INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (24) โดย​ อดุลย์​ มานะจิตต์

ซีเรีย​-ปาเลสไตน์​ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณ​แห่งวันสิ้นโลก​ (24)

โดย​ อดุลย์​ มานะจิตต์

มาให้กับเขาและขอให้เขาอ่านมัน เขาจึงอ่านดุอาด้วยกับสัญลักษณ์ เขาจึงเห็นกระดูกกระจัดกระจาย คืนกลับมาสู่รูปร่างเดิมของพวกมัน จนกระทั่งส่วนต่างๆของร่างกายของพวกเขากลับคืนสู่สภาพเดิมและ พวกเขาจึงมีชีวิตขึ้นมา พวกเขาต่างพบปะกันและกัน ขอบคุณอัลลอฮ์ ทำการละหมาดและขอบคุณอัลลอฮ์แล้วขอบคุณอีก เมื่อเห็นดังนี้ ศาสดาจึงกล่าวว่า “ฉันขอยืนยันเป็นพยานว่า อัลลอฮ์ทรงเป็นเอกะ และผู้ทรงเดชานุภาพ”

ตามวจนะบทหนึ่ง ของอิมาม อัศ ศอดิก บรรดาผู้คนเหล่านั้น ที่ได้มีชีวิตกลับคืนมาตรงกับวันเนาว์รูซ (วันที่ 21 เดือนมีนาคม) อัลลอฮ์ ทรงบอกให้ศาสดาองค์นั้นพรมน้ำลงบนกระดูกของพวกเขา เขาจึงกระทำเช่นนั้น และผู้คนจึงมีชีวิตกลับคืนมาอีก ตามรายงาน ของศาสดามีผู้คนอยู่ราวๆ 30,000 คน นับแต่วันนั้นเป็นต้นมาในทุกๆ วันเนาว์รูซ ผู้คนแห่งอาซัมจะรดน้ำให้กันและกันแต่พวกเขาไม่รู้ถึง เหตุผลที่แท้จริง*

ตามรายงานฮะดีษ มีบุคคลผู้หนึ่งเป็นอเทวนิยมเข้ารับอิสลาม ด้วยการรับฟังการโต้แย้งของศาสดา ศาสดาเล่าเรื่องไว้ดังว่า “มีกลุ่ม ชนชาวอิสราเอลกลุ่มหนึ่ง ละออกจากเมืองของพวกเขาเพื่อรักษาชีวิต ของตนให้พ้นจากความตาย ด้วยกับพระบัญชาของอัลลอฮ์ พวกเขา ต่างถูกทำลายและตายสิ้น ร่างกายของพวกเขาสูญสลาย และกระดูก กระจัดกระจายไปทั่ว อัลลอฮ์ทรงส่ง ฮิซคิล มายังเมืองนี้ เขายกมือขึ้น เพื่อการขอดุอา และพวกเขาต่างมีชีวิตกลับคืนมาใหม่”

อิมาม อัรริฎอ เข้าพบอัลมะอ์มูนและร่วมกันโต้แย้งกับพวก คริสเตียนดังว่า “พวกท่านเชื่อว่าอีซาเป็นพระเจ้า เพราะเขาเคยทำคน ตายให้ฟื้นคืนชีพ ถึงแม้ ยูซูอะ ก็เคยทำคนตายให้ฟื้นคืนชีพ ดังนั้น

* ผู้คนต่างพากันพ่นน้ำใส่สีใส่กันและกันในวันเนาว์รูซ เช่นชาวฮินดู ประเพณีนี้มิได้ มีกล่าวไว้ในหนังสืออิสลามเล่มใด สิ่งนี้ถือเป็นสิ่งต้องห้าม อัลลอฮ์และบรรดาศาสน ทูตของพระองค์ไม่พึงประสงค์กับการทำแบบนี้ ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาต่อพวกเขา

​ ทำไมพวกท่านจึงไม่เชื่อว่าพวกเขาเป็นพระเจ้าเล่า ถึงแม้ศาสดา ฮิซคิล เอง ก็เคยทำให้ผู้คนจำนรวน 35,000 คนที่ตายไปแล้วนานถึง 60 ปี กลับพื้นคืนชีวิต ทำไมพวกท่านจึงไม่ถือเอาว่าเขาเป็นพระเจ้าเล่า จากนั้นท่านจึงกล่าวว่า “พวกท่านไม่รู้ดอกหรือว่าผู้คนเหล่านี้เป็น ชาวปาเลสไตน์ ซึ่งได้มีการกล่าวถึงไว้ในโตระฮ์ อันเป็นคัมภีร์ ศักดิ์สิทธิ์ของชาวปาเลสไตน์ มีชาวปาเลสไตน์จำนวนมากถูกฆ่า ดังนั้น อัลลอฮ์จึงส่งฮิซคิลมายังดินแดนปาเลสไตน์และจากการขอดุอา ของเขา ผู้คนทั้งหมดจึงกลับมีชีวิตขึ้นอีก” หลังจากนั้น อิมาม ริฎอได้เล่าเรื่องถึงเหตุการณ์ที่เกิดกาฬโรคแพร่ระบาด และผู้คนต่างละทิ้ง เมืองไป เพื่อให้พวกเขาปลอดภัย ท่านยังกล่าวด้วยว่า บรรดาผู้พำนัก อยู่ในเมืองนี้ ซึ่งบรรดาร่างของคนตายถูกเก็บไว้ เมื่อฮิซคิลผ่านมาทาง นี้จึงทำให้พวกเขามีชีวิตขึ้นมาอีก ตามพระบัญชาของอัลลอฮ์

มีวจนะบทหนึ่งจากอิมาม อัล บากิร กล่าวว่ากษัตริย์คาบัษ ตัดสินพระทัยที่จะส่งกองทัพเพื่อเข้าทำลายกรุงเยรูซาเล็ม ผู้คนจึงมา รวมตัวกันและไปพบกับฮิซคิล และวิงวอนท่านให้ช่วยเหลือปลด ปล่อยพวกเขาให้พ้นจากความยุ่งยากนี้ เขาจึงกล่าวว่า “ฉันจะวิงวอน ต่ออัลลอฮ์ให้ในตอนกลางคืน” เขาจึงวิงวอนต่ออัลลอฮ์และอัลลอฮ์ ทรงสัญญาที่จะรักษาผู้คนให้ปลอดพ้นจากกษัตริย์ผู้เป็นทรราชย์ องค์นี้ อัลลอฮ์ทรงส่งทวยเทพผู้ควบคุมลมเพื่อมาเอาชีวิตของกอง ทหารของกษัตริย์และพวกเขาจึงล้มตายในตอนรุ่งเช้า ฮิซคิลจึงบอก กับผู้คนของเขาว่า กองทหารได้เสียชีวิตลงหมดสิ้นแล้ว ผู้คนชาว ปาเลสไตน์จึงออกมาจากเมืองและเห็นพวกเขาล้มตายสิ้น ภายหลังจาก นั้นฮิซคิลจึงคิดคำนึงไปว่า ไม่มีอะไรแตกต่างกันระหว่างเขากับ สุลัยมาน เขาจึงรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ จึงล้มป่วย ลง จากนั้นเขาจึงวิงวอนต่ออัลลอฮ์ เพื่อให้การเยียวยาเขาให้พ้นจาก โรคที่ไม่อาจอดทนได้นี้ อัลลอฮ์ทรงมีบัญชาให้เขาไปอยู่ใกล้ๆกับ ต้นอินทผาลัมและนำเอาน้ำหวานของมันทาไปบนหน้าอกของเขาเมื่อเขาทามันลงไป เขาจึงหายจากอาการเจ็บป่วย

ตามรายงานอีกวจนะหนึ่งของอิมามยะอุฟัร อัศ ศอดิก กล่าวว่า อัลลอฮ์ทรงลงวิวรณ์มายังศาสดาเพื่อแจ้งให้กษัตริย์ทราบว่า เขาจะสิ้นพระชนม์ในวันนั้นวันนี้ ฮิซคิลจึงบอกกับกษัตริย์ให้ทรงทราบ เมื่อกษัตริย์ทรงได้ยิน พระองค์จึงลงมาจากบัลลังก์ร่ำไห้และวิงวอน ต่อพระองค์เพื่อให้ต่ออายุของพระองค์ยืนนานไปจนถึงราชบุตร ของพระองค์ จะขึ้นครองราชย์สืบต่อไป อัลลอฮ์ทรงได้ยินการวิงวอน ของเขาจึงให้ศาสดาบอกกับกษัตริย์ว่า อัลลอฮ์ทรงยึดชีวิตของเขา ออกไปอีกสิบห้าปี ศาสดาจึงกล่าวว่า “โอ้อัลลอฮ์ ผู้คนต่างเชื่อถือข้าฯ พวกเขาไม่เคยได้ยินเรื่องมดเท็จแม้สักครั้งหนึ่งจากข้าฯเลย เมื่อข้าฯได้แจ้งให้กับกษัตริย์ทรงทราบถึงเรื่องนี้ ผู้คนอาจคิดได้ว่า ข้าฯเป็นคนเท็จ” อัลลอฮ์ตรัสว่า “เจ้าเป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริงของข้า เจ้าจะต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามข้า จงทำไปตามที่ข้าบอก และทำ หน้าที่เผยแผ่ต่อพวกเขาต่อไปเถิด”

 

3.6 ศาสดา อิสมาอีล อิบนิ ฮิซคิล

อัลลอฮ์ทรงสรรเสริญถึงการ ประทานอิสมาอีล ด้วยกับ ตำแหน่ง “ผู้รักษาสัญญา” อัลลอฮ์ตรัสว่า

และได้กล่าวถึงอิสมาอีลไว้ในคัมภีร์ โดยแน่นอนยิ่งเขาเป็น ผู้ชื่อสัตย์ในคำสัญญา (ของเขา)และเขาเป็นศาสนทูตองค์หนึ่ง และเขามีความชื่นบานกับการละหมาดและบริจาคทานของครอบ ครัวของเขา และเป็นหนึ่งในบรรดาที่พระผู้อภิบาลของเขา ทรงพึงพอพระทัยกับเขา(19:54-55)

อิมาม อัรริฎอ ได้กล่าวไว้ว่า อัลลอฮ์ทรงเรียกเขาว่า “ผู้รักษา สัญญา” เพราะมีชายคนหนึ่งขอให้เขาไปพบในที่แห่งหนึ่ง เขารักษา สัญญาของเขาและรอคอยอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มแต่ชายคนนั้นก็

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com