INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

แคชเมียร์ความขัดแย้งที่ถูกลืม ตอนที่ 5

482556 01

แคชเมียร์ความขัดแย้งที่ถูกลืม ตอนที่ 5

จรัญ มะลูลีม

อิมรอน ข่านได้นำปัญหาแคชเมียร์ไปยังกรุงวอชิงตันด้วยคณะที่เขาไปเยือนสหรัฐ แต่สหรัฐยืนกรานว่าจะให้ความร่วมมือแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ในเรื่องแคชเมียร์ก็ต่อเมื่ออินเดียให้ไฟเขียวมาก่อน

การเยือนสหรัฐของนายกรัฐมนตรีอิมรอน ข่าน  เมื่อปลายเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาถือว่าเป็นความสำเร็จทางการทูตของรัฐบาลปากีสถาน  “เขามา เขาเห็น เขาได้ชัยชนะ” เป็นพาดหัวตัวใหญ่ของหนังสือพิมพ์ชั้นนำของปากีสถาน

ตอนขากลับปากีสถาน อิมรอน ข่าน เปรียบเทียบผลการเยือนสหรัฐของเขาเหมือนกับปากีสถานได้ชัยชนะในการแข่งขันคริกเกร็ตโลกภายใต้การเป็นกัปตันทีมของเขา

เขากล่าวว่า “เขาจัดความสัมพันธ์ขึ้นอีกครั้ง” กับสหรัฐบนพื้นฐานแห่งความเท่าเทียม  อิมรอน ข่าน ได้รับเครดิตในการเชิญชวนทรัมป์ให้กล่าวถึงคำว่า “K” (แคชเมียร์) เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี โดยสหรัฐเสนอตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ยประเด็นแคชเมียร์

หลังจากนั้นความปลาบปลื้มจากการเยือนของอิมรอน ข่าน ได้หมดความหมายไป   หลังจากอินเดียได้เปลี่ยนแปลงสถานะที่ดำรงอยู่ของแคชเมียร์  ฝ่ายบริหารของทรัมป์ไม่ได้ทำแม้แต่วิพากษ์ความเคลื่อนไหวของอินเดีย  ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าข้อเลือกอันดับแรกของสหรัฐในอนุทวีปอินเดียนั้นอยู่ที่ไหน

เมื่อเขาเป็นฝ่ายค้าน บ่อยครั้งที่อิมรอน ข่านมุ่งมั่นคัดค้านเพื่อต่อต้าน “ความไม่เท่าเทียม” ของความสัมพันธ์ระหว่างปากีสถานและสหรัฐและจะเร่งรีบวิพากษ์ปฏิบัติการณ์ของสหรัฐในดินแดนของเผ่าต่างๆ ของปากีสถาน

แต่เวลานี้เขาตกอยู่ภายใต้การชี้นำของฝ่ายทหาร  ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่ทำให้เขาขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

รัฐบาลใหม่ในอิสลามาบัด  ซึ่งต้องหาทุนมาจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ จึงพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับสหรัฐเสียใหม่ โดยฝ่ายบริหารของสหรัฐได้ตอบแทนด้วยความตั้งใจที่จะรีบเร่งเอาทหารสหรัฐส่วนใหญ่ออกไปจากอัฟกานิสถาน

มีรายงานในสื่อของสหรัฐว่าทั้งลินเซย์ เกรแฮม วุฒิสมาชิกจากพรรครีพัพลิกันและมกุฎราชกุมาร มุฮัมมัด บิน สัลมาน  ต่างก็มีอิทธิพลอย่างมากในทำเนียบขาว  และมีบทบาทสำคัญในการเตรียมการขั้นพื้นฐานสำหรับการมาเยือนของอิมรอน ข่าน ยังสหรัฐ

พวกเขาโน้มน้าวทรัมป์ว่าปากีสถานจะทำให้กลุ่มก้อนต่างๆ ของพวกฏอลิบาน (Taliban)  ทำตามข้อเสนอสันติภาพ   สำหรับทรัมป์ขณะที่ต้อนรับอิมรอน ข่านในวอชิงตันได้แสดงออกด้วยการสรรเสริญ อิมรอน ข่านว่าเป็น “ผู้นำที่ยิ่งใหญ่” และปากีสถานเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่  ทั้งนี้เพิ่งแค่ปีที่ผ่านมาเท่านั้นที่ทรัมป์ได้ทวีตว่า ”ปากีสถานไม่ได้ให้อะไรเราเลยนอกจากโกหก”  และ “ให้ที่พักพิง” แก่นักต่อสู้ติดอาวุธจากอัฟกานิสถาน

อิมรอน ข่าน โต้กลับอย่างโกรธเคืองว่าปากีสถานได้รับความทุกข์ยาก  โดยมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 75,000 คน  และสูญเสียมากกว่า 123 พันล้านเหรียญสหรัฐในสงครามต่อต้านการก่อการร้ายที่สหรัฐให้การสนับสนุน เขากล่าวว่า สหรัฐช่วยเหลือปากีสถานในช่วงเวลานี้คิดเป็นเงินแค่ 20 พันล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น

อิมรอน ข่าน มาเยือนวอชิงตันกับผู้บัญชาการทหาร  นายพล กอมัร ญาเว็ด บาจญ์วา (Qmar Javed Bajwa) และหัวหน้าฝ่ายข่าวกรอง พลตรี ฟาอีซ ฮามีด (Faiz Hameed)

สหรัฐต้องการฝ่ายความมั่นคงให้เพิ่มความเข้มงวดกับองค์กรอย่าง จาอิชี โมฮัมมัด (Jaish-e Mohammad) และลัชห์ การี ตัยบะฮ์ (Lashkar-e-Taiba) และเครือข่าย ฮักกานี (Haqqani network)

ที่สำคัญก็คือในคำกล่าวของเขาขณะเยือนสหรัฐได้เปิดเผยว่าปากีสถานมิได้ยึดติดอยู่
กับ “ลัทธิยุทธศาสตร์ส่วนลึก” อีกต่อไปในอัฟกานิสถาน

ในลัทธินี้ ปากีสถานใช้อัฟกานิสถานเป็นเครื่องมือยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง “ต่อต้านอินเดีย” ฝ่ายความมั่นคงของปากีสถานเคยอ้างว่าอิทธิพลของอัฟกานิสถานได้หมดลงแล้วในเขตของตนและมองบทบาทที่เพิ่มขึ้นของอินเดียในฐานะศัตรูอย่างเปิดเผย

ทรัมป์ได้กล่าวกับสื่อในวอชิงตันระหว่างการเยือนของอิมรอน ข่านว่านายกรัฐมนตรีอินเดีย  นเรนทราโมดี (Narendra Modi) ได้ขอให้เข้าไกล่เกลี่ยความขัดแย้งแคชเมียร์   เมื่อเขาได้พบกับโมดีในการประชุม G20 ในโอซากา  เมื่อเดือนกรกฎาคม (2019) ที่ผ่านมา

“ผมอยู่กับนายกรัฐมนตรีโมดีเมื่อสองสัปดาห์ก่อนและเราพูดถึงเรื่องนี้ (แคชเมียร์) และในความเป็นจริงแล้วเขาพูดว่า  คุณต้องการเปลี่ยนผู้ไกล่เกลี่ยหรือเป็นอนุญาโตตุลาการ?”    ทรัมป์กล่าว

ทรัมป์ยังได้กล่าวด้วยว่า   ปากีสถานกำลังช่วยเราอย่างมากในเวลานี้ในเรื่องอัฟกานิสถาน    ทรัมป์กล่าวว่าปากีสถานจะสามารถช่วยคนนับล้านในอัฟกานิสถาน   อันเนื่องมาจากอิทธิพลที่ปากีสถานมีอยู่และช่วยเราให้พาตัวเองออกมาจากอัฟกานิสถาน

ทรัมป์กล่าวว่าไม่เหมือนในอดีต  ผู้นำคนใหม่ของปากีสถานให้ความเคารพความเป็นผู้นำของสหรัฐ   ทรัมป์มิได้รื้อฟื้นเงินจำนวน 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐขึ้นมาแต่อย่างใด   ซึ่งเขาได้ตัดเงินก้อนนี้ไปหลังจากขึ้นสู่อำนาจ แต่เขาก็แสดงเป็นนัยว่าต้องการรื้อฟื้นเงินจำนวนนี้ขึ้นมาใหม่  หากว่าปากีสถานให้ความร่วมมือกับสหรัฐในอัฟกานิสถาน

