INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

คัสเซม โซไลมานี ตอนที่ 4

563000000256802

คัสเซม โซไลมานี ตอนที่ 4

จรัญ มะลูลีม

การสังหารโซไลมานี

การสังหารนายพลโซไลมานี ตามคำสั่งของทรัมป์ทำให้เส้นทางการต่อสู้ในพื้นที่ตะวันออกกลางร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้ง

การลอบสังหารผู้บัญชาการของกองกำลังอัล-กุดส์ (Quds Force)  ซึ่งหมายถึงกองกำลังแห่งเยรูซาเล็ม   ตามคำสั่งของทรัมป์ ทำให้ภูมิภาคที่ร้อนระอุอยู่แล้ว ร้อนรุ่มขึ้นมาอีก

ทรัมป์อ้างว่าเขาเป็นผู้ออกคำสั่งให้สังหารโซไลมานีด้วยตัวเอง  ด้วยพื้นฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่านายพลอิหร่านผู้นี้เป็นผู้วางแผนโจมตีเป้าหมายของสหรัฐในพื้นที่   อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถนำเสนอหลักฐานใดๆ ที่จะมาสนับสนุนข้ออ้างของเขาได้แม้แต่น้อย

James Mattis อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐได้ให้ข้อสังเกตในการให้สัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้ว่าทรัมป์เป็นคนที่มีความสามารถด้านองค์ความรู้อย่างจำกัดและโดยทั่วไปจะมีลักษณะสองอย่างในตัวเขา

เนตันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล   เป็นผู้นำต่างประเทศคนเดียวที่แสดงความยินดีอย่างเปิดเผยต่อการลอบสังหารครั้งนี้  เขาเป็นคนที่คอยแนะนำทรัมป์ให้สังหารโซไลมานีอยู่บ่อยครั้ง

ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันภายในประเทศ  ทรัมป์ถูกสภาตั้งกรรมการถอดถอน (แม้ว่าเวลานี้เขาจะพ้นการถูกถอดถอนอันเนื่องมาจากเสียงของพรรครีพับลิกันที่มีมากกว่ามาแล้วก็ตาม)  ส่วนเนตันยาฮูถูกข้อกล่าวหาว่ามีการคอร์รัปชั่นจากอัยการของอิสราเอล

 

โซไลมานีคือใคร

            โซไลมานีซึ่งตกเป็นเหยื่อการถูกลอบสังหาร  เป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับความนิยมอยู่ในระดับต้นๆ ของประเทศอิหร่านทั่วทั้งประเทศ

ผู้สังเกตการณ์ในภูมิภาคมีทัศนะว่าเขาเป็นคนสำคัญลำดับที่สองในอิหร่านต่อจากผู้นำทางด้านจิตวิญญาณสูงสุดคืออะยาตุลลอฮ์ อะลี คอเมเนอี สหรัฐย่อมทราบดีถึงความโดดเด่นและชื่อเสียงของเขา

ผู้นำสหรัฐก่อนหน้าทรัมป์สองคนคือ Gorge W.Bush และ Barak Obama เคยมีความคิดที่จะกำจัดเขาแต่ก็เปลี่ยนความตั้งใจในที่สุด  ด้วยการรับรู้ถึงผลที่จะตามมาจากปฏิบัติการณ์ดังกล่าว

โซไลมานีได้รับการกล่าวขวัญถึงขั้นที่ว่าเขาจะขึ้นมาเป็นคู่แข่งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของอิหร่านในอนาคต  เขามีชื่อเสียงทั้งกับกลุ่มสายกลางและสายอนุรักษ์นิยมในอิหร่าน

อารมณ์ความรู้สึกของผู้คนที่แห่กันมาอย่างล้นหลาม  บนท้องถนนของอิหร่านเป็นประจักษ์พยานได้ถึงความคิดที่แพร่ออกไปอย่างกว้างขวางว่าพวกเขาถือว่าการลอบสังหารโซไลมานีคือการประกาศสงครามต่อต้านอิหร่านโดยสหรัฐอย่างแท้จริง

นอกจากนี้จะพบว่าโซไลมานีและกองกำลังแห่งเยรูซาเล็ม (Quds Force) ได้ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเอาชนะกลุ่มไอเอส (IS) มาแล้ว  รวมทั้งเอาชนะกลุ่มนักต่อสู้ในซีเรีย

กองกำลังอัล-กุดส์หรือ Quds Force เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามหรือ Islamic Revolutionary Guards Corps (IRGC) ซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่พิเศษให้ในการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติในภูมิภาคและให้การสนับสนุนรัฐบาลของประเทศเพื่อนบ้านในรูปของการฝึกทางทหาร

โซไลมานีมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้ที่ประสบผลสำเร็จทั้งการต่อสู้กับสหรัฐและการปกป้องซีเรียจากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล   โซไลมานีมองเห็นยุทธศาสตร์และเส้นทางที่สามารถทำให้อิหร่านเข้าไปช่วยเหลือรัฐบาลของบาชัร อัล-อะซัด (Bashar al-Asad) ได้เป็นอย่างดี

บทบาทของโซไลมานีในซีเรีย

เมื่อสถานการณ์ทางทหารมีความตึงเครียด   โซไลมานีได้เดินทางไปกรุงมอสโกเพื่อแสวงหาความช่วยเหลือทางทหารจากปูติน   ทั้งนี้ซีเรียและอิหร่านเป็นพันธมิตรกันมายาวนาน   ซีเรียเป็นประเทศอาหรับประเทศเดียวที่สนับสนุนอิหร่านอย่างเปิดเผยระหว่างที่อิหร่านทำสงคราม 8 ปีกับอิรัก

สหรัฐเป็นผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซ็นของอิรักให้ทำสงครามกับอิหร่านจนทำให้ผู้คนมากกว่าหนึ่งล้านคนจากสองฝ่ายถูกสังหาร

โซไลมานี มาจากครอบครัวยากจน  มีอาชีพเป็นทหารมาตั้งแต่สงครามอิรัก-อิหร่านที่เริ่มต้นในปี 1980 และมีชื่อเสียงในความกล้าหาญและทักษะในการบริหารองค์กรทางทหาร

ความเชี่ยวชาญของโซไลมานีได้ถูกนำมาใช้ได้อย่างดีเยี่ยมในภูมิภาค   ในซีเรียฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลถูกสร้างขึ้น  และถูกฝึกฝนให้ทำการต่อสู้เคียงคู่ไปกับกองทัพซีเรีย

กองกำลังฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน  ซึ่งมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับรัฐบาลซีเรียและอิหร่านก็เข้าไปช่วยเหลือรัฐบาลซีเรีย  ซึ่งเผชิญกับการโจมตีอย่างหนักหน่วงทางเหนือและทางใต้จากกลุ่มก่อนของนักต่อสู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากตะวันตกและพันธมิตรในภูมิภาค

กองกำลังฮิซบุลลอฮ์เติบโตขึ้นมาในฐานะกองกำลังทางทหารในภูมิภาค  และอาศัยความสามารถทางทหารของโซไลมานีเป็นด้านหลัก

กองกำลัง อัล-กุดส์หรือ Quds Force เป็นผู้ฝึกฝนและติดอาวุธให้กับฮิซบุลลอฮ์เพื่อที่ว่าเลบานอนจะสามารถป้องกันตัวเองจากการรุกรานและการยึดครองของอิสราเอลได้

ฮิซบุลลอฮ์พิสูจน์ความกล้าหาญให้เห็นในสนามรบเมื่อเข้าต่อสู้กับกองทัพอิสราเอล   ซึ่งมีอำนาจมากที่สุดในภูมิภาค   หลังจากเข้ารุกรานเลบานอนในปี 2006 และอิสราเอลถูกบีบให้ถอยออกมา

เวลานี้ฮิซบุลลอฮ์มีขีปนาวุธและอาวุธที่มีพลังที่จะใช้ต่อต้านอิสราเอล ด้วยเหตุนี้โซไลมานีจึงเป็นกองกำลังที่มีการเคลื่อนไหว  เพื่อต่อต้านสหรัฐและต่อต้านอิสราเอล   อันเป็นการรวมกันต่อต้านสหรัฐ โดยประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วยอิหร่าน ซีเรีย และกองกำลังฮิซบุลลอฮ์ที่เชื่อกันว่าในไม่ช้าอาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรนี้  ในเยเมนฝ่ายรัฐบาลเฮาซีได้ให้สัญญาที่จะสนับสนุนอิหร่าน   ก่อนที่ฝ่ายเฮาซีจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากหลังจากส่งขีปนาวุธที่ทรงคุณภาพเข้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย

ชัยค์ ฮัซซัน นัศรุลลอฮ์ (Sheikh Hassan Nasrullah)  ผู้นำฮิซบุลลอฮ์  ได้พูดหลังจากโซไลมานีถูกสังหารด้วยการสัญญาว่าจะถล่มเป้าหมายของสหรัฐในภูมิภาคเพื่อแก้แค้นให้โซไลมานี   เขากล่าวว่าเขาหมายรวมถึงฐานทัพสหรัฐ ทหารสหรัฐ เจ้าหน้าที่และยานพาหนะที่ใช้ในสงคราม

กลุ่มนักต่อสู้ชาวอิรักได้ยิงจรวดเข้าสู่เขตกรีนโซนในกรุงแบกแดด  ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานทูตสหรัฐ

อิสมาอีล ฮานีเยห์ ผู้นำฮามาส (Hamas) อยู่ที่กรุงเตหะรานเพื่อให้ความเคารพโซไลมานีผู้จากไป เขาพูดถึงโซไลมานีว่าเป็น “ผู้พลีชีพแห่งเยรูซาเล็ม” และกล่าวว่าเขาเป็นผู้ให้การช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ที่ต่อต้านการยึดครองของอิสราเอล

