤษเพื่อที่จะต่อสู้กับนักบินเยอรมัน เพลงนี้ ได้สัมผัสหัวใจของบุคคลทุกคน การให้ความหวังแก่อังกฤษต่อการสิ้นสุดสงคราม และได้มาสันติภาพ เพลงนี้แสดงออกความสุขและความเป็นอยู่ที่ดี เนื้อเพลงได้ให้คำสัญญาแก่ทหารสงครามจะสิ้นสุดในไม่ช้า และสันติภาพจะอยู่บนหน้าผาขาวแห่งโดเวอร์ เพลงได้สะท้อนกับชาวอังกฤษเมื่อพวกเขาเผชิญการโจมตีการทิ้งระเบิดของเยอรมัน การให้ความหวังแก่ชาติว่า พรุ่งนี้ เราจะมีนกสีน้ำเงินอยู่เหนือหน้าผาขาวแห่งโดเวอร์ พรุ่งนี้เพียงแค่คุณรอและมอง

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะจินตนาการชาวลอนดอนยืนอย่างมั่นคงระหว่างชั่วโมงที่สุดขีดของวิกฤติโดยไม่มีวินสตัน เชอร์ชิลภายในจุดศูนย์กลางของพายุ ณ คืนเเรกของการโจมตีทิ้งระเบิด ระเบิด 200 ลูกได้ถล่มเมือง ชาวลอนดอนเสียชีวิต 300 คน บลิตซ์เป็นชื่อที่ให้กับการโจมทิ้งระเบิดของเยอรมันต่ออังกฤษเมื่อ ค.ศ 1940 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ต่อแปดเดือนเครื่องบินเยอรมันได้ทิ้งระเบิดบนลอนดอนและเมืองอื่นรวมทั้งเบอร์มิง แฮม ลิเวอร์พูล โคเวนทรีย์ พลีมัธ แมนเชสเตอร์ และเซ้าธ์ เเธมป์ตัน สถานที่ตรงที่โรงงานและอุตสาหกรรมอื่นตั้งอยู่ การโจมตีทิ้งระเบิดเป็นความพยายามของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ที่จะบังคับให้อังกฤษยอมแพ้เดอะ บลิตซ์ เป็นการโจมตีทิ้งระเบิดของเยอรมันต่ออังกฤษเมื่อ ค.ศ 1940 และ ค.ศ 1941 มันได้เริ่มต้นประมาณตอนตีสี่ของ 7 กันยายน ค.ศ 1940 : อาทิตย์ทมิฬ เมื่อเครื่องบินทิ้งระเบิดเยอรมัน ลุฟท์วัฟเฟ กองทัพอากาศเยอรมันปรากฏครั้งแรกเหนือลอนดอนทำให้บุคคลเสียชีวิต 430 คนและบาดเจ็บ 1600 คน ลอนดอนได้ถูกทิ้งระเบิด 57 คืนติดต่อกัน และมักจะเป็นระหว่างกลางวันด้วย ชาวอังกฤษจำนวนมากกลายเป็นไร้บ้านมากขึ้น ทุกคืนท้องฟ้าสว่างสไวด้วยไฟบนท้องฟ้าลอนดอน ในขณะที่ผู้อยู่อาศัยแสวงหาที่หลบภัยภายในใต้ดินของเมือง แต่ชาวลอนดอนปฏิเสธที่จะยอมจำนนคำอธิบายหลายอย่างได้ถูกนำเสนอต่อความยืดหยุ่นของพวกเขาแต่ ณ หัวใจของเรื่องราวของพวกเขาเป็นผู้นำคนเดียว วินสตัน เชอร์ชิลเชอร์ชิล ได้พูดซ้ำซากทั้งระหว่างสงครามและภายหลังว่าทุกอย่างที่เขาทำคือ สะท้อนและถ่ายทอดความมุ่งมั่นของชาวอังกฤษที่จะต่อสู้จนได้ชัยชนะเมื่อ ค.ศ 1939 กษัตริย์จอร์จที่ห้าได้พูดต่อชาวอังกฤษและจักรวรรดิ์แถลงการประกาศสงครามของรัฐบาลต่อเยอรมันเพื่อการตอบสนองต่อการบุกโปเเลนด์ของเยอรมัน ภายหลังจากการประณามเยอรมัน เขาได้เรียกร้องชาวอังกฤษที่จะระดมพลต่อสงคราม วันต่อมาเดลี สเกทช์ ได้พิมพ์ข้อความตัดตอนของคำปราศัยของกษัตริย์จอร์จที่ห้าด้วยการระบุการเรียกร้องของเขาเป็นชื่อเรื่องว่า “Stand Clam Firm and United”บลิตซ์ เป็นถ้อยคำถูกใช้ครั้งแรกโดยสื่ออังกฤษ และได้กำเนิดมาจากถ้อยคำบลิตซ์คริก ถ้อยคำเยอรมันหมายถึงสงครามสายฟ้าแลป มันเป็นความเชื่อของฮิตเลอร์ว่าสงครามจากอากศจะทำให้ลอนดอนหวาดกลัวไปสู่ความพ่ายแพ้ เขาไม่ถูกต้อง ตรงกันข้ามผู้อาศัยได้ใช้ความดื้อรั้นและอดทน เราสามารถทำให้มันกลายเป็นคำพูดติดปากของเดอะ บลิตซ์ บุคคลสงบใจและยังคงใช้ชีวิตอยู่ต่อไป จิตวิญญานบริตซ์ ลอนดอนสามารถรับสถานการณ์ของมัน หน้าต่างร้านค้าอ่านว่า ถูกทิ้งระเบิดแต่ไม่พ่ายแพ้ ความรักชาติและขวัญที่ดีได้ถูกสร้างเป็นถ้อยคำ จิตวิญญานบริตซ์ และได้กลายเป็นถ้อยคำที่นิยมแพร่หลายภายในภาพยนตร์และบทความ แม้แต่่มันได้ถูกใช้เป็นถ้อยคำโดยทั่วไปประจำวัน จิตวิญญานบริต์ กลายเป็นถ้อยคำมี
ความหมายเดียวกับความยืดหยุ่นและความมุ่งมั่นของชาวอังกฤษระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ถ้อยคำได้อ้างถึงความรู้สึกของความน้ำหนึ่งใจเดียวกันแห่งชาติ และความเข้มแข็งที่ปรากฏภายในการเผชิญกับการโจมตีทิ้งระเบิดจากเยอรมัน ลุฟท์วัฟเฟ ทั้งที่มีการคุกคามอย่างสม่ำเสมอของการโจมตีทางอากาศ ชาวอังกฤษไม่ยอมที่จะพ่ายแพ้ แต่ได้ระดมการรวมกันสนับสนุนระหว่างกัน และดำเนินต่อไปกับชีวิตประจำวันของพวกเขาจิตวิญญานบริตซ์ เป็นถ้อยคำสร้างอธิบายความยืดหยุ่นและความมุ่งมั่นแสดงโดยชาวอังกฤษระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเฉพาระหว่างเดอะ บลิตซ์ ช่วงเวลาของการทิ้งระเบิดลอนดอนและเมืองอื่นอย่างรุนเเรงโดยเยอรมัน ลุฟท์วัฟเฟ ด้วยการกระตุ้นโดยรัฐบาล จิตวิญญานของความยืดหยุ่นและความมุ่งมั่น มักจะถูกมองเป็นคุณลักษณะของชาวอังกฤษระหว่างสงครามระเบิดมากกว่าหนึ่งล้านปอนด์ได้ถูกทิ้งลงที่ลอนดอน ตอนเริ่มแรก อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดตอนกลางวัน เเต่ภายในไม่กี่สัปดาห์ เขาตัดสินใจการโจมติทิ้งระเบิดตอนกลางคืน เขาต้องการทำให้ชาวอังกฤษกลัวมากขึ้น และทำให้พวกเขาต้องตื่นจากการนอน ภายในลอนดอนบุคคลจำนวนมากนอนบนชานชลาของสถานีรถไฟใต้ดิน ดังนั้นพวกเขาจะถูกคุ้มครองจากการทิ้งระเบิด ซากสลักหักพังเเละไฟไหม้ เมื่อไซเรนการโจมตีทางอากาศดังขึ้น ชาวลอนดอนถูกบังคับให้นอนภายในที่หลบภัยไม่ว่าสถานีใต้ดินวิ่งทั่วเมือง หรือที่หลบภัยแอนเดอร์สันสวนหลังบ้านในกรณีที่ที่หลบภัยสาธารณะไม่สามารถไปถึงทันเวลาที่หลบภัยเเอนเดอร์สันสามารถให้ระดับหนึ่งของการคุ้มครอง เมื่อมันได้ถูกสร้างด้วยการขุดหลุมใหญ่และวางที่หลบภัยภายในมัน สร้างจากเหล็กลูกฟูก การป้องกันเข้มแข็งและให้ที่หลบภัยอยู่ใกล้เมื่อเวลาจำเป็นภายในหลายกรณี มันรองรับบุคคลได้ถึงหกคน รัฐบาลให้เปล่าแก่ครอบครัวรายได้ต่ำ และต่อมาขายแก่บุคคลที่ร่ำรวย ที่หลบภัยเเอนเดอร์สัน1.5 ล้านหลังได้ถูกกระจายทันทีเมื่อสงครามได้เกิดขึ้น ที่หลบภัยแอนเดอร์สัน ได้ถูกเรียกชื่อตามรัฐมนตรีมหาดไทย เซอร์ จอห์น แอนเดอร์สันเมื่อ ค.ศ 1938ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรับมือการโจมตีกลางคืน การดับไฟได้ถูกบังคับตามมา การปล่อยให้เมืองอยู่ภายในความมืด ความพยายามขัดขวางลุฟท์วัฟเฟชี้เป้าหมายของพวกเขา แต่กระนั้นระเบิดยังคงทิ้งลงมาอย่างต่อเนื่องบนเมืองรอบอังกฤษทั้งที่มีขนาดของการทำลายและการสูญเสียชีวิตอย่างมาก ชาวอังกฤษไม่ยอมที่จะพ่ายแพ้แก่ศัตรู พวกเขาได้แสดงความยืดหยุ่นอย่างน่าทึ่งดำเนินชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง และช่วยเหลือระหว่างกันด้วยวิถีทางใดก็ตามที่พวกเขาสามารถจิตวิญญานบริติทิตซ์ ถูกมองเห็นด้วยวิถีทางที่บุคคลตอบสนองต่อความท้าทายของชีวิตทุกวันระหว่างสงคราม การปันส่วนได้ถูกแนะนำที่จะรักษาเสบียง และมั่นใจว่าบุคคลทุกคนเข้าหาสินค้าที่จำเป็นได้ บุคคลเรียนรู้ที่จะทำ ใช้ให้น้อยลง และใช้ความคิดค้นหาวิถีทางยืดทรัพยากรที่จำกัดของพวกเขาการโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลแสดงบทบาทที่สำคัญภายในการสร้างจิตวิญญานบริติทซ์ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลอังกฤษรับรู้ความสำคัญของการรักษาขวัญของประชาชน และใช้วิธีการโฆษณาชวนเชื่อที่หลากหลายส่งเสริมเอกภาพ ความยืดหยุ่น และความมุ่งมั่นท่ามกลางประชาชนวิถีทางที่สำคัญอย่างหนึ่งที่การโฆษณาชวนเชื่อถูกใช้คือผ่านโปสเตอร์ รัฐบาลได้สร้างโปสเตอร์ด้วยสโสแกนที่ดึงดูดใจและภาพที่ประทับใจ แสดงภายในสถานที่สาธารณะ เช่น สถานีรถไฟ และป้ายโฆษณาโปสเตอร์การโฆษณาชวนเชื่อที่มีชื่อเสียงอย่างหนึ่งคือ “Keep Clam
and Carry on”

อีริค ลาร์สัน กล่าวว่า วินสตัน เชอร์ชิล เป็นบุคคลที่กล้าหาญและเชื่อมั่นมาก แต่เขาอ่านมากโดยเฉพาะประวัติศาสตร์ เขาเข้าใจการกวาดตาครั้งใหญ่ของเหตุการณ์ เขาไม่ติดอยู่ภายในความวิตกกังวลของช่วงเวลาเดียว เขารักษามุมมองตลอดเวลา วินสตัน เชอร์ชิล ยังคงใจสงบจนครั้งหนึ่ง ระหว่างการโจมตีทิ้งระเบิดอย่างรุนเเรง เขาวิ่งไปบนชั้นดาดฟ้าของอาคาร ในขณะที่บุคคลอื่นเเสวงหาความปลอดภัยของที่หลบภับระเบิดใกล้ที่สุด บนชั้นดาดฟ้า เชอร์ชิลได้แสดงจิตใจที่จะท่องบทกลอนเทนนีสันว่ายึดช่วงเวลาไว้วินสตัน เชอร์ชิล สอนบุคคล “ศิลปของการไร้ความกลัว” การกระทำ ความสงบ และการท้าทายของเชอร์ชิล เป็นคุณลักษณะทุกอย่างที่ผู้นำแสดงภายในวิกฤติ แต่คำพูดของเชอร์ชิล มีผลกระทบมากที่สุด อีริค ลาร์สันได้อธิบายโครงสร้างสามส่วนของคำปราศัยของวินสตัน เชอร์ชิล ทำให้คำพูดของเขาทั้งคารมคมคายเเละบันดาลใจส่วนเเรกเขาได้ให้การปะเมินที่มีเหตุผลตรงไปตรงมาของสถานการณ์คืออะไร ไม่ใช่การเคลือบด้วยน้ำตาล ไม่ใช่การพูดอย่างมีความสุข เพียงแค่การประเมินโดยตรงตรงไปตรงมา ภายในวิกฤติ บุคคลต้องได้ยินข้อเท็จจริง – ดีหรือไม่ดี เช่น ฝรั่งเศสพังทลายเมื่อ ค.ศ 1940 วันต่อไปวิลสตัน เชอร์ชิล ได้ให้คำปราศัยยอมรับความหายนะทางทหารที่ยิ่งใหญ่ เเละเตือนชาวอังกฤษว่าพวกเขาคือเป้าเล็งต่อไป ความรุนแรงและอำนาจของศัตรูต้องเกิดขึ้นกับเราในไม่ข้าภายในส่วนที่สองของคำปราศัย เชอร์ชิลได้เตือนผู้ฟังของเขาว่าเรามีเหตุผลที่ยังคงเป็นทางบวกและท้าทาย เหตุผลแท้จริงเพิ่อการมองในเเง่ดี ภายหลังการยอมรับความพ่ายแพ้ของฝรั่งเศส เชอร์ชิลได้ให้การบัญชีของอะไรที่อังกฤษยังคงมีเพื่อพวกเขา การช่วยชีวิต ณ ดังเคริกหมายความว่าทหาร 400,000 คนได้กลับมาสู่ประเทศวินสตัน เชอร์ชิล กล่าวว่า เราได้นำกลับมาปืนไรเฟิล อาวุธ และพัสดุมากมายทุกประเภทที่สะสมภายในฝรั่งเศสระหว่างเก้าเดือนที่แล้วดังนั้นเรามีกำลังทหารที่มีพลังและใหญ่มากภายในเกาะของเราวันนี้เขาได้เตือนใจอังกฤษว่าพวกเขามีกองทัพอากาศที่มีพลัง และกองทัพเรือใหญ่ที่สุดของโลก บุคคลบางคนดูหมือนลืมไปว่าเรามีกองทัพเรือส่วนที่สามของคำปราศัยของวินสตัน เชอร์ชิลมักจะประกอบด้วยคำพูดอ้างอิงพิจารณาท่ามกลางตัวอย่างที่ดีที่สุดของวาทศิลป์ภายในศตวรรษที่ยี่สิบ ตามอีริค ลาร์สัน เขาจบลงด้วยอย่างสม่ำเสมอด้วยวาทศิลป์ การพูดเปรียบเทียบ นำบุคคลออกจากที่นั่งของพวกเขา และออกไปสู่ถนนด้วยความรู้สึกของความกล้าหาญอดอล์ฟ ฮิตเลอร์รู้ว่าเขาจะสู้รบเราภายในเกาะนี้หรือแพ้สงคราม ถ้าเรายืนขึ้นต่อเขา ยุโรปทั้งหมดจะเป็นอิสระ และชีวิตของโลกจะก้าวไปข้างหน้า ไปสู่พื้นที่สูงขึ้นกว้างมีแสงเเดด….ดังนั้นขอให้เรารั้งตัวเราเองต่อหน้าที่ของเราและหนุนตัวเราเอง ถ้าจักวรรดิ์อังกฤษและเครือจักรภพของมันอยู่ยาวนานเป็นพันปี บุคคลจะยังคงพูดว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของพวกเขาพลิกความคาดหมาย ชาวอังกฤษยืนหยัดอย่างมั่นคง กล้าหาญมากกว่ากลัว วินสตัน เชอร์ชิล ได้สอนพวกเขาศิลปของการไร้ความกลัวตามอีริค ลาร์สัน วินสตัน เชอร์ชิลรับรู้ว่าความเชื่อมั่นและการไร้ความกลัวเป็นทัศนคติที่ผู้นำแท้จริงสามารถสอน เชอร์ชิลรักษาขวัญไม่ใช่ด้วยการทำให้ความรุนแรงของเหตุการณ์น้อยที่สุด แต่ด้วยการมีความเชื่อมั่นต่อความสามารถของชาติที่จะแก้ไขมัน คำปราศัยของวินสตัน เชอร์ชิลอาจจะทำให้บุคคลบางคนหวาดกลัว แต่บุคคลส่วนใหญ่มีกำลังใจและมุ่งมั่นวินสตัน เชอร์ชิล เป็นผู้รวมให้เป็นหนึ่งเดียว เขาเป็นบุคคลที่นำชาติรวมเข้าด้วยกัน ดังที่เขาได้กล่าวว่า เขาไม่ได้ทำให้บุคคลกล้าหาญ เขาปล่อยให้ความกล้าหาญของพวกเขาแสดงตัวออกมา เขาได้สอนชาติศิลปะของการไร้ความกลัว การไร้ความกลัวสามารถเป็นศิลปที่เรียนรู้ได้ภายในยามวิกฤติใดก็ตาม ผู้นำต้องอุทิศตัวสมดุลระหว่างการให้ข้อเท็จจริงที่จริงใจ และบันดาลใจบุคคลลุกขึ้นต่อความท้าทาย คำพูดของผู้นำสามารถยกขวัญบุคคล และให้ความกล้าหาญที่พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขามี ณ วันแรกของวินสตัน เชอร์ชิล เป็นนายกรัฐมนตรี อดอล์ฟ ฮิตเลอร์บุกฮอลแลนด์ และเบลเยี่ยม โปแลนด์ และเชคโกสโลวาเกีย ได้ถูกทำลายไปเเล้ว และการอพยพดังเคิรกเพียงแค่สองสัปดาห์สิ้นสุดลง ต่อสิบสองเดือนต่อไป อดล์ฟ ฮิตเลอร์ ได้โจมตีการทิ้งระเบิดอย่างไม่ลดละ ฆ่าชาวอังกฤษ 45,000คน มันขึ้นอยู่กับวินสตัน เชอร์ชิลที่จะยึดประเทศของเขารวมเข้าด้วยกัน และชักจูงประธานาธิบดีอเมริกัน แฟรงคลิน รูสเวลท์ว่าอังกฤษเป็นพันธมิตรที่มีคุณค่า และเต็มใจต่อสู้จนจบวินสตัน เชอร์ชิล เข้ามาสู่อำนาจเมื่อสภาออกเสียงไม่เชื่อมั่นเนวิลล์แชมเบอร์ลินน์ ผู้นำในขณะนั้น สภาได้ประท้วงเนวิลล์ แชมเบอร์ลินเพราะว่านโยบายของการผ่อนปรนต่อนาซี เยอรมันของเขาการยอมให้กับการขยายดินแดนของฮิตเลอร์ และการแทรกเเซงทางทหารที่ล้มเหลวภายในนอร์เวย์ยึดครองโดนเยอรมัน เนวิลล์ แชมเบอร์ลินได้เสนอเเนะวินสตัน เชอร์ชิล เป็นผู้สืบทอดของเขา และกษัตรย์จอร์จที่ห้าได้ให้คำอวยพรแก่เขา ลอร์ด ฮาลิเดฟกซ์ ได้ถูกมองโดยบุคคลหลายคนเป็นผู้สืบทอดที่เหมาะสมต่อเนวิลล์ เเชมเบอร์ลิน ไม่ต้องการเป็นนายกรัฐมนตรี เขาไม่มีความเชื่อมั่นว่าเขาสามารถต่อสู้สงครามได้ แต่วินสตันเชอรชิลมีความเชื่อมั่นอย่างแน่นอนเมื่อวินสตัน เชอร์ชิล ยึดครองนายกรัฐมนตรีจากเนวิลล์ แชมเบอร์ลินเขาไม่ได้ย้ายมาทันทีภายใน 10 ดาวนิ่ง สตรีท และให้เวลาแก่ต่อผู้ดำรงตำแหน่งออกไป และรับรองเนวิลล์แชมเบอร์ลินมีการออกไปอย่างงดงาม มันไม่ได้เป็นเวลาที่ยิ่งใหญ่ยึดครองเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวินสตัน เชอร์ชิล กลายเป็นนายกรัฐมนตรี เขาต้องเผชิญการทำสงครามกับเยอรมันภายในวิกฤติของสงคราม ผู้นำต้องปลูกฝังความเชื่อมันภายในบุคคของเขาและวินสตัน เชอร์ชิลเป็นผู้เชี่ยวชาญของมัน เขาให้อำนาจแก่บุคคล และให้สัญญานอยู่เสมอว่าพวกเขาจะชนะสงครามการสร้างพันธมิตรเป็นจุดสำคัญที่จะชนะสงครามใดก็ตาม เเละเขาได้ชักจูงประธานาธิบดี แฟรงคลิน รูสเวลท์ อยู่เสมอ เข้าร่วมสงคราม และช่วยเหลืออังกฤษและโลก วินสตัน เชอร์ชิล ชัดเจนว่าเขาต้องการความช่วยเหลือของอเมริกาที่จะชนะสงครามเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และเฮอร์แมน เกอริง ผู่นำทหารนาซี ด้วย เราได้รู้ว่าเฮอร์แมน เกอริงเชื่อมั่นเกินไปตลอดเวลาต่อลุฟท์วัฟเฟ กองทัพอากาศเยอรมัน และประเมินต่ำไปต่ออาร์เอเอฟ กองทัพอากาศอังกฤษ เขาไม่สามารถสร้างชัยชนะแก่เยอรมันได้วินสตัน เชอร์ชิล เข้าใจพลังของการกระทำเชิงสัญลักษณ์ เมื่อบุคคลถาม เมื่อไรเราจะทิ้งระเบิดเบอร์ลิน เชอรชิลตอบว่า คุณทิ้งสิ่งนี้ไว้กับผมการยอมแพ้ของฝรั่งเศสต่อเยอรมันได้กำจัดกันชนป้องกันที่สำคัญต่ออังกฤษ และทำให้การคุกคามการบุกอังกฤษของนาซีเป็นจริงมากขึ้นเมื่อพิจารณาการพังทลายของฝรั่งเศส วินสตัน เขอร์ชิลได้รับรู้ว่าอังกฤษต้องได้รับความช่วยเหลือโดยอำนาจทางเศรษฐกิจและทหารของอเมริกาเป็นความหวังเดียวเท่านั้นที่จะชนะนาซี และรักษาการอยู่รอดของอารยธรรมและเสรีภาพเมื่อกองทัพอากาศเยอรมันเริ่มต้นทิ้งระเบิดลอนดอนเมื่อค.ศ 1940การเริ่มต้นยุทธการแห่งอังกฤษ วินสตัน เชอร์ชิล ต้องยกขวัญท่ามกลางชาวอังกฤษอยู่เสมอ ในขณะที่ออกแบบกลยุทธ์ทหารป้องกันอังกฤษจากการโจมตีทิ้งระเบิดอย่างโหดร้าย และส่งสัญญานชัดเจนว่าประเทศจะ “ไม่เคยยอมแพ้” นอกจากนี้วินสตัน เชอร์ชิลและภรรยาของเขา คลีเมนไทน์ เชอร์ชิล ต้องเผชิญกับความท้าทายของการดูแลครอบครัวของลูกสามคนและคู่สมรสของพวกเขา ชีวิตส่วนบุคคล ณ เวลานั้น การทำสงครามกับเยอรมันทำให้ระเบียบครอบครัวไม่มั่นคงได้มันเป็นช่วงเวลาที่น่ากลัวต่ออังกฤษ ผู้สังเกตุใครก็ตามได้กล่าวว่าอังกฤษไม่มีทางต่อสู้กองทหารนาซีได้ แต่ไม่เหมือนกับเนวิลล์ เเชมเบอร์ลิน และใครก็ตามวิลสตัน เชอรชินเชื่ออย่างไม่อายว่าอังกฤษสามารถชนะสงครามที่เข้ามาในขณะนี้วินสตัน เชอร์ชิล ต้องทำทุกอย่างคือ ชักจูงประเทศของเขาและที่สำคัญประธานาธิบดี แฟรงคลิน รูสเวลท์ที่อังกฤษยังคงมีโอกาส วินสตัน เชอร์ขิล รู้ว่าเขาไม่สามารถชนะสงครามได้โดยไม่มีชาวอเมริกัน ตั้งเเต่วันแรก วินสตัน เชอร์ชิลชัดเจนต่อเป้าหมายของเขา การได้ความช่วยเหลือจากอเมริกาแต่กระนั้นชาวอเมริกันไม่สนใจต่อการถูกลากไปสู่สงครามภายในยุโรปการส่งชายหนุ่มของพวกเขาไปสู่สนามรบภายในยุโรปพวกเขาไม่ต้องการทำงานกับวินสตันเชอร์ชิลด้วย เพราะว่าพวกเขาคิดว่าเขาไว้วางใจไม่ได้เมื่อเมาเหล้า
รัฐบาลอเมริกันระมัดระวังทำงานกับวินสตัน เชอร์ชิล สภาอเมริกันก่อนหน้านี้ได้ประมวลการขาดความสนใจนี้ด้วยการผ่านพระราชบัญญัติความเป็นกลาง ค.ศ 1935 การควบคุมการส่งออกอาวุธและห้ามการขนส่งไปประเทศทำสงครามใดก็ตามชาวอังกฤษรักวินสตัน เชอร์ชิล และเขาได้รับเอาความไว้วางใจของพวกเขาอย่างจริงจัง คำปราศัยครั้งแรกของเขาต่อสภา แสดงวาทศิลป์ของเขา ผมไม่มีอะไรนำเสนอ นอกจากเลือด งานหนัก น้ำตา และเหงื่อ แม้ว่ามันเป็นสถานการณ์ที่น่ากลัว รัฐบาลของเขาถูกกระตุ้นด้วยพลังจากวันเเรก บุคคลทุกคนตั้งแต่เลขานุการต่ำสุดไปถึงรัฐมนตรีสูงสุดถูกดึงภายในทิศทางเดียวกัน หยุดนาซีจากการบุอังกฤษ และชนะสงครามการแต่งตั้งวินสตัน เชอร์ชิล เป็นนายกรัฐมนตรี ได้นำความเชื่อมั่นที่ยิ่งใหญ่ว่าอังกฤษจะชนะสงครามภายใต้ความเป็นผู้นำของเขาตั้งแต่เริ่มต้น เชอร์ชิลรู้ว่าเขาไม่สามารถชนะสงครามได้โดยไม่มีความช่วยเหลือของอเมริกา อำนาจทางอุตสาหกรรมและกำลังคนสามารถรับรองการกำจัดอดอล์ฟ ฮิตเล่อร์ได้วินสตัน เชอร์ชิล ได้พูดถึงอเมริกาส่วนใหญ่ระหว่างการปราศัยของเขาแม้ว่าเขาไม่ได้กล่าวอเมริกาชัดเจนเขาพยายามสื่อสาารกับประธานาธิบดี เเฟรงคลิน รูสเวลท์ และรัฐสภาว่าอังกฤษผูกพันอย่างเต็มที่ต่อชัยชนะคำปราศัยได้ส่งสัญญานต่ออดอล์ฟ ฮิตเลอร์เกี่ยวกับเชอร์ชิลตัดสินใจที่จะต่อสู้ด้วยภายในการสื่อสารของเขากับแฟรงคลิน รูสเวลท์ วินสตัน เชอร์ชิลต้องถ่ายทอดเพียงแค่อะไรกลายเป็นสิ่งเลวร้ายอย่างไร ในขณะเดียวกัน เขาต้องหลีกการทาสีภาพที่มืดมัวอย่างสิ้นเชิง เพื่อที่โรสเวลท์จะจัดหาความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่อังกฤษโดยไม่กังวลเกี่ยวกับสเบียงอเมริกันได้สูญเปล่าแฟรงคลิน รูสเวลท์ เข้าใจความเร่งด่วนของการร้องขอเสบียงทางทหารของเชอร์ชิล และพยายามค้นหาทางให้เรือแก่อังกฤษโดยไม่ละเมิดกฏหมายความเป็นกลาง กฏหมายความเป็นกลางยอมให้โยกย้ายสเบียงทางทหาร ถ้าผลลัพธ์เพิ่มความมั่นคงของอเมริกาภายในระหว่างนั้น ฮิตเลอร์ ได้ออกคำสั่งที่เรียกร้องการโจมตีเต็มที่ต่ออาร์เอเอฟเป็นส่วนหนึ่งของแผนของเขาเพื่อการบุกอังกฤษ ภารกิจนี้ตกอยู่ที่จอมพลเฮอร์มันน์เกอริงตัดสินใจให้ลุฟท์วัฟเฟกำจัดศูนย์การผลิตเครื่องบินทั่วอังกฤษตลอดสี่วันภายในการโจมตีกลางวันและกลางคืนแม้ว่าแฮร์มัน เกอริงมองลุฟท์วัฟเฟเป็นกำลังที่ทำลายไม่ได้ อาร์เอเอฟมีข้อได้เปรียบที่สำคัญหลายอย่างที่เฮอร์มันน์เกอริงไม่สามารถต่อต้านได้ นักบินอาร์เอเอฟเข้าใจความรุนเเรงของสถานการณ์ และต่อสู้ด้วยความมีชีวิตชีวาเต็มที่ ในขณะที่ลุฟท์วัฟเฟค่อนข้างชะล่าใจเนื่องจากข่าวกรองที่ไม่ถูกต้องแสดงอาร์เอเอฟเป็นกำลังที่อ่อนเเอวินสตัน เชอร์ชิลมีสายตาชัดเจนมากเกี่ยวกับการคุกคามจากเยอรมันต่อเขาแล้ว วิถีทางเดียวเท่านั้นที่จะชนะอย่างแท้จริงความพยายามใดก็ตามโดยฮิตเลอร์บุกอังกฤษคือ เพิ่มความเข้มเเข็งของเครื่องบินรบดังนั้นลุฟท์วัฟเฟไม่สามารถบรรลุความเหนือทางอากาศกว่าได้ เชอร์ชิล รู้สึกว่าถ้าลุฟท์วัฟเฟสามารถูกป้องกันได้ การบุกจะเป็นไปไปได้เอริค ลาร์สัน เชื่อว่าเขาถูกต้องภายในสิ่งนี้

วินสตัน เชอร์ชิล แตกต่างจากนักการเมืองคนอื่นส่วนใหญ่ เขามีกิจวัตรที่ประหลาด เขานำอังกฤษไปสู่ชัยขนะระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่อยู่บนเตียงจนสิบเอ็ดโมงทุกเช้า เขาเป็นบุคคลตอนเย็น แต่เขาไม่ยอมให้ตอนเช้าของเขาขาดประสิทธิภาพ เขามีวิถีชีวิตที่ฟุ่มเฟือย สูบซิการ์มากถึงสิบม้วนต่อวัน เขามีทีมของคนใช้ภายในชาร์ทเวลล์ บ้านชนบทของเขาภายในเค้นท์ เขามีนิสัยของการกินอาหารเช้าบนเตียงนอน และยังคงอยู่ที่นี่ บางครั้งจนกระทั่งหลายชั่วโมง ด้วยเลขานุการและนักพิมพ์ดีดอยู่ใกล้ด้านข้างของเขาเขามักจะทำงานตอนอาบน้ำ ถ้าโทรศัพท์ดังขึ้น ในขณะที่เขาอยู่ภายในอ่างอาบน้ำ เขาจะปีนออกมารับโทรศัพท์ เขาชอบใส่เสื้อคลุมสีสดใสเมื่อเดินไปรอบตอนดึกหรือตอนเช้า
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







