มนุษย์องค์การ

มนุษย์องค์การ
แนวคิดของการคิดคล้อยตามกลุ่ม ถูกแนะนำเรื่มแรก โดยวิลเลียม ไวท์ ภายในบทความวารสารฟอร์จูน 1952 ของเขา สิบเก้าปีก่อนบทความแรกของเออร์วิง แจนีส เเต่มันได้ถูกทำนิยมแพร่หลาย และพัฒนาไปสู่ทฤษฎีจิตวิทยาโดยเออร์วิง แจนีส พิมพ์การวิจัยของเขาเมื่อ 1972 ดังนั้นเออร์วิง จานีส ไม่ใช่ต้นกำเนิดของถ้อยคำ วิลเลียม ไวท์ นักข่าวอเมริกันใช้ถ้อยคำภายในบทความของวารสารฟอร์จูนและภายในหนังสือ 1956.ของเขาชื่อ The Organization Man อธิบายปรากฏการณ์ที่เขาได้สังเกตุเห็นภายในองค์การโดยเฉพาะภายในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจตรงที่ความคล้อยตาม และความต้องการเพื่อการเห็นพ้องได้บดบังการคิดเชิงวิพากษ์ และการใช้
ดุลยพินิจของบุคคล การนำไปสู่การต้ดสินใจที่บกพร่อง
วิลเลียม ไวท์ ได้แนะนำ การคิดคล้อยตามกลุ่ม เป็นถ้อยคำแฝงนัย การ
ยอมรับมันเป็นไปได้ของความหมายแฝงทางลบการสร้างถ้อยคำของเขา
มันได้ถูกบันดาลใจโดยจอร์จ ออร์เวลล์ เขาได้นำมันมาจากการคิดสองชั้น
ของจอร์จ ออร์เวลล์ ภายในนิยาย Nineteen Eighty-Four ที่อ้างถึงการยึดความเชื่อขัดแย้งกันสองอย่างพร้อมกัน เป็นถูกต้องในขณะที่รับรู้ลักษณะความขัดเเย้งของมัน มันจะเป็นแนวคิดแกนภายในการหลอกล่อ และการควบคุมประชาชนของพรรคการเมือง

วิลเลียม ไวท์ ได้วิจารณ์การคล้อยตาม ที่เจริญเติบโตภายในวัฒนธรรมบริษัทอเมริกัน และเเรงกดดันต่อบุคคลที่จะให้คล้อยตาม แทนการสร้าง
สรรค์ ผลงานของเขาได้แสดงโครงสร้างองค์การและเเรงกดดันสามารถนำไปสู่การยับยั้งของความเป็นเอกบุคคลและการคิดเชิงวิพากษ์ทำให้เกิดรูปแบบของการคล้อยตามที่มีเหตุผล
หนังสือของเขาได้สำรวจการเปลี่ยนแปลงภายในสังคมอเมริกัน จากเอกบุคคลนิยมไปสู่กลุ่มนิยมตรงที่มนุษย์องค์การจะให้ความสำคัญการคล้อยตามและการเป็นส่วนหนึ่งเหนือความสำเร็จของบุคคล ในขณะที่ วิลเลียม ไวท์ ไม่ได้ใช้ถ้อยคำการคิดคล้อยตามกลุ่มอย่างชัดเจน การสังเกตุเห็น
วัฒนธรรมองค์การ และกระบวนการตัดสินใจของเขาจะส่อเค้าแนวคิดที่
ต่อมาเออร์วิง แจนีส ได้ทำให้ถ้อยคำการคิดคิดคล้อยตามกลุ่มกลายเป็นนิยมแพร่หลาย
โดยสาระสำคัญแล้ว The Organization Man ได้ให้บริบทต่อความสนใจ
เกี่ยวกับการคิดคล้อยตามกลุ่มของวิลเลียม ไวท์ การแสดงพลังทางสังคมที่สามารถนำไปสู่การตัดสินใจที่บกพร่องตามที่การคิดคล้อยตามกลุ่มได้อธิบายไว้ วิลเลียม ไวท์ ได้สร้างถ้อยคำ มนุษย์องค์การ อ้างถึงบุคคลปกเสื้อสีขาวที่คล้อยตามบรรทัดฐานบริษัทให้ความสำคัญการทำงานเป็นทีม
และความสามัคคีของกลุ่ม และการเเสวงหาชีวิตที่สบายและคาดคะเนได้
ภายในโครงสร้างองค์การ
บุคคลปกเสื้อสีขาวเหล่านี้จะให้ความสำคัญความมั่นคงของงาน ผลประ
โยชน์พิเศษ และการยอมรับทางสังคมภายในองค์การ เหนือความทะเยอ
ทะยานส่วนบุคคลและการแสดงความคิดสร้างสรรค์ หนังสือได้วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงภายในสังคมอเมริกันจากงานปกเสื้อสีน้ำเงินไปสู่่งานปกเสื้อสีขาวภายในบริษัทใหญ่ แนวโน้มที่สำคัญภายในชีวิตชาวอเมริกันช่วง
เวลานั้น โดยทั่วไปงานปกเสื้อสีขาวของบริษัทใหญ่ ถูกมองเป็นความต้อง
การของการคล้อยตามและการหยุดยั้งความคิดริเริ่มของบุคคลในขณะที่
งานปกเสื้อสีน้ำเงินมักจะเป็นเเรงงานใช้มือได้ถูกมองเป็นเอกบุคคลมากขึ้น
วิลเลียม ไวท์ ยืนยันว่าการลุกขึ้นของชนชั้นปกเสื้อสีขาว ที่มีความมั่นคงของงานและมาตรฐานของชีวิตที่สูงขึ้น มันเป็นการทำลายเอกบุคคลนิยมอเมริกัน และได้นำไปสู่ความเป็นธรรมดา ผลงานของเขาจะมุ่งที่โลกของปกเสื้อสีขาวของบริษัทใหญ่ที่ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วระหว่าง ค.ศ 1950 งานเหล่านี้มักจะเกี่ยวพันกับบทบาทการบริหาร หรือวิชาชีพภายในสภาพแวดล้อมของสำนักงาน ตรงกันข้าม งานปกเสื้อสีนำเงินมักจะเกี่ยวพันกับแรงงานใช้มือภายในสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่สำนักงานอย่างเช่น การผลิต การก่อสร้าง และการบำรุงรักษา

วิลเลียม ไวท์ จะยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลวจากสังคมครอบครองโดยปกเสื้อสีน้ำเงินไปสู่สังคมครอบครองโดยปกเสื้อสีขาวจะแสดงโดยการคล้อยตามและจุดมุ่งที่ความสำเร็จของกลุ่มจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญภายในสังคมอเมริกัน เขาวิจารณ์การเปลี่ยนแปลงค่านิยมอเมริกันระหว่าง ค.ศ 1950 ตรงที่การแสวงหาความสำเร็จของบุคคลและจริยธรรมงานโปรเตสเต้นท์ถูกแทนที่โดยจริธรรมสังคมที่ให้ความสำคัญการคล้อยตามและการเป็นส่วนหนึ่งภายในองค์การใหญ่ มนุษย์องค์การ แสดงบุคคลบางคนยอมเป็นรองความทะเยอทะยาน และความเป็นอิสระส่วนบุคคลต่อความต้องการและความคาดหวังของกลุ่ม มักจะเสียสละความเป็นเอกบุคคลเพื่อ
ให้สอดคล้องและบรรลุความสำเร็จภายในโครงสร้างบริษัท
วิลเลียม ไวท์ ยืนยันว่า จริยธรรมทางสังคม กำลังปรากฏขึ้น มุ่งเน้นความสำคัญความสามัคคีและการคล้อยตามของกลุ่มมนุษย์อองค์การมักจะต้อง
คล้อยตามบรรทัดฐานของกลุ่มและหลีกเลี่ยงการท้าทายอำนาจหน้าที่เขา
ได้สำรวจการลุกขึ้นของจริยธรรมทางสังคม ตรงที่การคล้อยตามและการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มถูกให้ความสำคัญ เหนือกว่าความสำเร็จของบุคคลและความเป็นอิสระโดยเฉพาะภายในบริษัทใหญ่ การคิดคล้อยตามกลุ่ม ถ้อยคำที่สร้างโดยวิลเลียม ไวท์ ได้อธิบายปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาตรงที่กลุ่มยึดเหนี่ยวตัดสินใจไม่ดี เนื่องจากแรงกดดันให้คล้อยตามและรักษาความสามัคคี

“The Organization Man” เป็นหนังสือขายดีที่่สุด 1956 โดยวิลเลียม ไวท์ นักเขียนวารสารฟอร์จูน ได้ถูกพิจารณาท่ามกลางหนังสือการบริหารที่มีอิทธิพลมากที่สุดเท่าที่เคยเขียน วิลเลียม ไวท์ ได้สัมภาษณ์อย่างกว้างขวางกับซีอีโอและผู้บริหาร ณ บริษัทอเมริกันที่สำคัญ เช่น เจ็นเนอรัล อีเลคทริค และฟอร์ด มอเตอร์ การถามอะไรที่พวกเขาได้มองเห็นการเปลี่ยนแปลงตลอดเส้นทางของอาชีพของพวกเขา นำหน้าโดยจริยธรรมทางสังคม ความเชื่อว่าองค์การสามารถตัดสินใจได้ดีกว่าและเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น
มันทำให้ไม่เพียงแต่จำเป็นทางเศรษฐกิจเท่านั้น เเต่เป็นความถูกต้องทางศีลธรรมด้วย บุคคลลบล้างตัวพวกเขาเองต่อความต้องการขององค์การความคิดแกนของวิลเลียม ไวท์ภายใน “The Organization Man” คือจริยธรรมโปรเตสเต้นที่อธิบายคุณลักษณะของความสำเร็จส่วนบุคคลของประวัติศาสตร์อเมริกันได้ถูกทดแทนภายในสมัยใหม่ด้วยจริยธรรมทางสังคม การเน้นกลุ่มเป็นแหล่งที่มาของความคิดสร้างสรรค์ และย้ำว่าความต้องการยิ่งใหญ่ที่สุดของบุคคลคือ การเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม
วิลเลียมไวท์ ได้เปรียบเทียบจริยธรรมทางสังคมกับเอกบุคคลนิยมที่เข้มงวดของจริยธรรมโปรเตสเต้นท์ สร้างการก่อตั้งอเมริกา และได้ถูกยึดไว้ภายใน “Democracy in America” ผลงานคลาสสิคของเอเล็กซิส เดอ
ต็อกเคอวิลล์ ได้พิจารณาการปฏิวัติประชาธิปไตยที่เขาเชื่อว่าได้เกิดขึ้นตลอดหลายร้อยปีก่อนหน้าภายในหนังสือของเขาวิลเลียม ไวท์ ได้อธิบายต้นทุนทางจิตใจและสังคมของแนวโน้มที่สำคัญภายในชีวิตชาวอเมริกันระหว่าง ค.ศ 1950 แนวโน้มเป็นการเคลื่อนไหวของบุคคลมากขึ้นออกไปจากงานปกเสื้อสีน้ำเงิน งานใช้แรงงานไปสู่งานปกเสื้อสีขาว งานสำนักงาน ภายในบริษัทใหญ่
วิลเลียม ไวท์ ยืนยันว่าเเนวโน้มมาด้วยราคาการบรรลุความสำเร็จภายในโลกบริษัทต้องการให้บุคคลระงับความคิดส่วนบุคคล จุดสำคัญคือ บุคคลกลายเป็นถูกชักจูงว่าองค์การสามารถตัดสินใจได้ดีกว่าบุคคล ดังนั้นการรับใช้องค์การกลายเป็นดีกว่าทางเหตุผล พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของบุคคล วิลเลียม ไวท์ รู้สึกว่ามันตรงข้ามกับความจริง เขาได้ระบุตัวอย่างของความคิดสร้างสรรค์ของบุคคลสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าการรวมเป็นกลุ่มอย่างไร อเมริกากำลังทดแทนจริยธรรมโปเตสเต้นท์ของเอกบุคคลนิยมด้วยจริยจรธรรมทางสังคม เน้นย้ำความร่วมร่วมมือและการบริหาร
บุคคลได้ถูกรวมอยู่ใต้องค์การมันดูเหมือนเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญภายในคุณลักษณะของชาวอเมริกัน ชาวอเมริกันได้ละทิ้งเอกบุคคลนิยม ขับเคลื่อนอเมริกาไปข้างหน้า แนวโน้มที่วิลเลียม ไวท์ ยืนยันว่ามันไม่นำไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่เลย แนวคิดการคิดตามกลุ่มของเออร์วิง จานิส นักจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเยล ความคิดเพื่อการเห็นพ้องกันได้ครอบงำการประเมินทางเลือกที่แท้จริง และได้นำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่ดี
การคิดตามกลุ่มเป็นหัวขัอที่สำคัญของตำราสังคมศาสตร์ เเต่กระนั้นอะไรที่ได้ถูกลืมคือ 20 ปี ก่อนการคิดค้นที่คิดกันของเออร์วิง แจนิส วิลเลียม ไวท์ ได้กล่าวถึงการคิดคล้อยตามกลุ่ม ภายในบทความของวารสารฟอร์
จูนของเขาเมื่อ ค.ศ 1950 การคิดคล้อยตามกลุ่มเป็นการวิเคราะห์ผลกระทบอาการไม่สบายต่อทั้งการศึกษาและการปฏิบัติของการบริหารของวิลเลียม ไวท์เมื่อ ค.ศ 1952
ถ้อยคำการคิดคล้อยตามกลุ่มตามความรู้สึกสมัยใหม่ได้ถูกสร้างโดย
เออร์วิง แจนิส เมื่อ ค.ศ 1971 เขาเสนอถ้อยคำเป็นชื่อต่อการวิเคราะห์อาการป่วยที่ไม่รู้จักก่อนหน้านี้ เขาได้มองเห็นเป็นการแทรกแซงความสามารถของบุคคลตัดสินใจที่ดีภายในสภาพเเวดล้อมกลุ่มเพื่อการสร้างถ้อยคำเรียกชื่อแนวคิดใหม่นี้ เออร์วิง แจนิส ได้เลือกการคิดคล้อยตามกลุ่มขนานกับการคิดทับซ้อน แนวคิดจาก ค.ศ 1984 ของจอร์จ ออร์เวลล์ เมื่อบุคคลร่วมกันภายในกลุ่ม
เออร์วิง แจนิส ได้เสนอเเนะว่าพวกเขาขึ้นอยู่กับแรงกดดันของการคล้อยตาม อคติความสามารถให้เหตุผลอย่างชัดเจนของพวกเขาแต่กระนั้นอะไรที่บุคคลหลายคนไม่รู้คือ เออร์วิง จานีส ไม่ได้เป็นบุคคลเเรกที่ใช้ถ้อยคำนี้ ความมีชื่อเสียงนั้น ไปสู่นักหนังสือพิมพ์ วิลเลียม ไวท์ เขาได้สร้างถ้อยคำการคิดตามกลุ่มภายในบทความของวารสารฟอร์จูน เมื่อ ค.ศ 1952 และได้อธิบายบนแนวคิดภายในหนังสือขายดีที่สุด 1956 ของเขา “The Organization Man”
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







