มองประเทศไทยผ่านประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส
มองประเทศไทยผ่านประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส
(ตอนที่ 1)
รองศาสตราจารย์ ดร.กิจบดี ก้องเบญจภุช
เหตุการณ์ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศฝรั่งเศส สืบเนื่องมาจากปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 ต้นศตวรรษที่ 13 ประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ประชาชนเริ่มเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศอังกฤษเกิดความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์กับขุนนางอย่างรุนแรง ใน ค.ศ. 1215 เกิดข้อตกลง “แมกนาคาร์ตา” เกิดที่ปรึกษาของกษัตริย์และพัฒนาเป็นสภาขุนนางและสภาผู้แทน ซึ่งพัฒนามาตามลำดับอย่างต่อเนื่อง

Credit Photo by : dek-d.com
ส่วนประเทศฝรั่งเศสก็พัฒนาการมาในลักษณะเดียวกัน แต่ขาดความต่อเนื่องและขาดความมั่นคงอยู่ กับพระปรีชาสามารถของกษัตริย์แต่ละพระองค์ ในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 สถาบันกษัตริย์ของฝรั่งเศสมีความมั่นคงเนื่องจากกษัตริย์มีความเข้มแข็งและมีพระปรีชาสามารถ แต่ต่อมาสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 กษัตริย์และขุนนางมีความเป็นอยู่หรืออย่างฟุ่มเฟือย กดขี่เอาเปรียบสามัญชน ซึ่งเป็นเกษตรกรที่มีความยากจน อีกทั้งไม่ได้รับความยุติธรรมทางกฎหมาย ต่อมาพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ก็มิได้ดำเนินการใดให้ดีขึ้นสร้างความคับแค้นใจให้ประชาชนร่วมสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ความยากจนและไม่ได้รับความเป็นธรรมของประชาชนมิได้รับการแก้ไข อีกทั้งกษัตริย์และขุนนางมีความเป็นอยู่ที่หรูหราฟุ่มเฟือยและฝรั่งเศสได้เข้าช่วยเหลืออเมริกาทำสงครามประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ ค.ศ. 1776 ถึง ค.ศ. 1783
ในช่วงระหว่างเวลาดังกล่าวกษัตริย์ของฝรั่งเศสมีความอ่อนแอไม่พัฒนาระบบการปกครอง ข้าราชการขาดความสุจริตและแสวงหาประโยชน์ มีปัญหาต่าง ๆ ที่สะสมติดต่อกันมาเป็นเวลายาวนานทำให้ชนชั้นกลาง พ่อค้า ประชาชน เกิดการเรียกร้องและรวมตัวกันจนเกิดการจลาจล และเกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองของฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ค. ศ. 1789
การปฏิวัติของฝรั่งเศสเกิดจากความขัดแย้งระหว่างชนชั้นทางสังคม ที่แบ่งชนชั้นเป็นฐานันดร เกิดการกดขี่และเอาเปรียบระหว่างชนชั้น เป็นเหตุทำให้ผู้ที่มีชนชั้นทางสังคมต่ำ คือพวกเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน รวมทั้งชนชั้นกลาง รวมตัวกัน ทำการล้มล้างระบอบปกครองที่มีมาแต่เดิมลง
หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ค.ศ. 1789 แล้ว บ้านเมืองของฝรั่งเศสยังมิได้เป็นประชาธิปไตย เพราะสังคมขนาดนั้นยังมีความเห็นแบ่งแยกออกเป็นหลายฝ่าย แต่ละฝ่ายตกลงกันได้จึงประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกในเดือนกันยายน ค.ศ. 1791 โดยมีกษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ หมายถึง การใช้อำนาจของกษัตริย์ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถใช้อำนาจได้ทุกเรื่อง ดังที่ผ่านมา
ถึงแม้ประเทศฝรั่งเศสจะประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้วก็หาใช่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แม้จะมีรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนก็ตาม เพราะผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งดูจากรายได้ ดังนั้น จึงมีประชาชนที่มีรายได้น้อยอีกจำนวนมากที่ไม่มีสิทธิในการเลือกตั้ง และการปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับแรกมิได้ราบรื่น เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์กับรัฐสภา และประชาชนก็แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายหนึ่งต้องการเปลี่ยนแปลงเป็นระบอบสาธารณรัฐ อีกฝ่ายหนึ่งยังคงสนับสนุนระบบกษัตริย์
ต่อมาวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 1792 พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารได้ประกาศสงครามกับออสเตรเลีย โดยหวังที่จะให้สถาบันกษัตริย์กลับมามีอำนาจอีก ขณะเดียวกันความขัดแย้งภายในประเทศก็ทวีความรุนแรงขึ้น ฝ่ายต่อต้านกษัตริย์ได้เรียกร้องให้ปลดพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ออกจากการเป็นประมุข จนกระทั่งวันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ. 1792 กลุ่มต่อต้านกษัตริย์ก่อการจลาจลบุกยึดพระราชวังที่พระเจ้าหลุยส์ประทับ และฆ่าทหารรักษาวังและขุนนางตายไปเกือบ 1,000 คน ขณะเดียวกันกองทัพออสเตรเลียและฝรั่งเศสได้เคลื่อนเข้าไปชิดกรุงปารีส เมื่อวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 1792 สภาแห่งชาติซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้านกษัตริย์ได้ลงมติยกเลิกระบอบการปกครองที่กษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เป็นการสิ้นสุดระบบกษัตริย์ของฝรั่งเศสอย่างแท้จริง และเริ่มการปกครองใหม่เป็นระบบสาธารณรัฐที่ 1 ส่วนพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ถูกจับและถูกนำไปขัง ต่อมาถูกประหารในวันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 1793 ข้อหาทรยศต่อประเทศชาติ (โปรดติดตามอ่านต่อตอนที่ 2)
เอกสารอ้างอิง
น้ำเงิน บุญเปี่ยม. (2518). ประวัติศาสตร์ยุโรปต้นยุคใหม่ ค.ศ. 2450 ถึง ค.ศ. 1782. กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคําแหง
มยุรี เจริญ. (2547). ประวัติศาสตร์ยุโรป 1. กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคําแหง
สมใจ ไพโรจน์ธีระรัชต์. (2540). ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสสมัยใหม่. กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคําแหง
อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง







