ฝรั่งเศสในวังวนสามเหลี่ยมการคลัง: หนี้สูง สวัสดิการตึง และภาระความมั่นคงยุโรป

ฝรั่งเศสในวังวนสามเหลี่ยมการคลัง: หนี้สูง สวัสดิการตึง และภาระความมั่นคงยุโรป
ทหารประชาธิปไตย
วิเคราะห์สถานการณ์ฝรั่งเศส | ข้อมูล ณ 21 ตุลาคม 2569
ปลายเดือนกันยายนถึงกลางตุลาคม 2569 ฝรั่งเศสเผชิญคลื่นประท้วงที่เริ่มจากนักเรียนในโรงเรียน แล้วขยายเป็นการชุมนุมต้านค่าครองชีพทั่วประเทศเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม มีผู้ร่วมราว 5.5 แสนคนตามตัวเลขกระทรวงมหาดไทย ยังไม่นับขบวนการเสื้อกั๊กเหลืองที่มาสมทบภายหลัง และมีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 2,000 คน ภาพไฟและแก๊สน้ำตาอาจดูเป็นวิกฤตความสงบเรียบร้อย แต่เมื่อมองลึกลงไปจะเห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง คือรัฐใช้จ่ายเกินตัวและต้องรัดเข็มขัด ขณะเดียวกันก็ต้องเพิ่มงบความมั่นคงและแบกภาระยูเครนในระดับยุโรป
1. งบขาดดุลที่ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะหน้า
รัฐบาลคาดว่าการขาดดุลปี 2569 จะอยู่ที่ 5.4% ของ GDP สูงกว่าเป้าเดิม 4.6% และสูงกว่า 5.1% ในปี 2568 ส่วนหนี้สาธารณะคาดว่าจะแตะระดับสูงสุดที่ 119.3% ของ GDP ในปีนี้ และ 121.7% ในปี 2570 จากต่ำกว่า 100% ในปี 2562 ตลาดเริ่มส่งสัญญาณ เมื่อส่วนต่างต้นทุนกู้ยืมเทียบกับเยอรมนีเกินหนึ่งจุดเปอร์เซ็นต์เป็นครั้งแรกนับแต่วิกฤตหนี้ยูโรโซน และต้นทุนชำระหนี้เพียงอย่างเดียวคาดว่าจะเพิ่มราว 1 หมื่นล้านยูโรในปี 2570 นายกรัฐมนตรี เซบาสเตียง เลอกอร์นู จึงเสนอแพ็กเกจปรับลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ 5.4 หมื่นล้านยูโร เพื่อลดการขาดดุลเหลือ 5% ในปี 2570 โดยระบุว่าหากไม่ทำอะไรเลยจะสูงถึง 6.5% แต่แม้ทำได้ครบ หนี้ต่อ GDP ก็ยังไม่หยุดเพิ่ม
ปัญหาที่ซ้อนอยู่คือความเปราะบางทางการเมือง งบประมาณปี 2569 ใช้เวลาในสภานานกว่า 200 วัน และเลอกอร์นูต้องใช้มาตรา 49.3 ถึงสามครั้งเพื่อผ่านโดยไม่ต้องลงมติ สภาที่แตกเป็นเสี่ยงและการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2570 ทำให้การรัดเข็มขัดทุกครั้งมีต้นทุนทางการเมืองสูง
2. สวัสดิการที่ตึงตัว
เมื่อไม่มีพื้นที่การคลัง สวัสดิการสังคมจึงเป็นเป้าแรกของการปรับ แผนปี 2570 มุ่งปรับระบบประกันสังคม ทั้งการรักษาพยาบาล เงินบำนาญพื้นฐาน และเงินสงเคราะห์บุตร เพื่อลดการขาดดุลของระบบจาก 2.2 หมื่นล้านเหลือ 1.2–1.3 หมื่นล้านยูโร ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องซื้อเสถียรภาพทางการเมืองด้วยการระงับการปฏิรูปบำนาญไว้จนหลังการเลือกตั้ง ภาระจึงไม่ได้หายไป เพียงถูกเลื่อน ประชาชนจึงรู้สึกถูกบีบจากสองด้าน คือราคาสินค้าขึ้นแต่ค่าจ้างและบริการสาธารณะตามไม่ทัน ข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงาน CGT เรื่องค่าจ้าง บำนาญ ราคา และการปกป้องบริการสาธารณะจึงได้รับการตอบรับข้ามกลุ่ม ตั้งแต่นักเรียน เกษตรกร ไปจนถึงผู้เกษียณ
3. งบทหาร: ลำดับความสำคัญที่ถูกตั้งคำถาม
ในจังหวะเดียวกัน ประธานาธิบดีมาครงเร่งเพิ่มงบกลาโหมเป็น 64,000 ล้านยูโรในปี 2570 ซึ่งเป็นสองเท่าของปี 2560 และเร็วกว่าแผนเดิมที่กำหนดไว้ปี 2573 โดยมีเงินเพิ่ม 3,500 ล้านยูโรในปี 2569 และ 3,200 ล้านยูโรในปี 2570 เพื่อลงทุนในกระสุน โดรน ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ท่ามกลางเป้าหมายของนาโตที่ให้ใช้จ่ายด้านกลาโหม 5% ของ GDP ภายในปี 2578
ในมุมวิเคราะห์ของผู้เขียน การเพิ่มงบรายปีราว 3,000 ล้านยูโรมีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับรายจ่ายภาครัฐทั้งระบบ จึงไม่ควรกล่าวว่างบทหารเป็นสาเหตุหลักของการขาดดุล แต่ในทางการเมืองมันกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลัง เมื่อประชาชนเห็นรัฐ “หาเงินได้” เพื่ออาวุธขณะที่สวัสดิการถูกปรับ โดยฝ่ายขวาและขวาจัดสนับสนุนงบทหารที่สูงขึ้น ขณะที่ฝ่ายซ้ายกล่าวหารัฐบาลว่าเสียสละสวัสดิการเพื่องบทหาร
4. ยูเครน: ภาระที่ถูกผลักไปสู่ระดับสหภาพยุโรป
ภาระส่วนใหญ่ไม่ได้ปรากฏเป็นรายการในงบประมาณฝรั่งเศสโดยตรง แต่รวมอยู่ที่ระดับ EU เมื่อธันวาคม 2568 ผู้นำอียูอนุมัติเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย 9 หมื่นล้านยูโรสำหรับปี 2569–2570 โดยระดมจากตลาดทุนและค้ำประกันด้วยงบประมาณร่วมของสหภาพ หลังแผนใช้สินทรัพย์รัสเซียที่ถูกอายัดล้มลงเพราะข้อกังวลของเบลเยียม และยูเครนจะชำระคืนเมื่อรัสเซียจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามเท่านั้น ในเชิงการคลัง เงินกู้ร่วมที่ค้ำด้วยงบ EU ย่อมมีผลทางอ้อมต่อรัฐสมาชิกที่เป็นผู้สนับสนุนงบ รวมถึงฝรั่งเศส และความต้องการยังไม่ลดลง IMF ประเมินช่องว่างเงินทุนของยูเครนในสองปีสูงถึง 1.37 แสนล้านยูโร ขณะที่ยูเครนเสนองบกลาโหมปี 2570 ที่ 9.5 หมื่นล้านยูโร และต้องการความช่วยเหลือระหว่างประเทศเกิน 4.52 หมื่นล้านยูโรในปีหน้า
ข้อควรระวัง: ผู้เขียนยังไม่พบตัวเลขความช่วยเหลือทวิภาคีของฝรั่งเศสต่อยูเครนปี 2569 ที่เชื่อถือได้ ควรตรวจสอบกับแหล่งทางการหรือสถาบันอย่างคีล (Kiel Institute) ก่อน
5. ผลสะเทือนทั่วยุโรป
การประท้วงลามข้ามพรมแดนไปยังเบลเยียม อิตาลี โปรตุเกส สเปน และแอลเบเนีย โดยแต่ละประเทศมีชนวนต่างกัน เบลเยียมต้านการตัดงบประมาณและค่าเล่าเรียนที่สูงขึ้น ตำรวจใช้น้ำแรงดันสูงที่บรัสเซลส์และลีแยฌ อิตาลีประท้วงค่าจ้างต่ำ ค่าครองชีพ และงบทหาร มีการปะทะที่มิลานและโบโลญญา โปรตุเกสและสเปนเผชิญวิกฤตที่อยู่อาศัย ขณะที่แอลเบเนียเป็นขบวนการต้านรัฐบาลที่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เอดี รามา ลาออก ซึ่งเป็นวิกฤตการเมืองมากกว่าเรื่องค่าครองชีพล้วน นายกรัฐมนตรีโปรตุเกสปฏิเสธว่าความไม่มั่นคงเช่นนี้ไม่ควรถูกนำเข้ามาในสังคมของตน ส่วนศาสตราจารย์ Alberto Alemanno เตือนว่าอาจมีจุดร้อนใหม่ในเยอรมนี ออสเตรีย และกรีซ
ในเชิงโครงสร้าง ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปนกำลังเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งสำคัญ ขณะที่ฝ่ายขวาจัดได้คะแนนเพิ่มในเยอรมนี ความไม่พอใจทางเศรษฐกิจจึงอาจแปรเป็นแรงหนุนพรรคนอกกระแสหลัก และทำให้รัฐบาลที่ต้องรัดเข็มขัดมีพื้นที่การเมืองแคบลงไปอีก
6. บทวิเคราะห์: ทำไมสามเรื่องนี้จึงมาพบกันที่ถนน
สามแรงกดดันทำงานรวมกันเป็นสามเหลี่ยมที่แก้ยาก ประการแรก หนี้และดอกเบี้ยจำกัดพื้นที่การใช้จ่าย และนโยบายการคลังประการที่สอง ความมั่นคงยุโรปทำให้ตัดงบทหารและการสนับสนุนยูเครนได้ยากทางยุทธศาสตร์ ประการที่สาม สวัสดิการและค่าครองชีพเป็นสิ่งที่ประชาชนสัมผัสได้ทุกวัน เมื่อสองข้อแรกไม่ยืดหยุ่น ภาระการปรับตัวจึงตกที่ข้อสาม และมักมาในจังหวะใกล้เลือกตั้งซึ่งรัฐบาลมีอำนาจต่อรองน้อยที่สุด นักวิเคราะห์จาก HEC Paris มองว่าการประท้วงในหลายประเทศไม่ได้ประสานกัน แต่เกิดจากความคับข้องใจร่วม เรื่องการศึกษา ค่าครองชีพ และอนาคตของคนรุ่นใหม่
ผู้เล่นทางการเมืองตีความเหตุการณ์ต่างกัน มารีน เลอ แปน มองว่าข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงถูกฝ่ายซ้ายจัดแย่งชิง มาครงฝ่ายเป็นกลางชี้ไปที่องค์ประกอบกบฏซึ่งจะต้องรับผลที่ตามมา ส่วนฝ่ายซ้ายและสหภาพแรงงานเน้นต้นเหตุทางเศรษฐกิจ ตัวเลขการคลังสนับสนุนข้อสังเกตว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจเป็นแกนของข้อเรียกร้อง แต่ไม่ได้ตัดสินเรื่องความรับผิดชอบต่อความรุนแรง ซึ่งควรแยกพิจารณาจากข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมส่วนใหญ่
7. สิ่งที่ต้องจับตา
- ผลของการชุมนุมวันที่ 24 ตุลาคม และ 5 พฤศจิกายน รวมถึงการใช้มาตรการห้ามชุมนุม
- การผ่านงบประมาณปี 2570 หากไม่ผ่านอาจต้องพึ่งกฎหมายพิเศษ ซึ่งกระทรวงการคลังประเมินว่าเพิ่มการขาดดุลราวครึ่งเปอร์เซ็นต์ของ GDP
- ส่วนต่างพันธบัตรฝรั่งเศส–เยอรมนี ในฐานะมาตรวัดความเชื่อมั่นของตลาด
- จุดยืนของผู้สมัครประธานาธิบดีต่อการรัดเข็มขัด งบกลาโหม และการสนับสนุนยูเครน
โดยสรุป ฝรั่งเศสกำลังเผชิญคำถามที่ยุโรปทั้งทวีปจะต้องตอบเช่นกัน คือในยุคที่ความมั่นคงมีราคาแพงและหนี้สาธารณะอยู่ในระดับสูง ใครจะเป็นผู้แบกต้นทุนของการปรับตัว และรัฐจะรักษาความชอบธรรมในสายตาประชาชนได้อย่างไร
แหล่งข้อมูล: Reuters, AFP, AP, ING Think, Il Foglio, Skift, Interfax-Ukraine, CNN และแถลงของกระทรวงการคลังฝรั่งเศส ตัวเลขเป็น ณ 21 ต.ค. 2569 และอาจเปลี่ยนแปลงเมื่องบปี 2570 ผ่านกระบวนการสภา







