“ทรัมป์”สลัดทิ้ง“เซเลนสกี”

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
“ทรัมป์”สลัดทิ้ง“เซเลนสกี”
ผมเรียกนโยบายการบริ หารของประธานาธิบดีสหรัฐ “โดนั ลด์ ทรัมป์”รวมๆ ว่า Selective engagement คือ “การพัวพันด้วยการเลือกสรร” โดยเฉพาะนโยบายต่างประเทศ
ใครจะว่า“เชย”ก็ช่างเถอะ
เพราะเป็นเช่นนั้นจริงๆ
อะไรที่อยากเลือกทำ ก็จะทำ อะไรที่อยากเลือกไม่ทำ ก็ไม่ทำ
ที่ “อยากเลือกทำ”ก็คือ สนับสนุนอิสราเอลอย่างสุดฤทธิ์ กรณีประกาศยึดครองฉนวนกาซา หมายมั่นปั้นมือฟื้นฟูเมืองที่ ถูกทำลายชนิดวินาศสันตะโรขึ้ นมาเป็น “เมืองฉลาด”หรือ Smart City ในตะวันออกกลางในอนาคต
เป็นความคิดแบบเดียวกัน กับคิดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คื อการสร้างที่อยู่อาศัยอาชีพเดิ มที่ “ทรัมป์”ถนัด
โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านใดๆ ในทางมนุษย์ ธรรมและทางกฎหมายสากล จนทำให้สรุปได้เลยว่า นั่นคือการล่าอาณานิคมยุคใหม่ สมกับที่เคยถูกเรียกว่า “จั กรพรรดินิยมอเมริกา”ตามที่จี นแดงเรียกหาเชิงประณามสมั ยสงครามเย็น

ส่วนที่ “อยากเลือกไม่ทำ”ก็คือ ผละจากนโยบายสนับสนุน“นาโต้”ซึ่ งแน่นอนว่า“นาโต้”คือพันธมิตรดั้ งเดิมของสหรัฐจะต้องดู แลตนเองแต่นี้ไป โดยสหรัฐถอนตัวไม่สนับสนุนใดๆ อีก

และอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมากเป็ นที่น่าสังเกตคือเลิกสนับสนุน“ยูเครน”ทำสงครามกับรัสเซีย
ทั้งสองอย่าง สองประการนี้ก็เป็นไปตามแผนตั ดลดค่าใช้จ่าย หมายฟื้นเศรษฐกิจสหรัฐใหม่
ซึ่งนั่นก็เป็นไปตามที่เขาหาเสี ยงไว้ว่าจะยุติสงครามยูเครนให้ ได้เมื่อขึ้นดำรงตำแหน่ง
เป็นการยกเลิกพันธะสัญญาช่วย“ยู เครน”ที่อดีตประธานาธิบดี“โจ ไบเดน”สัญญาไว้

แล้วเขาก็ทำจริงๆ โดยโทรไปคุยกับประธานาธิบดีรั สเซีย”วลาดิมีร์ ปูติน”เพื่อหารือเบื้องต้น อันนำไปสู่การเจรจาหารือต่ อมาเพื่อวางพื้นฐานยุติ สงครามในเงื่อนไขของรัสเซียที่ ซาอุดีอาระเบีย
ระหว่างรัฐมนตรีต่ างประเทศของสองฝ่ายคือ”มาร์โก รูบิโอ”แห่งสหรัฐและ”เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ” โดยไม่มีตัวแทนของยูเครนร่วม
ในคราวเดียวกันก็เป็นการนั ดแนะให้เปิดมีการประชุมสุ ดยอดระหว่าง”ทรัมป์”กับ”ปูติน” เพื่อยุติสงครามในเร็ววันด้วย
ยังความโกรธเกรี้ยวแก่“โวโลดิมี ร์ เซเลนสกี”ประธานาธิบดียูเครนเป็ นที่ยิ่งนัก

เพราะเขายืนยันตลอดมาว่า ถ้าจะเจรจาสันติภาพก็จะต้องให้ เขาเข้าร่วมด้วยเท่านั้น
เพราะตัวเขาคือคนสั่งทำสงครามต่ อต้านรัสเซีย
ในการเจรจานั้น สาระคือรัสเซียด้องได้ดิ นแดนภาคตะวันออกของยูเครนที่เข้ าไปยึดเอาไว้ครั้งล่าสุดเมื่ อเกือบสามปีที่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้”ทรัมป์”ก็เกริ่ นเอาไว้ล่วงหน้าว่ายูเครนจะต้ องเสียสละ
ที่แย่ไปมากกว่านั้น นอกจากประกาศหยุดไม่ส่งความช่ วยเหลือยูเครนแล้ว”ทรัมป์”ยั งเรียกร้องให้ยูเครนจ่ายหนี้คื นทั้งหมดเป็นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจ่ายในรูปของแร่ธาตุต่างๆ ที่ยูเครนมี
แค่นั้นยังไม่พอ ยังพูดจาเหน็บแนมด้วยว่า“เซเลนสกี”คือต้นตอของสงคราม
แต่ที่หนักหนาไปมากกว่านั้นก็คื อ“ทรัมป”เรียกร้องให้ยูเครนเลื อกตั้งประธานาธิบดีใหม่โดยเร็ว
เพราะดูเหมือนจะรู้ว่า เขาจำเป็นต้องกำจัด“เซเลนสกี” โดยพลัน เพราะถ้ายังอยู่ก็จะกลายเป็ นหอกข้างแคร่ในอนาคตได้
เที่ยวนี้ “เซเลนสกี”คงจะกระอักเลื อดตายแน่ ถ้าเขาไม่เข้มแข็งพอที่จะสู้ต่อ ด้วยความพยายามขอความร่วมมื อจาก“นาโต้”
เห็นไหมครับ การหวังพึ่งพิงชาติอภิ มหาอำนาจชนิดเต็ม“คาราเบล”นั้น สุ่มเสี่ยงเพียงไร
ไทยเราเองก็หวังพึ่งพาสหรัฐช่ วยหนุนความเป็นประชาธิปไตยที่มี กษัตริย์เป็นประมุขมาระยะหนึ่ง ตอนทำสงครามเกาหลีและสงครามอิ นโดจีน ก็ทุมเทช่วยสนองความต้ องการของสหรัฐในการสกัดการแผ่ อำนาจของคอมมิวนิสต์เต็มที่
แต่ในที่สุดสหรัฐก็ทอดทิ้งไทยไป แม้ชนิดที่ไม่น่าเกลียด เหมือนการทอดทิ้ง“เซเลนสกี”
ก็ต้องถือว่าเป็นบุญของแผ่นดิ นไทยครับ ที่รอดพ้นจากเงื้อมมือคอมมิวนิ สต์มาได้แบบเฉียดฉิว
ไม่เช่นนั้นสถาบันกษัตริย์ซึ่ งเป็นศูนย์รวมสามัคคีธรรมในชาติ คงเป็นอันตรายแน่ ๆ เฉกเช่นลาวที่ถูกกำจัด และกัมพูชาซึ่งเป็นเพียงแค่หุ่ นเชิด
สำหรับส่วนตัวของ“เซเลนสกี”นั้น ก็จะต้องดูกันต่อไปว่า ในที่สุดเขาจะหาทางออกอย่างไร ในภาวะจนแต้มเช่นนี้
ก็ได้แต่หวังว่า จะไม่ฆ่าตัวตายครับ
Facebook Comments Box