หลังจากเยือนวอชิงตันได้หนึ่งอาทิตย์   สหรัฐประกาศที่จะให้เงินจำนวน 125 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อการช่วยเหลือด้านการบริหารการขนส่งและด้านเทคนิคในการส่งเครื่องบิน F16 ของสหรัฐให้ปากีสถาน

รัฐมนตรีต่างประเทศของอินเดียประท้วงฝ่ายบริหารของทรัมป์ด้วยการแสดง “ความห่วงใยอย่างมาก”  ต่อการประกาศให้ความช่วยเหลือทางทหารต่อปากีสถาน

เจ้าหน้าที่อินเดียมีความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางทหารและการส่งเครื่องมือทางทหารของสหรัฐให้แก่ปากีสถาน

ฝ่ายบริหารของทรัมป์ได้จัดเงินช่วยเหลือ 300 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับปากีสถานในเดือนกันยายน ปี 2015

เจ้าหน้าที่ปากีสถานกล่าวว่าพวกเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องการเงินระหว่างการเยือนของอิมรอน ข่าน  พวกเขาพูดถึงการเพิ่มขึ้นของ “การค้ามิใช่การช่วยเหลือ”   ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพูดคุยกัน

ความสำเร็จของรัฐบาลอินเดียจนถึงเวลานี้ก็คือการทำให้เรื่องแคชเมียร์เป็นเรื่อง “ประเด็นทวิภาคี”  ซึ่งจะต้องแก้ไขด้วยการเจรจาระหว่างสองประเทศ    ในขณะที่ปากีสถานจะเรียกร้องให้มีการไกล่เกลี่ยโดยนานาชาติ

ความขัดแย้งแคชเมียร์เป็นข้อพิพาทระหว่างประเทศที่ยังไม่อาจแก้ไขได้  นับตั้งแต่สหประชาชาติถือกำเนิดมาแล้ว

แม้ว่าโมดี ปฏิเสธที่จะพูดถึงการเสนอตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ยของทรัมป์ในความขัดแย้งนี้  กระทรวงต่างประเทศของอินเดียได้ปฏิเสธข้ออ้างของทรัมป์  ทั้งทรัมป์และโมดีต่างก็มีประวัติศาสตร์ในการสร้างเรื่องที่ขาดการยืนยันและเป็นแถลงการณ์ที่ขาดความจริงมาก่อน

ในสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม   ทรัมป์ได้ยืนยันการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยเรื่องแคชเมียร์อีกครั้ง แต่ก็กล่าวเพิ่มเติมว่าการตัดสินใจนั้นขึ้นอยู่กับผู้นำของสองประเทศ

เขากล่าวว่า “ลูกบอลนั้นอยู่ในศาลของอินเดียแล้ว   มันขึ้นอยู่กับนเรนทรา โมดี”  เขากล่าวทรัมป์พูดกับอิมรอน ข่านและโมดีว่าเป็นผู้คนที่น่าทึ่ง  ผมว่าถ้าพวกเขาต้องการผม  ผมก็จะเข้ามาข้องเกี่ยวด้วย” เขากล่าว

เอ็ส ชัยชันกัร (S.Jaishankar)   รัฐมนตรีต่างประเทศของอินเดีย  กล่าวกับรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ ไมค์ ปอมปิโอ (Mike Pompes)  ขณะที่พบกันเมื่อมีการประชุมความมั่นคง ASEAN ที่กรุงเทพในสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม (2019) ว่าการพูดถึงพื้นที่แห่งความขัดแย้งแคชเมียร์จะเป็นการพูดคุยทวิภาคีระหว่างปากีสถานและอินเดียเท่านั้น

เจ้าหน้าที่อาวุโสจากกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐให้ความกระจ่างว่าการเสนอเป็นผู้ไกล่เกลี่ยเรื่องแคชเมียร์นั้นจะต้องพิจารณาในบริบทที่ว่าสหรัฐมุ่งหมายที่จะให้มีการฟื้นฟูความสัมพันธ์อินเดีย ปากีสถาน

“เรายืนกรานถึงความพร้อมที่จะช่วยเหลือถ้าสองฝ่ายขอมา”  เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐกล่าวหลังจากทรัมป์พูดถึงการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยเรื่องแคชเมียร์

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *