INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

นักศึกษาไทยมุสลิมในอินเดีย

นักศึกษาไทยมุสลิมในอินเดีย

จรัญ มะลูลีม

สถานทูตไทยในอินเดียภายใต้เอกอัครราชทูต ชุตินธร คงศักดิ์ อัครราชทูต ธีรภัทร มงคลนาวิน เลขาเอก กฤชณรงค์ เสรีสวัสดิ์ จากสถานทูตไทยในประเทศอินเดียได้จัดโปรแกรมแนะแนวนักศึกษาไทยมุสลิมในอินเดียที่มาจากทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะนักศึกษาจากสามจังหวัดภาคใต้ของไทย

ทั้งนี้หนึ่งในภารกิจของสถานทูตไทยในประเทศอินเดียที่มีความสำคัญคือการให้การดูแลคนไทยที่อยู่ในประเทศอินเดีย  ซึ่งรวมทั้งนักศึกษาไทยที่ศึกษาอยู่ในประเทศอินเดียทุกคน

เนื่องจากมีนักศึกษาไทยมุสลิมจำนวนมากมาศึกษาต่อในประเทศอินเดียอย่างต่อเนื่องยาวนานอยู่ในสองมหาวิทยาลัยของอินเดีย ได้แก่ 1. มหาวิทยาลัยดารุลอุลูม นัดวาตุล อุลามาอ์ (Darululum Nadwatul Ulama)  ซึ่งมีนักศึกษา 61 คน  และ 2. มหาวิทยาลัยมุสลิมแห่งเมืองอาลีการ์ (Aligarh Mulsim University)  หรืออ่านตามภาษาอุรดูว่าอลิฆัร 144 คน เป็นนักศึกษาชาวพุทธที่ได้รับทุนการศึกษา  จากรัฐบาลอินเดีย (ICCR) 1 คน ทางสถานทูตไทยจึงเห็นความสำคัญของการแนะแนวนักศึกษาจากทั้งสองมหาวิทยาลัย  ทั้งนี้เมื่อนักศึกษาจากทั้งสองมหาวิทยาลัยกลับประเทศไทยแล้วจะได้มีช่องทางในการทำงานในแขนงต่างๆ ที่นักศึกษาจะได้นำมาดำเนินชีวิตต่อไปในอนาคต

ผมเป็นผู้หนึ่งซึ่งสถานทูตที่มีนักศึกษามุสลิมเล่าเรียนอยู่ให้เกียรติเชิญไปเป็นวิทยากรเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและวางแผน สำหรับอนาคตข้างหน้าของนักศึกษามาแล้วหลายประเทศ  ไม่ว่าจะเป็นอียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย ปากีสถาน (ทั้งกรุงอิสลามาบัดและการาจี) กาตาร์ จอร์แดน รวมทั้งที่มีโอกาสไปพบนักศึกษาไทยในลิเบีย เยเมน ซูดาน  ตุรกี ซีเรีย อิรัก และอิหร่าน   ในวาระต่างๆ ของการเดินทางไปประชุมองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) และโอกาสอื่นๆ ที่มีโอกาสได้พบนักศึกษาไทยซึ่งศึกษาอยู่ในหลายประเทศ

ในการเดินทางไปพบปะนักศึกษาครั้งนี้ทางสถานทูตไทยได้จัดโปรแกรมที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาของนักศึกษาไทยมุสลิมและอนาคตของพวกเขาเป็นอย่างมากและจัดโปรแกรมพบปะนักศึกษาทั้งสองแห่งได้อย่างเป็นระบบ

ผมเลือกเส้นทางการบินจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสายการบินไทยสมายล์เที่ยวบินที่ WE333 มุ่งตรงสู่ท่าอากาศยานเชาดูรี จรัญ ซิงห์ (Chauduri Charan Singh) แห่งเมืองลัคเนาว์ อันเป็นเส้นทางการบินที่ผมมีโอกาสบินตรงจากกรุงเทพมายังเมืองแห่งวัฒนธรรมแห่งนี้เป็นครั้งแรก โดยในปัจจุบันมีชาวอินเดียเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยปีละนับล้านคน  และมีอยู่หลายรัฐของอินเดียที่เริ่มบินตรงสู่ประเทศไทย และจากประเทศไทยสู่อีกหลายรัฐของอินเดีย  รวมทั้งรัฐอุตตระประเทศอย่างเมืองลักเนาว์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐ

สำหรับเมืองลัคเนาว์ (Lucknow)  เมืองหลวงของรัฐอุตตระประเทศ (UP) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของอินเดียเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดของอินเดีย ลัคเนาว์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมเมืองแห่งจรรยา อนุสาวรีย์ และมีบทบาทในการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของอินเดีย  ลัคเนาว์ที่มีประชากร 4.6 ล้านคน  ว่าเป็นเมืองแห่งสวนอันสวยงาม เมืองแห่งบทกวี ดนตรี อาหารของลัคเนาว์เป็นอาหารที่เลื่อนชื่อในหมู่นักศึกษาที่มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เกี่ยวพันกับเอเชียใต้

นอกจากนี้เมืองลัคเนาว์ยังเป็นเมืองที่รู้จักกันดีในชื่อของ The City of Nawabs หรือเมืองของคหบดีมุสลิม (Nawabs) รู้จักกันดีในชื่อเมืองทองแห่งตะวันออก (Golden City of The East) เป็นชีราซแห่งอินเดีย (Sheraz-i-Hind) และเป็นคอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) ของอินเดีย

ลัคเนาว์เป็นนครหลวงขนาดใหญ่ที่มีเครื่องอำนวยคามสะดวกอยู่ในทุกมุมเมือง  โรงเรียนที่มีชื่อเสียง โรงพยาบาลหลายแห่งของรัฐบาลและเอกชน  สวนหย่อม พิพิธภัณฑ์ โรงงานและการให้การบริการด้านอุตสาหกรรม  ห้องทดลองด้านการวิจัย  โดยมีแม่น้ำกุมตี (River Gomti) ไหลผ่านใจกลางของเมือง ทำให้บ้านเรือนที่อยู่รายล้อมแม่น้ำมีชีวิตที่เชื่อมโยงกับอาชีพที่มาจากแม่น้ำหลากหลายอาชีพ

สนามบินนานาชาติ เชาดูรี จรัญ ซิงห์ แห่งเมืองลัคเนาว์เชื่อมต่อกับทุกเมืองของอินเดียและอีกหลายๆ เมืองของเอเชีย

เมืองลัคเนาว์อยู่ห่างจากกรุงนิวเดลี 500 กิโลเมตรและอยู่ห่างจากเมืองอัครา (Agra) อันเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์สถานรักบันลือโลก ทัชมาฮัล (Tuj Mahal) 300 กิโลเมตร

การเชื่อมโยงเมืองลัคเนาว์กับเมืองหลวงแห่งชาติเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว   โดยใช้เวลาเดินทางเพียง 50 นาทีหรือถ้าเดินทางโดยรถยนต์ก็จะใช้เวลาบนทางด่านที่ยาวที่สุดในโลกของอินเดีย 5 ชั่วโมง

นักศึกษาไทยมุสลิมที่มาศึกษาที่เมืองลัคเนาว์ส่วนใหญ่จะมุ่งศึกษาศาสตร์ในด้านศาสนา  ภาษาอาหรับ รวมทั้งวรรณกรรมอาหรับ และภาษาอุรดู เป็นด้านหลัก  แต่ก็มีภาษาอังกฤษให้เรียนรู้ด้วยเช่นกัน   โดยหลักสูตรการเรียนใช้เวลาศึกษา 5 ปี ปีที่ 1 เน้นการเรียนภาษา หลักภาษา ทั้งอาหรับ อุรดูและอังกฤษ ปีที่ 3-5 เน้นเนื้อหาจากตำรา

ดารุลอุลูม นัดวาตุล อุลามาอ์เป็นมหาวิทยาลัยที่ศึกษาเกี่ยวกับคัมภีร์ อัล-กุรอาน (Al-Quran) คำสอนของท่านศาสดามุฮัมมัดที่เรียกว่าหะดีษ (Tridition of the Prophet Muhammad) จริยศาสตร์ ศาสนบัญญัติ (figh) ฯลฯ ทั้งนี้เมื่อจบการศึกษาจากสถานศึกษาแห่งนี้แล้ว  นักศึกษาสามารถเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทในสาขาต่างๆ อย่างน้อยในมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อเสียงในอินเดียอย่าง Aligarh Muslim University     Jawaharlal Nehru และ Jamamilia Islamia เป็นต้น

ดารุลอุลูม นัดวาตุล อุลามาอ์เป็นแหล่งผลิตปัญญาชนของโลกมุสลิมมาแล้วหลายคนไม่ว่าจะเป็นเมาลานา อะบู หะซัน อะลี นัดวีย์ เมาลานา สุลัยมาน นัดวีย์และเมาลานา ซัลมาน นัดวีย์ เป็นอาทิ จะมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาอาหรับไม่ต่างไปจากนักศึกษาไทยที่ได้ไปศึกษาในประเทศอียิปต์  ซาอุดีอาระเบีย  จอร์แดน เยเมน  ซูดาน หรือประเทศมุสลิมอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ในยุคสมัยที่ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งรวมทางการแพทย์ (Medical Hub) นักศึกษาเหล่านี้ก็สามารถกลับมาใช้ภาษาอาหรับได้ในหลายช่องทาง   ทั้งเปิดบริษัทของตนเองเพื่อประสานงานระหว่างคนไข้จากโลกมุสลิมกับโรงพยาบาลต่างๆ ที่อยู่ในกรุงเทพฯ  หรือทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดภาษาระหว่างคนไข้กับหมอได้เช่นกันซึ่งปัจจุบันเฉพาะสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ประเทศเดียวก็มีคนไข้มารักษาในประเทศไทยถึง 1 แสนคนต่อปี

ทั้งนี้โลกมุสลิมโดยเฉพาะในตะวันออกกลางให้การยอมรับฝีมือของแพทย์ไทยเป็นอย่างดี  แม้ว่าจะมีประเทศในอาเซียนให้บริการทางการแพทย์แก่คนต่างชาติอย่างสิงคโปร์  แต่คนไข้จากโลกมุสลิมจะให้การยอมรับแพทย์ไทยในโรงพยาบาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบำรุงราษฏร์ สมิติเวท รามคำแหง กรุงเทพ พระรามเก้า ปิยเวช ฯลฯ มากกว่า

โดยภาพรวม ครอบครัวของนักศึกษาไทยมุสลิมที่ส่งบุตรหลานมาเรียนที่เมืองลัคเนาว์จะเป็นครอบครัวชั้นกลางในสังคมไทยที่มุ่งหวังความเจริญเติบโตทางวุฒิปัญญาผ่านจริยธรรมและคำสอนทางศาสนา  เพื่อการเติบโตเป็นคนดีของสังคม  แต่ทั้งนี้การศึกษาที่ดีย่อมมีองค์ประกอบของการทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยเช่นกัน    ผมจึงทำหน้าที่เป็นผู้แนะแนวจากประสบการณ์และการได้เห็นผู้ที่จบการศึกษาแล้วเข้าทำงานและศึกษาต่อ

รุ่นพี่ที่จบจากสถานศึกษาแห่งนี้มีทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัย (มหิดล) อิมาม (ผู้ทำหน้าที่นำละหมาด) ค่อฏีบ (ผู้ทำหน้าที่เทศนาหรือคุฏบะฮ์ในวันศุกร์)  ผู้ถ่ายทอดภาษาในโรงพยาบาล   เจ้าของอพาร์ทเม้นท์ในกรณีที่มีกิจการอยู่แล้ว  บางคนเป็นผู้สอนภาษาอาหรับ-ฮิบรูให้กับนักการทูต  ที่จะเดินทางไปทำหน้าที่ในประเทศอาหรับและประเทศในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ส่วนหนึ่งหลังจากจบการศึกษาแล้ว จะไปศึกษาในระดับปริญญาโทสาขาต่างๆ ในมหาวิทยาลัยมุสลิมแห่งอาลีการ์ ซึ่งมีหลากหลายสาขาทั้งทางโลกและทางธรรม

ผมเองในฐานะอาจารย์ที่เรียนจบปริญญาตรีรัฐศาสตร์ แต่ผมก็เลือกวิชาโทภูมิศาสตร์ อิสลามศึกษาและภาษาอาหรับ  ผมจึงอธิบายให้นักศึกษาเห็นความสำคัญของภาษา  ความหลากหลายของศาสตร์ต่างๆ รวมทั้งการศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรมที่จะทำให้ชีวิตมีดุลยภาพและมีทางเลือกของชีวิตได้มากกว่าการเรียนรู้ด้านหนึ่งด้านใดแต่เพียงด้านเดียว

แม้ว่าการแนะแนวจะเป็นไปในรูปแบบภาพกว้าง แต่หลังจากพบปะพูดคุยอย่างเป็นทางการแล้ว  ผมก็มีโอกาสได้คุยเป็นรายบุคคลกับนักศึกษาจำนวนหนึ่ง  และยกตัวอย่างการทำงานด้านต่างๆ ที่นักศึกษาจะกลับไปต่อยอดได้ให้พวกเขาฟัง เพื่อเป็นแนวทางการตัดสินใจในอนาคต  แม้ว่าจำนวนหนึ่งตั้งใจจะกลับไปสานต่อธุรกิจของบิดามารดาของพวกเขาก็ตาม

 

ภาพที่ 1 Darul ulumnadwatul ulama

ภาพที่ 2  ถ่ายร่วมกับนักศึกษาไทยในมหาวิทยาลัยดารุลอูลูม นัดว้าตุล อุลามาอ์ ณ โรงแรม Taj Mahal Luknow   India

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com