ชัยชนะเหนือไอเอส

โซไลมานีมีบทบาทสำคัญในการเอาชนะไอเอสแห่งซีเรียและหากโซไลมานีเข้ามาไม่ทันเวลา กรุงแบกแดดก็อาจจะล่มได้   ในเวลานี้เมืองที่อยู่ติดกันอย่างติกริก (Tikrit)  ก็ล่มลงแล้ว

กองกำลังของอิรักได้รับการฝึกจากเจ้าหน้าที่ของอิหร่าน   ทั้งสองมีความร่วมมือกันทางทหารในการต่อสู้เพื่อต่อต้านไอเอส   นายกรัฐมนตรีอิรักอาดิล อับดุล-มะห์ดี (Adil Abdul-Mahdi) ได้กล่าวถึงการเชิญชวนของทรัมป์เพื่อพูดถึงการติดต่อทางการทูตที่เป็นไปได้กับอิหร่าน   โดยรัฐบาลของเขาจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยเพื่อยุติ   ความขัดแย้งทางการทูตระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่าน

เขาบอกว่าทรัมป์ได้ขอบคุณเขาในความพยายามของเขา  ดังนั้นจึงเป็นการยืนยันว่ามีความปลอดภัยสำหรับโซไลมานีที่จะเดินทางมากรุงแบกแดด

โซไลมานีเดินทางอย่างเปิดเผย โดยหนังสือเดินทางทางการทูต  ผ่านการตรวจตราที่สนามบิน  ทันทีที่เขาออกมาจากสนามบินพร้อมๆ กับผู้บัญชาการคนสำคัญของนักต่อสู้ชาวอิรัก   ซึ่งทำงานภายใต้กองกำลังของอิรัก  อะบู มะห์ดี อัล-มุฮันดิส สหรัฐจึงจับจ้องไปที่เหยื่อ และยิงขีปนาวุธไปยังเหยื่อที่หมายตาเอาไว้แล้ว

อะบู มะห์ดี อัล-มุฮันดิส เป็นผู้ที่มีความใกล้ชิดกับโซไลมานี  กองทหารภายใต้การบัญชาการของเขาอยู่แนวหน้าในการต่อสู้กับไอเอส

ร่างอันไร้วิญญาณของอัล-มุฮันดิสถูกแบกไปยังดินแดนต่างๆ เคียงคู่กับโซไลมานี

เมื่อเห็นความเป็นไปของเหตุการณ์  สหรัฐตัดสินใจถอนทหารของตนออกจากอิรัก  จดหมายจาก William Seely ผู้บัญชาการกองกำลังพิเศษของสหรัฐ  ลงวันที่ 6 มกราคม 2020 ปรากฏให้เห็นว่าเป็นไปตามการร้องขอของรัฐบาลอิรักที่ให้สหรัฐถอนทหารออกจากประเทศไป   อันเป็นการแสดงถึงอำนาจอธิปไตยของอิรัก

ทั้งนี้กองกำลังร่วมสหรัฐอิรักจะจัดตั้งกองกำลังตามวันและสัปดาห์เพื่อเตรียมการเคลื่อนไปข้างหน้า เขากล่าวในจดหมาย

นายกรัฐมนตรีของอิรักยังได้ยืนยันว่าได้รับจดหมายที่มีการลงนามนี้   อย่างไรก็ตามกระทรวงกลาโหมของสหรัฐรีบโต้กลับเนื้อหาของจดหมาย   ซึ่งรั่วไหลออกมาทางสื่อ  ด้วยการกล่าวว่ามันเป็นเพียงเอกสารฉบับร่าง  ซึ่งหมายถึงเอกสารที่แจกจ่ายกันภายในเท่านั้น

แต่อับดุล-มะห์ดี ยืนยันว่าจดหมายดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือ  “มันมิได้เป็นเพียงเศษกระดาษที่ออกมาจากเครื่องพิมพ์ หรือมาถึงเราโดยบังเอิญ”   เขากล่าว

Mark Esper รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐและทรัมป์ ร่วมกันปฏิเสธในเรื่องที่ว่าทหารของสหรัฐจะออกมาจากอิรัก   ท่ามกลางการร้องขอของรัฐบาลอิรัก

เขากล่าวว่าทหารสหรัฐออกมาจากอิรักก็ได้หากว่าอิรักจะชดเชยสหรัฐเป็นเงินพันล้านเหรียญสหรัฐที่สหรัฐหมดไปกับการสร้างฐานทัพ  อย่างเช่นฐานทัพบัลลัด (Ballad) ใกล้กับกรุงแบกแดด

ผู้นำนำทางทหารของอิรักแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ทหารสหรัฐอยู่เกินกำหนด สหรัฐหวังว่าชาวเคิร์ดและสมาชิกซุนนีของรัฐสภาสหรัฐจะเข้ามาช่วยในความพยายามที่จะให้ทหารสหรัฐอยู่กับฐานทัพทางทหารต่อไป  แต่พวกเขาก็เป็นคนกลุ่มน้อยในสภา

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *