“วินสตัน เชอร์ชิลที่รักของเรา”

“วินสตัน เชอร์ชิลที่รักของเรา”
“วินสตัน เชอร์ชิลที่รักของเรา” เป็นคำพูดอ้างอิงโดยตรงจากสมุดบันทึก
ของแอนน์ แฟรงค์ ปรากฏอยู่ภายในบันทึก เมื่อ ค.ศ 1944 ตรงที่เธอได้
ยกย่องคำปราศัย โดยนายกรัฐมนตรีอังกฤษ วินสตัน เชอร์ชิล ว่าเป็นตัว
อย่างที่ส่งแสงแห่งความหวัง และสัญลักษณ์ต่อสู้นาซี ที่ผ่านทางการออก
อากาศวิทยุบีบีซี คำปราศัยของเขาได้ให้แรงบันดาลใจ และเสียงที่มีพลังของการต่อต้านเพื่อบุคคลที่หลบซ่อนระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง และ
แอนน์ ได้ใช้ถ้อยคำ “ของเรา”ที่จะเเสดงความรู้สึกของความชื่นชมร่ามกัน และความหวังร่วมต่อวินสตันเชอร์ชิล ท่ามกลางบุคคลภายในห้องลับ และต่อบุคคลที่ทุกข์ทรมานภายใต้การยึดครองของนาซี
ด้วยการใช้ “ของเรา”แอนน์ ไม่ได้อ้างความเป็นเจ้าของส่วนบุคคล แต่ได้เเสดงความรู้สึกร่วมของชาวยิวและบุคคลอื่นที่ถูกกดขี่ทุกคน มองหาผู้นำพันธมิตรเพื่อการปลดปล่อย เขาเป็นผู้้นำ “ของพวกเขา” ภายในการต่อสู้เพื่อความสงบและเสรีภาพ แอนน์ แฟรงค์ และบุคคลอื่น ถูกประทับใจด้วยความเป็นผู้นำและ “ความกล้าหาญ” ของเขา แม้แต่ได้แสดงการชื่นชมเมื่อพวกเขาได้ยินว่าเขาต้องการที่จะขึ้นบกกับกองทหารดี-เดย์ เเม้ว่าเขาอายุมากแล้ว เชาไม่ได้เป็นเพียงแค่นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แต่เป็นผู้นำตัวแทนความมุ่งหมายร่วมและเสรีภาพในอนาคต
การใช้ถ้อยคำ “ที่รัก” ได้มุ่งเน้นต่อไปของการเชื่อมโยงส่วนบุคคล และความรู้สึกที่ลึกซึ้ง เมื่อถ้อยคำและการกระทำของเขากระทบโดยตรงชีวิตประจำวันของพวกเขา ให้ความหวังพวกเขาว่า ความโหดร้ายนี้จะผ่านพ้นไป และความสงบจะกลับมา การใช้ที่รัก แสดงความชื่นชมและความชอบที่จริงใจของเธอต่อเขาเป็นผู้นำที่ให้เธอและบุคคลอื่นนับไม่ถ้วนความเข้มแข็ง “ทำงานและความหวัง” ระหว่างช่วงเวลาที่มืดสนิทของประวัติศาสตร์
แอนน์ แฟรงค์ ได้เขียนภายในสมุดบันทึกของเธอว่า “ฉันต้องกล่าวถึงข้อยกเว้นที่โดดเด่นอย่างเดียว –
ในขณะที่พวกเขามีชีวิตอยู่ภายในโลกที่แตกต่างกันภายในอายุ ตำแหน่ง และสถานการณ์ระหว่างสงคราม แอนน์ แฟรงค์ และวินสตัน เชอร์ชิล ถูก
เชื่อมโยงกันด้วยความคิดร่วมของความหวัง ความกล้าหาญ และความเชื่อ
ภายในเสรีภาพและความเป็นมนุษย์ การเชื่อมโยงของพวกเขาถูกผ่านทางอุดมคติร่วมกันต่อสู้การกดขี่และเเสวงหาอนาคตที่ดีขึ้นตามที่ได้ถูกบันทึกภายในสมุดบันทึกของแอนน์ แฟรงค์ ที่ได้กลายเป็นพยานหลักฐานต่อจิตวิญญานมนุษย์ระหว่างโฮโลคอสท์ และความเป็นผู้นำของเชอร์ชิลที่ระดมโลกเสรี แอนน์ได้กล่าวถึงผลกระทบของถ้อยคำของเชอร์ชิลว่า”ฉันต้อง
กลาวถีอข้อยกเว้นที่สองแสงอย่างหนึ่ง – คำปราศัยโดยวินสตัน เชอร์ชิล
ที่รักของเราสมบูรณ์แบบทีเดียว”
คำปราศัยโดยวินสตัน เชอร์ชิลที่รักของเราสมบูรณ์แบบทีเดียวต่อความเบื่อหน่ายและความโดดเดี่ยวของชีวิตภายในห้องลับแอนน์ได้เขียนว่าชีวิตภายในการหลบซ่อนได้กลายเป็นความน่าเบื่อมากและนั่นกลายเป็นเป็ดแก่น่าเบื่อ เธอได้อ้างอิงคำปราศัยที่สมบูรณ์แบบทีเดียวของเชอร์ชิล เป็นการกระตุ้นทางสติปัญญาที่ได้ทำลายความน่าเบื่อของการมีชีวิตอยู่ประจำวันของเธอ เชอร์ชิล ได้ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ความน่าเชื่อถือ และความมุ่งมั่น แอนน์ ดึงความเข้มแข็งจากความเป็นผู้นำของเขามองเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่นักการเมือง แต่จะเป็นวีรบุรุษส่วนบุคคลของเธอ
แอนน์ แฟรงค์ได้อ้างถึงการไร้ความกลัวของวินสตันเชอร์ชิล โดยเฉพาะความต้องการของเขามีส่วนร่วมส่วนบุคคลภายในการบุกนอร์มังดี ดี-เดย์ มองเขาว่าเป็นผู้นำที่กล้าหาญอย่างแท้จริง เชอร์ชิล ไม่ได้เป็นเพียงแค่นัก
การเมือง แต่เป็นตัวตนที่มีชีวิตของการต่อสู้เพื่อเสรีภาพให้การดำรงชีวิต
ทางความรู้สึกและจิตใจที่สำคัญต่อบุคคลที่ต้องเผชิญกับการกดขี่อย่าง
คิดไม่ถึง
หนังสือที่ยิ่งใหญที่สุดของศตรรษที่ยี่สิบ “The Diary of a Young Girl” โดย แอนน์ แฟรงค์ ประวัติชีวิตโดยย่อ โศกนาฏกรรมของแอนน์ แฟรงค์
ที่มีชื่อเสียง เธอเกิดเมื่อ 13 พฤษภาคม ค.ศ 1929 แฟรงค์เฟิรต เยอรมัน เมืองด้วยประวัติที่ยาวนานและสวยงามของวัฒนธรรมยิวภายหลังที่นาซีเข้ามาสู่อำนาจเมื่อ ค.ศ 1933 ครอบครัวของเธออพยพไปสู่เนเธอเเลนด์ และตั้งรกรากอยู่ภายในแอมสเตอร์แดม แอนน์ แฟรงค์ ชื่นชอบประเทศบุตรบุญธรรม เเต่ตามมาด้วยการบุกเนเธอร์แลนด์ของเยอรมันเมื่อ ค.ศ 1940 วันที่วินสตัน เชอร์ชิล กลายเป็นนายกรํฐมนตรี
ไม่มีหลักฐานใดเลยที่ปรากฏว่าวินสตัน เชอร์ชิล ได้เคยอ่านสมุดบันทึกการแปลภาษาอังกฤษของเเอนน์ แฟรงค์ เมื่อสมุดบันทึกได้ถูกพิมพ์ภายใน ค.ศ 1952 ตอนที่เขาได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครังหนึ่ง ถ้าเขาได้เคยอ่าน
สมุดบันทึกของเธอ เขาจะไม่สงสัยเลยที่ได้เรียนรู้ผู้ชื่นชมยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของเขา ระหว่างสงครามคือ แอนน์ แฟรงค์ เธอได้มีการอ้างอิงหลายครั้งภายในสมุดบันทึกของเธอต่อเชอร์ชิล ด้วยกิจกรรมและการปราศัยที่เธอได้เดินตามอย่างรอบคอบผ่านทางวิทยุอย่างเช่นการไปเยี่ยมของเขาที่จะปลดปล่อยหมู่บ้านฝรั่งเศส ด้วยความสนใจอย่างมาก และการชื่นชมความกล้าหาญของเขาปัจจุบันนี้ทั้งการเขียนของเชอร์ชิลและสมุดบันทึกของแอนน์แฟรงค์ ถูกยอมรับโดยยูเนสโกเป็นเอกสารทาประวัติศาสตร์ที่
มีความสำคัญทั่วโลก
“วินสตัน เชอร์ชิลที่รักของเรา” เป็นถ้อยคำที่แอนน์ แฟรงค์ ใช้ภายในสมุด
บันทึกของเธอ อธิบายความหวังและความชื่นชมต่อนายกรัฐมนตรีอังกฤษ
ที่แสดงสัญลักษณ์การต่อต้านและเสรีภาพ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง
ด้วยผู้อยู่อาศัยของห้องลับ ฟังการออกอากาศทางวิทยุบันดาลใจของเขา
เป็นแหล่งที่มาของความเข้มแข็งในขณะที่หลบซ่อนอยู่ โดยเฉพาะระหว่าง

ดี-เดย์ การกล่าวถึงเขาของเธอได้สะท้อนความหวังร่วมของผู้ที่ติดอยู่ภาย
ใต้การยึดครองของนาซี มองเชอร์ชิลเป็นดวงประทีบต่อสู้ทรราชย์ เธอได้
อ้างอิงโดยเฉพาะการชื่นชมของเธอ เมื่อเธอได้ยินผ่านทางบีบีซีที่เชอร์ชิล
ต้องการขึ้นบกกับกองทหารบนดี-เดย์ แต่เขาได้ถูกห้ามปรามโดยนายพลไอเซนฮาวและกษัตริย์จอร์จที่ห้า
แอนน์ แฟรงค์ ได้เขียนว่า เพียงแค่คิดถึงมัน เขาช่างกล้าหาญเหลือเกินสำหรับคนแก่เช่นนั้น เขาต้องอายุเจ็ดสิบปีอย่างน้อยที่สุด เธอและบุคคลอื่นภายในการหลบซ่อนได้ฟังคำปราศัยของเชอร์ชิลค้นหาการให้กำลังใจภายในถ้้อยคำและความเป็นผู้นำของเขาระหว่างวันที่มิดสนิทของสงคราม เชอร์ชิล ได้แสดงการต่อต้านต่อสู้ฮิตเล่อร์ และการออกอากาศของเขาได้ให้การเชื่อมโยงที่สำคัญต่อโลกภายนอกและความเป็นไปได้ของการปลดปล่อย แอนน์ ได้บันทึกข่าวของการบุกนอร์มังดี – ดี-เดย์ ด้วยความตื่นเต้น
ภายในกระตุ้นโดยเจอร์ริต โบล์คสไตน์รัฐมนตรีการศึกษาชาวดัทซ์พลัดถิ่นเกี่ยวกับความสำคัญของการรักษาสมุดบันทึกภายหลังสงครามและถูก
บันดาลใจโดยวาทะศิลปของวินสตัน เชอร์ชิล แอนน์ แฟรงค์ ได้ตัดสินใจเขียนใหม่สมุดบันทึกของเขาไปสู่หนังสือที่เป็นทางการชื่อ The Secret Annex – Het Achterhuis – ด้วยการมองผ่านทางเลนส์ความเป็นผู้นำการต่อสู้ของเชอร์ชิล แอนน์ ได้แสดงความภูมิใจอย่างลึกซึ้ง และเเม้แต่อิจฉาเกี่ยวกับความต้องการของเชอร์ชิลที่จะมีส่วนร่วมภายในการยกพลขึ้นบกดี-เดย์
เธอได้มองเขาเป็นผู้นำ “ไร้ความกลัว” คุณลักษณะที่เธอได้เเสวงหาที่จะ
เลียนแบบภายในกรอบความคิด ” ทำงานและความหวัง” ของเธอเอง ด้วย
การใช้การแสดงความเป็นเจ้าของ “ของเรา” แอนน์ได้ตัวเธอเองและชุมชน
ชาวยิวกับความมุ่งหมายของพันธมิตร วางตำแหน่งเชอร์ชิลเป็นผูู้คุ้มครองส่วนบุคคล และวีรบุรุษร่วมต่อบุคคลที่ติดกับดักภายในดินแดนที่ยึดครอง
ของฮิตเฮอร์ การเขียนของแอนน์ แฟรงค์ ได้ชี้ว่าเธอดึงความเข้มแข็วจาก
ความเป็นผู้นำของเชอร์ชิล ที่มองเขาเป็นสัญลักษณ์ของการไร้ความกลัวและความหวัง สมุดบันทึกของเธอได้เปิดเผยความกล้าหาญ และการมอง
โลกในเเง่ดีภายในที่ลึกซึ้ง แม้ว่าอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่น่ากลัว เธอได้
เขียนว่า “จิตสำนึกที่สงบทำให้คนเราเข้มเเข็ง และเชื่อว่าไม่มีใครได้เคย
กลายเป็นยากจนด้วยการให้”
คำขวัญที่ครอบครัวของแอนน์ แฟรงค์และผู้อยู่อาศัยคนอื่นของห้องลับมีชีวิตอยู่คือ “ทำงานและความหว้ง” การแปลมาจากภาษาลาติน “Fac et spera” คำขวัญนี้ได้ถูกใช้เป็นหลักการนำทางระหว่าง 761 วันภายในการหลบซ่อนของพวกเขา ณ แอมสเตอร์แดม ที่ได้เตือนใจพวกเขาที่จะยังคงกระตือรือร้น และรักษาความเชื่อของพวกเขาต่ออนาตตที่ดีขึ้น แม้ว่าอยู่ภายใต้ความเป็นจริงที่น่ากลัว คำพูดอ้างอิงที่มีชื่อเสียงมากของเเอนน์คือ
“ถึงแม้ว่าจะมีอะไรก็ตาม ฉันยังคงเชื่อว่าบุคคลมีจิตใจที่ดี”
แอนน์ แฟรงคได้พบการปลอบใจและความเข้มเเข็งโดยการมุ่งที่ความสวยงามภายในธรรมชาติและรอบตัวเธอ ช่วยเหลือเธอรับมือกับความสิ้นหวัง ภายในสมุดบันทึกของเธอ เธอได้เขียนว่า “ตราบใดที่ยังมีความหวังอยู่ ตราบนั้นยังมีชีวิตอยู่ มันเติมเราด้วยความสดชื่น ความกล้าหาญ และทำให้เราเข้มแข็งอีกครั้งหนึ่ง” เธอเชื่อว่าการได้ความสุขหมายถึงทำสิ่งที่
ดีและทำงาน ไม่ใช่คาดเดาและเกียจคร้าน
ถ้อยคำและความเป็นผู้นำที่มีพลังของวินสตัน เชอร์ชิลสะท้อนกับแอนน์
ที่ตัวเธอเองได้ฝันถึงของการกลายเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง มองคำปราศัยของเขา เป็นโมเดลของการสื่อสารที่มีผลกระทบ ความฝันตลอดชีวิตของ
แอนน์ คือ กลายเป็นนักเขียน หรือนักข่าวที่มีชื่อเสียง เธอได้แสวงหาโดย
การเขียนใหม่สมุดบันทึกชองเธอ ด้วยการพิมพ์อยู่ภายในจิตใจ หวังที่จะ
ร่วมประสบการณ์ของเธอ และนำความสนุกสนานไปสู่บุคคลอื่น ความฝ้น
ไม่สมหวังอย่างเศร้าสลดแต่ได้บรรลุหลังความตายในที่สุดเมื่อสมุดบันทึก
ของเธอได้กลายเป็นหนังสือที่มีชื่อเสียงของโลกภายหลังการเสียชีวิตของ
เธอ
หนังสือที่ถูกอ่านอย่างกว้างขวางและเเปลมากที่สุดของโลก การทำให้แอนน์กลายเป็นสัญลักษณ์ไอคอนของโฮโลคอสท์ ขอบคุณต่อเรื่องราวที่
เจ็บปวดของความหวังและความเป็นมนุษย์ ที่พิมพ์โดยพ่อของเธอ ออตโต
แฟรงค์ ภายหลังสงคราม การเขียนเป็นความสบายใจของเธอ ที่ทำให้เธอประมวลความรู้สึกของเธอเเละบันทึกอุดมคติของเธอ ดังที่เธอได้กล่าวว่า “เมื่อฉันเขียนฉันสามารถจะสลัดความกังวลทั้งหมดทิ้งไป ความเศร้าโศรกของฉันได้หายไป จิตวิญญานของฉันได้ฟื้นคืนมา” เธอได้ถูกบันดาลใจที่จะเขียนโดยการออกอากาศทางวิทยุ ได้กระตุ้นประชาชนที่จะรักษาสมุดบันทึก เพื่อการพิมพ์ในอนาคต

ภายในสมุดบันทึกของเธอ แอนน์ ได้บันทึกการฟังการออกอากาศของวินสตัน เชอร์ชิล ที่ได้ให้เธอและบุคคลอื่นภายในการหลบซ่อนด้วยความหวังระหว่างการยึดครองเนเธอร์แลนด์ของนาซี แอนน์เป็น “ผู้ชื่นชมที่ยิ่งใหญ่” ของเชอร์ชิล และติตามกิจกรรมของเขาอย่างใกล้ชิดผ่านทางวิทยุ เธอได้กล่าวถึงคำปราศัยของเขาหลายครั้ อ้างว่าเสียงและข่าวของเขาจากบีบีซี เพิ่มขวัญกำลังใจภายในห้องลับอย่างไร
คำปราศัย “จุดจบของการเริ่มต้น” ตามมาจากชัยชนะ ณ เอล อลาเมน และการเปิดตัว ปฏิบัติการคบเพลิง เมื่อ ค.ศ 1942 เชอร์ชิล ให้คำปราศัย
ที่มีชื่อเสียงของเขาว่า “ในขณะนี้ นี่ไม่ได้เป็นจุดจบ มันไม่ได้เป็น แม้แต่
การเริ่มต้นของจุดจบ แต่มันบางทีเป็นจุดจบของการเริ่มต้น” แอนน์ ได้
เขียนเกี่ยวกับ “ข่าวดี” ของความสำเร็จของอังกฤษภายในแอฟริกาเหนือ อ้างว่าจิตวิญญานของบุคคลภายในการหลบซ่อนได้ถูกยกขึ้นอย่างมาก
เชอร์ชิล ได้ให้คำปราศัยบ่งบอกชัยชนะสงครามของพันธมิตรที่สำคัญ
ครั้งแรกยุทธการเอล อลาเมนครั้งที่สองตรงที่กองกำลังของนายพลมอนโกเมอร์รี่ ได้ชัยชนะเด็ดขาดกองกำลังของรอมเมลภายในอียิปจ์ ชัยชนะ
ครั้งนี้ได้เกิดขึ้นพร้อมกันกับการปฏิบัติการคบเพลิง การยกพลขึ้นบกของพันธมิตรภายในอัฟริกาเหนือของฝรั่งเศสเริ่มต้นเมื่อค.ศ 1942 เปิดแนวรบที่สองต่อสู้ฝ่าบอักษะภายในอาฟริกาเหนือ คำปราศัยได้มุ่งหมายที่จะลดทอนความยินดีของประชาชนลง ด้วยการมุ่งเน้นว่าการต่อสู่ที่ยาวนานยังคงอยู่ แต่กระเเสของสงครามได้พลิกกลับแล้ว มันได้ส่งสัญญาณว่า ช่วงเวลาการขยายตัวของฝ่ายอักษะ และความพ่ายแพ้ขอพันธมิตรได้จบลงแล้ว และเส้นทางไปสู่ชัยชนะในที่สุดได้เริ่มต้นแล้ว
วินสตัน เชอร์ชิล ได้ถูกมองเป็นผู้นำยามสงครามยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งเขาเป็นชายที่ถูกยกย่องกับการหยุดการเดินหน้าของนาซีภายในยุโรปอาวุธเข้มแข็งที่สุดของวินสตัน เชอร์ชิลคือ คำพูดของเขา เขาให้การปราศัยที่ยอดเยี่ยม เเม้แต่นาซีได้ประทับใจโดยคารมคมคายของเขาด้วยเกือบจะไม่มีความหวังเหลืออยู่ ประเทศหันไปสู่วินสตัน เชอร์ชิลชายคนหนึ่งที่ได้
พูดความจริงมาหลายปี คำปราศัยครั้งเเรกของเชอร์ชิลต่อชาวอังกฤษในฐานะนายกรัฐมนตรีแสดงแผนของเขาอย่างขวานผ่าซาก “ผมไม่มีอะไรที่จะนำเสนอ เพียงแค่เลือด เหนื่อยยาก น้ำตา และเหงื่อ” เขาได้ตามมาด้วยคำปราศัยอีกอย่างหนึ่งต่อมาภายหลังไม่นาน “….. เราจะต่อสู้บนทะเลและมหาสมุทร เราจะไม่เคยยอมแพ้……..วินสตัน เชอร์ชิล ได้ใช้ภาษาปลุกเร้าจิตวิญญานการต่อสู้ ที่เขาเชื่อว่ายังคงมีชีวิตอยู่ภายในชาวอังกฤษ และบรรทัดที่สรุปจิตวิญญานของเขานำชาวอังกฤษไปสู่ชัยชนะ : อย่า อย่า อย่ายอมแพ้

วินสตัน เชอร์ชิล เชื่อภายในชัยชนะเขาได้ให้คำปราศัยที่สำคัญสามครั้ง
เเก่สภาเมื่อ ค.ศ 1940 คำปราศัย แต่ละครั้งถูกใช้บอกกล่าวแก่สาธารณะเหตุการณ์ทางทหารที่เลวร้าย ระดมจิตวิญญานแห่งชาติ และเตรียมพร้อม
ชาวอังกฤษต่อการบุกของนาซี วาทศิลปของเขา อย่างเช่น บทสรุปที่มีชื่อเสียงภายในการปราศัย “ชั่วโมงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แก่สภาอังกฤษ และต่อมาจะถูกออกอากาศแก่ช่าวอังกฤษระหว่างช่วงเวลาที่สำคัญของสงครามโลกครั้งที่สอง เพียงแค่ภายหลังจากการพ่ายแพ้ของฝรั่งเศส และก่อนการเริ่มต้นยุทธการอังกฤษ มันเป็นหนึ่งของคำปราศัยที่สำคัญสามครั้งให้ระหว่างช่างเวลานี้
*เลือด เหนื่อยยาก น้ำตา และหยาดเหงื่อ
คำปราศัยได้ถูกให้ไม่นานภายหลังที่เชอร์ชิล กลายเป็นนายกรัฐมนตรี
คำปราศัยครั้งแรกนี้ได้สร้างบรรยากาศที่น่ากลัวแต่จะมุ่งมั่นเพื่อความเป็น
ผู้นำของเขา เขาได้เตือนสภา และประเทศของบททดสอบที่แสนสาหัสรอ
อยู่ข้างหน้า ที่ได้นำเสนอความผูกพันที่เด็ดขาดของเขาเองเท่านั้น “เลือด เหนื่อยยาก น้ำตา และหยาดเหงื่อ” เขาได้เสนอไม่มีคำสัญญาที่ง่ายแต่จะ
แสดงการเสียสละและความลำบากอย่างมากที่ชาติจะต้องเผชิญเป้าหมาย
ของการรวมประเทศเเละรัฐบาลเป็นหนึ่งเดียว ที่ระบุนโยบายของอังกฤษ
เป็นต่อสู้สงคราม ด้วยวิถีทางทุกอย่างต่อต้านทรราชนาซี และด้วยความ
มุ่งหมายเดียวเป็น ชัยชนะทุกวิถีทาง ยืนยันว่า ถ้าไม่มีชัยชนะจะไม่มีใครอยู่รอดชีวิตเลยเพื่อจักวรรดิ์อังกฤษ
*เราจะต่อสู้บนชายหาด
ตามมาจากการอพยพที่อัศจรรย์ของกองทหารพันธมิตรจากดังเคิรก เชอร์ชิลใช้คำปราศัยนี้ลดทอนความโล่งใจทางสาธารณะต่อการอพยพ
ของดังเคิรก เขาได้เตือนอย่ามองมันเป็นชัยชนะ เขาได้กล่าวเตือนอย่าง
มีชื่อเสียงว่า “สงครามไม่ได้ชนะด้วยการอพยพ” และตระเตรียมประเทศ
เพื่อถนนที่ยากลำบากข้างหน้า และเน้นย้ำอันตรายเกี่ยวกับการบุกของเยอรมันทันที คำปราศัยเป็นการสาบานที่มีพลังของการต่อต้านแห่งชาติ ในขณะที่ได้รับรู้ความหายนะทางทหารที่ยิ่งใหญ่ภายในฝรั่งเศส เขาได้สาบานอย่างมีชื่อเสียงว่า อังกฤษจะไมเคยยอมแพ้ เขาได้ปฏิญานที่จะป้องกันเกาะทุกวิถีทาง ต่อสู้ศัตรูจากทุกแนวรบ บนชายหาด บนพื้นดิน ภายในทุ่งกว้างและภายในถนน และภายในภูเขา เชอร์ชิล ส่งสัญญาน
ว่าทุกนิ้วของพื้นที่อังกฤษจะถูกป้องกันไม่ว่าโดยวิถีทางใดก็ตามที่จำเป็น อังกฤษจะไม่เคยแสวงหาความสงบที่เจรจาต่อรองกับนาซีเยอรมันทั้งที่มีความหายนะทางทหารที่ใหญ่หลวงของยุทธการฝรั่งเศส และการอพยพจากดังเคริก
*นี่เป็นชั่วโมงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขา
คำปราศัยได้ถูกให้เมื่อฝรั่งเศสใกล้จะมาถึงการยอมแพ้ คำปราศัยนี้ได้ตระเตรียมอังกฤษที่จะเผชิญกับนาซีเยอรมันโดยลำพัง เขอร์ชิลยืนยันว่า ในขณะที่ยุทธการฝรั่งเศสสิ้นสุดลง ยุทธการอังกฤษกำลังจะเริ่มต้น เขาได้ตระเตรียมประเทศต่อการทิ้งระเบิดทางอากาศที่ใกลเข้ามา – ยุทธการอังกฤษ – เขาเชื่อว่าจะตัดสินผลลัพธ์ของสงครามและได้ทบทวนกองกำลังที่มีอยู่ของอังกฤษ ที่มุ่งเน้นความสำคัญอย่างมากของรอแยล แอร์ ฟอร์ซ เขาได้กล่าวว่าอารยธรรมคริสเตียน ขึ้นอยู่กับการต่อต้านของอังกฤษและ สรุปว่าถ้าพวกเขาบรรลุความสำเร็จ รุ่นในอนาคตจะมองกลับมาและกล่าวว่า “นี่เป็นชั่วโมงยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขา” ถ้าพวกเขาล้มเหลว โลกจะจมลงไปสู่ยุคมืดใหม่ เขาได้กระตุ้นบุคคลที่จะเตรียมรับมือตัวพวกเขาเองเพื่อหน้าที่ของพวกเขา ดังนั้นต่อให้จักวรรดิ์ยั่งยืนเป็นพันปี มันจะถูกจดจำเป็นชั่วโมงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขา

สมุดบันทึกของแอนน์ เเฟรงค์ได้ถูกรักษาไว้โดยผู้ช่วยเหลือคนหนึ่ง คือ
มิป กีส์ พ่อของเธอ ออตโต เเฟรงค์ เป็นบุคคลเดียวของครอบครัวที่รอดชีวิต ได้กลับมาแอมสเตอร์แดมตอนสิ้นสุดสงคราม เขาได้รับสมุดบันทึก
ของลูกสาวของเขาจาก มิป กีส์ ณ วันที่เขาได้ยินว่าแอนน์ และมาร์กอต
เสียชีวิตภายในเเบร์เกน-เบนเซน เขาได้เริ่มต้นอ่านสมุดบันทึกของแอนน์
แฟรงค์ และพิมพ์ใช้ชื่อว่า “The Diary of a Young Girl” อ้างถึงโดยทั่วไปเป็น The Diary of Anne Frank กลายเป็นเรื่องราวของโฮโลคอสท์อ่านกันอย่างกว้างขวางมากที่สุดของโลก ทำให้ความฝันของแอนน์ของการกลายเป็นนักเขียนเป็นความจริง
นับตั้งแต่การพิมพ์ของมัน สมุดบันทึกของแอนน์ แฟรงค์ ขายได้หลายล้านเล่มทั่วโลก และได้ถูกแปลเป็นภาษาต่างประเทศมากกว่า 70 ภาษามันยังคงเป็นเรื่องราวที่สำคัญของการปฏิบัติที่ชาวยิวทุกข์ทรมานภายในมือของนาซี ออตโต หว้งว่าสมุดบันทึกของลูกสาวของเขาจะให้ความรู้ต่อ
ผู้อานต่ออันตรายของความเกลียดชัง ความอคติ และการเลือกปฏิบัติแก่
บุคคลอื่น
ออตโต แฟรงค์ รู้สึกประหลาดใจและการเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้ง ภายหลัง
การอ่านสมุดบันทึกของเธอ ยอมรับว่าเขาไม่เคยรู้เลยความลึกของความ
คิดภายใน การวิจารณ์ตัวเอง และจิตวิญญานปรัชญาของเธอ ที่เเตกต่างจากเด็กหญิงร่าเริงที่เขารู้จัก ที่ทำให้เขาภูมิใจความสามารถของเธอ และ
ตัดสินใจพิมพ์ถ้อยคำของเธอเป็นเอกสารมนุษย์ที่มีพลัง เขามองสมุดบัน
ทึกของเธอเป็นวิถีทางที่จะเข้าใจลูกสาวที่ฉลาดซับซ้อนที่เขาได้สูญเสีย
ไป และได้ให้เกียรติมรดกของเธอต่อสู้ความเกลียดชัง
เขารู้สึกประหลาดใจด้วยความคิดที่ลึกซึ้ง ความจริงจัง และการวิจารณ์ตัวเองของแอนน์ การยอมรับว่าเขาได้เรียนรู้อย่างเเท้จริงเกี่ยวกับความรู้
สึกภายในของเธอผ่านทางการเขียนของเธอเท่านั้น เขาได้ค้นพบการทบ
ทวนตัวเองและปรัชญาของแอนน์ลูกมากกว่ามากที่เขาได้เกี่ยวพันประจำวัน เข้าใจตัวตนที่แท้จริงของเธอภายหลังการเสียชีวิตของเธอเท่านั้น เขาได้ยอมรับพรสวรรค์ที่ผิดธรรมดาของเธอต่อการเขียนและการเล่าเรื่องที่ ได้มองเห็นพลังและความเป็นมนุษย์ภายในถ้้อยคำของเธอ
เพื่อนและผู้จัดพิมพ์ได้กระตุ้นเขาให้แบ่งปันมัน การรับรู้ว่ามันเป็นพยานหลักฐานมนุษย์ ที่สำคัญจากโฮโลคอสท์ ในแง่ของออตโตเเลัว การพิมพ์สมุดบันทึกได้กลายเป็นภารกิจที่จะรักษาความทรงจำของแอนน์ให้มีชีวิตอยู่ และได้ร่วมถ้อยคำความหวังของเธอ มันจะเป็นทั้งเครื่องเตือนใจที่ปวดร้าวของเด็กหญิงที่เขาได้สูญเสียไป และพยานหลักฐานที่มีพลังต่อจิตวิญ
ญานของเธอ ช่วยเหลือเขาประมวลความเศร้าโศรกของเขา
เขาได้สรุปว่าพ่อเเม่ส่วนใหญ่ไม่ได้รู้จักลูกของพวกเขาที่สมบูรณ์ และสมุดบันทึกได้พิสูจน์มัน แอนน์ ได้สะท้อนตัวตนของเธอ และการสูญเสียความเป็นพลเมืองเยอรมัน เธอได้เขียนว่า ตัวอย่างที่ดีของมนุษนชาตืชาวเยอรมันเหล่านั้นและคิดฉันเป็นตัวตนแท้จริงของพวกเขา ไม่ใช่เลย นั่นไม่เป็นความจริงฮิตเลอร์ได้พรากสัญชาติของเราไปนานแล้วที่ได้แสดงความ
รู้สึกโดยตรงของเธอของถูกข่มเหง และถอดตัวตนของเธอโดยผู้นำนาซี
แอนน์ ได้ตระหนึกอย่างมากถึงการลุกขึ้นของฮิตเลอร์สู่อำนาจ และใช้มาตรการต่อต้านชาวยิวของเขา
เมื่อครอบครัวของเธอได้บินจากเยอรมันไปเนเธอเเลนด์เมื่อ ค.ศ 1933 ในขณะที่หลบซ่อนอยู่ การกล่าวถึงเขาหลายครั้งภายในสมุดบันทุกของเธอ มองความหมายของการกระทำของเขา และตำหนิรัฐบาลของเขาต่อ
การข่มเหงชาวยิว เธอได้เเสดงความรู้สึกที่เข้มแข็งของการเป็นเหยื่อของนโยายการต่อต้านชาวยิวของฮิตเลอร์ และสงครามและการข่มเหงที่เกิดขึ้นแอนน์ และบุคคลอื่นภายในห้องลับ ติดตามอย่างใกล้ชิดข่าวสงครามผ่านการออกอากาศทางวิทยุบ่อยครั้งเกี่ยวกับข้อมูลใหม่ของฮิตเลอร์และการกระทำของรัฐบาลนาซี
ในขณะที่สมุดบันทึกโดยพื้นฐานมุ่งที่ความคิดภายในของเธอ และชีวิตประจำวันของบุคคลที่หลบซ่อนอยู่ ฮิตเลอร์ ถูกอ้างอิงเป็นสถาปนิคของการข่มเหงที่บังคับครอบครัวของเธอไปสู่ห้องลับ แอนน์ ได้เขียนเกี่ยวกับความพยายามลอบสังหารที่ล้มเหลวต่อฮิตเลอร์แสดความหวังว่ามันได้ส่งสัญญานการสิ้นสุดของสงครามใกล้เข้ามาแล้ว
สมุดบันทึกของเธอ ได้สะท้อนข่าวความน่ากลัวข้างนอกห้องลับรวมถึง
ข่าวลือชาวยิวถูกรมแก้ส เธอได้เขียนเกี่ยวกับสถาวะที่น่ากลัวภายในค่ายกักกัน อย่างเช่น เวสเตอร์บอรค ตรงที่บุคคลถูกให้อาหารหรือน้ำดื่มน้อย และผู้หญิงเเละเด็กมักจะถูกโกนหัว สมุดบันทึกได้วิจารณ์การเลือกปฏิบัติ การขาดสิทธิ และการฆ่าหมู่ ภายใต้รัฐบาลนาซีเธอได้กล่าวถึงชาวยิวถูกล่ามโซ่ ถูกล่ามไว้กับที่ โดยไม่สิทธิใดเลยแต่ด้วยภาระนับพันอย่าง
เธอได้บันทึกการจำกัดประจำวันใส่ดาวสีเหลืองของเดวิด การห้ามออกจากบ้านตอนค่ำคืน การห้ามทำธุรกิจ และการจับกุมหมู่ ทุกอย่างกำหนดโดยนาซี เธอได้เขียนเกี่ยวกับกองกำลังเยอรมันนาซี การรับรู้โครงสร้างอำนาจรับผิดชอบต่อสถานการณ์ของเธอแม้ว่าไม่ได้ระบุชื่อฮิตเลอร์เธอได้มองฮิตเลอร์เป็นผู้นำของรัฐบาลนาซีรับผิดชอบต่อการข่มเหงอย่างรุนเเรง และการทำลายล้างชาวยิว

เธอได้แสดงการดูถูกอย่างลึกซึ้งต่อนาซีและนโยบายของพวกเขาที่ได้ปล้นครอบครัวของเธอและบุคคลอื่นหลายล้านคนของสิทธิ สัญชาติเเละความปลอดภัยของพวกเขา สมุดบันทึกของเธอได้สะท้อนความกลัวและความสิ้นหวังทำให้เกิดโดยรัฐบาลนาซี เธอได้เขียนว่า ฉันมองโลกที่ค่อยกลายไปสูความป่าเถื่อน ฉันเคยได้ยินเสียงฟ้าผ่าใกล้เข้ามาที่จะทำลายเราด้วย เธอได้บันทึกการจำกัดที่รุนเเรงหลายอย่างบังคับต่อชาวยิว เช่น
การถูกบังคับให้ใส่ดาวสีเหลือง ถูกห้ามจากการขนส่งสาธารณะและยอมให้ซื้อสินค้าเวลาและร้านเฉพาะเท่านั้น
ทั้งที่มีความเป็นจริงอย่างน่ากลัวของการมีชีวิตอยู่ภายในการหลบซ่อน และความน่ากลัวของโฮโลคอสท์เกิดขึ้นรอบตัวเธอ แอนน์ ได้รักษาความเชื่อต่อชัยชนะแห่งความดีในที่สุด เขียนว่า ทุกสิ่งทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้น ความโหดร้ายนี้จะจบลงด้วย สันติภาพและสันติสุขจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
แอนน์ แฟรงค์ ชื่นชมอย่างมากต่่อวินสตัน เชอร์ชิล เป็นสัญลักษณ์แห่ง
ความหวังและความเข้มแข็งระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ที่กล่าวถึงอยู่บ่อยครั้งภายในสมุดบันทึกของเธอเป็น “วินสตัน เชอร์ชิลที่รักของเรา”
ค้นพบแรงบันดาลใจภายในความเป็นผู้นำและคำปราศัยของเขาภายใน
ช่วงดี-เดย์ มองเขาเป็นผู้นำที่ไร้ความกลัว และดวงประทีปต่อสู้การกดขี่ของนาซี แม้แต่ปราถนาว่าเธอสามารถต่อสู่เคียงข้างเขาได้
แอนน์ และบุคคลอื่นภายในห้องลับได้ฟังการออกอากาศทางวิทยุของ
เชอร์ชิล ที่ได้ให้ขวัญกำลังใจและความหวังอย่างสำคัญต่อสู้รัฐบาลของ
ฮิตเลอร์ แอนน์ แฟรงค์ มองเชอร์ชิลเป็นผู้นำที่ไร้ความกลัวและมีพลังคำปราศัยและการต่อต้านของเขาสะท้อนอย่างลึกซึ้งกับเเอนน์ ที่เพิ่มความหมายต่อการต่อสู้เพื่อเสรีภาพและความสงบความรู้สึกร่วมโดยดินแดนที่ถูกยึดครองหลายเเห่ง วาทศิลป์และความเป็นผู้นำที่มีพลังของเชอร์ชิลโดดเด่นออกมาจากความมืดของโฮโลคอสท์ ที่ทำให้เขาเป็นวีรบุรุษต่อเเอนน์
ท่าทางที่เข้มแข็งของวินสตัน เชอร์ชิลต่อสู้นาซี จะเป็นตัวตนความเป็นไปได้ของการปลดปล่อยและกลับมาสู่ความสงบที่แอนน์ยึดมั่นอย่างสุดกำลัง เชอร์ชิล ได้แสดงจิตวิญญานของการต่อต้านและความหวังที่แอนน์ได้บีนทึกและปราถนาภายในสมุดบันทึกของเธอ
ทั้งแอนน์ แฟรงค์ และวินสตัน เชอร์ชิลจะใช้สัญลักษณ์ “V for Victory” ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นสัญญานการต่อต้านต่อสู้นาซีเยอรมัน
แม้ว่าภายในวิถีทางที่แตกต่างกัน เชอร์ชิล ได้นิยมแพร่หลายที่มีชื่อเสียงท่าทางมือเป็น “V”ทำโดยการยกนึ้วชี้และนิ้วกลาง แสดงชัยชนะ เขามักจะใช้ภายในการปรากฏตัวทางสาธารณะและภาพถ่ายที่จะเพิ่มขวัญกำลังใจอังกฤษและพันธมิตร
แอนน์ ได้บันทึกการใช้สัญลักษณ์นี้ภายในสมุดบันทึกของเธอที่มองเห็นมันได้ถูกทาสีอย่างลอบทำบนกำเเพงโดยการต่อต้านของชาวดัทซ์เป็นรูปแบบหนึ่งของการต่อต้านอย่างไร สัญลักษณ์ได้เชื่อมโยงต่อบีบีซีที่ใช้เป็นรหัสมอร์สเพื่อ “V” สามจุดและหนึ่งขีด เข้ากับจังหวะของบีโธเวนส์ ฟิฟท์ ซิมโฟนี เริ่มต้นการอออกอากาศของมันต่อยุโรปที่ถูกยึดครอง แอนน์ ไม่ได้ใช้ส่วนบุคลสัญลักษณ์ภายในวิถีทางสาธารณะแต่การรณรงค์ “V for Victory” เป็นปรากฏการณ์ทางวัฒณธรรมและการต่อต้านที่สำคัญภายในเนเธอร์แลนด์ระหวางการยึดครอง
เมื่อ ค.ศ 1944 บีบีซี ได้เรียกร้องผู้ต่อต้านทุกคนทั่วยุโรปที่ถูกยึดครอง
ทาสีอักษร V บนกำแพงเป็นเครื่องหมายของความเกลียดชังต่อชาวเยอร
มัน สัญลักษณ์ V จะเป็นรูปแบบโดยทั่วไปของการวาดภาพบนกำแพงและ
สัญญานของการต่อต้านนาซีภายในสภาพแวดล้อมรอบสถานที่ซ่อนตัว
ของครอบครัวแฟรงค์ภายในแอมสเตอร์แดม แอนน์ ชื่นชมวินสตันอย่าง
มากและอ้างถึงคำปราศัยทางวิทยุครั้งหนึ่งของเขาเป็น “สมบูรณ์แบบทีเดียว”
ภายในสมุดบันทึกของเธอ แอนน์ อธิบายประสบการณ์ของการฟังการออกอากาศทางวิทยุลับจากรัฐบาลดัทช์พลัดถิ่น รวมถึงคำปราศัยจาก
ผู้นำพันธมิตร ในขณะที่เธอมักจะพบการอภิปรายทางการเมืองทางวิทยุ
น่าเบื่อ เธอได้มีการยกเว้นเฉพาะต่อนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ฉันต้องกล่าว
ถึงการยกเว้นอย่างหนึ่ง คำปราศัยโดยวินสตัน เชอร์ชิล ที่รักของเราสม
บูรณ์แบบทีดียวข้อความนี้ได้แสดงเชอร์ชิลเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง
และความเข้มแข็งต่อบุคคลที่มีชีวิตอยู่ภายใต้การยึดครองของนาซี การ
ให้แรงบันดาลใจและคำสัญญาของการปลดปล่อยระหว่างสงครามโลก
ครั้งที่สอง
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







