INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เส้นโค้งที่สองของสตีฟ จ้อปส์

เส้นโค้งที่สองของสตีฟ จ้อปส์

“The Second Curve – Thoughts on Reinventing Society” เป็นหนังสือ
เล่มหนึ่งเขียนโดยชาร์ล แฮนดี้ เมื่อพูดถึงเส้นโค้งที่สอง กำลังถามเราว่า
เราได้เรียนรู้ภายในหลักสูตรเอ็มบีเอของเราเกี่ยวกับวงจรชีวิตของ
องค์การ ด้วยระยะการเจริญเติบโตเต็มที่และการตกต่ำของมัน เขาได้
บอกว่าเราจะยอมรับวงจรนี้ ต้องรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีว้นหมดอายุ และ
นั่นมันเป็นความระมัดระวังที่จะเริ่มต้นลงทุนภายในโอกาสอื่น เมื่อธุรกิจ
ใดก็ตามของเราเข้าไปสู่ระยะการเจริญเติบโตของมัน อย่าเอาใข่ทุกใบ
ของเราใส่ตะกร้าใบเดียว ไม่ได้เป็นวิถีทางที่ฉลาดเกี่ยวกับธุรกิจและชีวิต
การทำสิ่งนี้ไม่ได้เป็นลางที่ดีต่อบริษัท ต่อบุคคล ชีวิตที่ไม่คิดค้นใหม่นำไปสู่ความหมองคล้ำ ถ้าไม่สิ้นหวัง
ชาร์ล แฮนดี ได้เล่าเรื่องราวเมื่อเขาอยู่ภายในไอร์แลนด์ เขาได้ขับรถยนต์ผ่านภูเขาดับลิน บนเส้นทางของเขาไปสู่อโวคาภายในมณฑลวิคโคลว์ เขาได้หลงทาง เขาหยุดและถามชายท้องที่คนหนึ่งจูงหมาของเขาอยู่ เพื่อการบอกทาง ชายคนนี้ชี้ลงไปที่หุบเขา และขึ้นไปที่ยอดของภูเขาข้างหน้า บอกเขาว่าเมื่อเขาไปถึงยอดและมองลงไป เขาจะมองเห็นอาคารสีแดงภายในระยะทาง – ดาวี’ส บาร์ แต่หนึ่งกิโลเมตรก่อนนั้น เขาต้องเลี้ยวขวาเพื่ออโวคา ตอนที่เขาขับรถยนต์ไป แต่เลี้ยวขวาไม่มี แล้วเขารับรู้ว่าอะไรที่ชายคนนี้หมายความ เขาต้องเลี้ยวขวาหนึ่งกิโลเมตรก่อนที่เขา
ไปสู่ยอดของภูเขา ความคิดของของเส้นโค้งได้กำเนิดขึ้น โดยมาก
การรับรู้ว่าเราควรจะเปลี่ยนแปลงเส้นทาง “หนึ่งกิโลเมตรก่อน” สาย
เกินไปหรือต้นทุนสูงเกินไป
เส้นโค้งรูปตัวเอสหลายเส้นไม่ใช่ไม่ได้ยินกันภายในโลกธุรกิจ การสร้าง
นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นจุดสำคัญเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน โดยมากเส้นโค้ง
รูปตัวเอสทางเลือกหรือใหม่มองไม่เห็น และนั่นเป็นตรงที่ความผู้นำที่มี
วิสัยทัศน์ถูกต้องการ


โดยปรกติเส้นโค้งเจริญเติบโตมีรูปร่างตัวเอส และเราเรียกมันว่าเส้น
โค้งรูปตัวเอสหรือเส้นโค้งซิกมอยด์ เพื่อที่จะรักษาอัตราการเจริญเติบ
โตที่สูง เราต้องพัฒนาเส้นโค้งรูปตัวเอสที่สองของเรา ก่อนที่มันสาย
เกินไปที่จะลงทุนเวลาและทรัพยากรของเรา
ชาร์ล แฮนดี ได้เสนอแนะว่าระยะเวลาที่ดีที่ดีของการเริ่มต้นเส้นโค้งใหม่ ไม่ใช่ภายหลังที่เราถึงจุดสูงสุดแล้ว แต่ก่อนที่เราถึงจุดสูงสุดของเส้นโค้งของเรา ด้วยการทำสิ่งนี้เรากำลังยึดการเปลี่ยนแปลง ก่อนมันได้เกิดขึ้น และมีทรัพยากร และจิตวิญญานที่จะเริ่มต้นบางสิ่งบ่างอย่างใหม่ หรือพัฒนาโอกาสเดิมที่จะเจริญเติบโตธุรกิจของเรา นำมันไปสู่จุดสูงสุดใหม่
กลับก้น บุคคลคิดถึงการเปลี่ยนแปลง หรือทำบางสิ่งบางอย่างแตกต่าง ต่อเมื่อพวกเขาได้ถึงวิกฤติเหมือนเช่นการเงิน การเจริญเติบโตตกต่ำ หรือ
การลงทุนถูกตัดลง ธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จคิดค้นใหม่ตัวพวกเขาเอง
ในขณะที่ธุรกิจยังคงบรรลุความสำเร็จอยู่ มันเป็นภูมิหลังของเเนวคิดเส้นโค้งซิกมอยด์ ของชาร์ล แฮนดี้ – ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มการวางแผนตาม
สถานการณ์ของรอเเยล ดัทช์ เชลล์ เส้นโค้งซิกมอยด์ ใช้ชื่อตาม ซิก
มอยด์ เป็นถ้อยกรีซ เพื่อตัวอักษรเอส มันเเสดงเส้นโค้งของวงจรชีวิต
ใหม่เกิดขึ้นจากเส้นโค้งชีวิตเดิม คล้ายมากกับตัวเอส
เส้นโค้งซิกมอยด์ ให้การเปรียบเทียบที่ดีเพื่อการคิดเกี่ยวกับการริเริ่มการเปลี่ยนแปลงภายในชีวิตของเรา – และธุรกิจและสังคมของเราด้วย ณ
จุดที่เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างปรากฏยังคงดีอยู่ ไม่ใช่รอเพื่อหลักฐานของการ
ตกต่ำเพื่อการกระทำ ชาร์ล แฮนดี ได้ให้ตัวอย่างของสตีฟ จ้อป เป็น
ผู้เชี่ยวชาญของเส้นโค้งที่สอง ก่อนที่แมคอินทอชใหม่ถึงจุดสูงสุดและ
ตกต่ำลง


ชาร์ล แฮนดี ได้อ้างการริเริ่มที่บรรลุความสำเร็จของไอพอด
ไอโฟน และไอแพด เป็นตัวอย่างคลาสสิคของการคิดเส้นโค้งที่สองภาย
ในธุรกิจ และใคร่ครวญสิ่งนี้จะดำเนินอยู่ต่อไปโดยไม่มีสตีฟ จ้อป หรือไม่
เขาได้เตือนเราว่าชีวิตเฉลี่ยของธุรกิจได้ลดลงจาก 40 ปีเป็น 14 ปี เป็น
อาการของการเร่งความเร็วของวงจรการเปลี่ยนแปลง และผลตามมา
ต้องรักษาการคิดค้นใหม่ตัวเราเอง
ชาร์ล แฮนดี ได้กล่าวว่า บริษัทที่อยู่รอดยาวนานที่สุดเป็นบริษัทที่ค้นหา
อะไรที่พวกเขาไม่เหมือนใครสามารถให้แก่โลก ไม่เพียงแค่เจริญเติบโต
หรือเงิน แต่ความเป็นเลิศของพวกเขา ความเคารพต่อบุคคลอื่นของพวก
เขา หรือความสามารถของพวกเขา ทำให้บุคคลมีความสุข บุคคลบางคน
เรียกสิ่งนี้ว่าวิญญาน
สิ่งที่ที่สร้างความสำเร็จไม่ได้รักษาความสำเร็จของเราอยู่เสมอ การก้าวไปที่รวดเร็วขึ้นของการเปลี่ยนแปลงกำลังลดความยาวของเส้นโค้งลง
อุตสาหกรรมที่บรรลุความสำเร็จคิดต้นตัวพวกเขาเองอยู่่เสมอ แม้ว่าอะไร
ยังคงดีอยู่ภายในธุรกิจ ทำการเปลี่ยนแปลงภายในระยะเวลาที่ดี ชาร์ล
แฮนดี ได้พูดเกี่ยวกับเส้นโค้งซิกมอยด์เป็นสัญลักษณ์เพื่อการเจริญเติบ
โต และการเปลี่ยนแปลงภายในหนังสือของเขา “The Age of Paradox”
เส้นโค้งซิกมอยด์เป็นเส้นโค้งวงจรชีวิตมาตรฐานอย่างหนึ่ง – ของต้นไม้
สัตว์ บริษัท อารยธรรม เขาได้ใช้เส้นโค้งซิกมอยด์ สร้างกรณีเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่มั่นคงอย่างยั่งยืน เส้นโค้งซิกมอยด์ หรือรูปร่างตัวเอส เป็นแนวคิดทางคณิตศาสตร์ใช้กันอย่่างกว้างขวางที่จะเป็นแบบอย่างวงจรชีวิตตามธรรมชาติ


ชาร์ล แฮนดี กล่าวว่า วันนี้ความเร็วของทุกเส้นโค้งดูเหมือนกำลังเพิ่มขึ้น
เพื่อที่จะรักษาการเจริญเติบโต บริษัทที่บรรลุความสำเร็จต้องพัฒนาเส้น
โค้งที่สองออกจากเส้นโค้งแรก แต่กระนั่นเส้นโค้งใหม่ต้องเริ่มต้นก่อนที่
เส้นโค้งแรกถึงจุดสูงสุด ณ จุดเอ เมื่อไม่มีอะไรที่แสดงความต้องการ
ที่จะเปลี่ยนแปลง บริษัทส่วนใหญ่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจนกระทั่งพวกเขา
เกิดตกใจ ณ จุดบี มันมักจะสายเกินไปแล้ว ตอนนั้นผู้นำได้สูญเสียความ
น่าเชื่อถือ ทรัพยากรได้หมดลงแล้ว เเละพลังเพื่อความคิดสร้างสรรค์ต่ำ
จุดเอเหมาะสมที่จะเริ่มต้นเส้นโค้วที่สอง ตรงที่เรามีเวลา ทรัพยากร และพลังที่จะได้เส้นโค้งใหม่ผ่านการสำรวจและความบากบั่นเริ่มแรกของมัน
ก่อนที่เส้นโค้งเริ่มต้นลดต่ำลง
แต่กระนั้นการเปลี่ยนแปลง ณ จุดเอทำให้เกิดช่วงเวลาของความสับสน
อย่างมาก แสดงโดยพื้นที่แลเงาภายในรูป ณ เวลานี้เรามีวัฒนธรรมตรง
กันข้ามและเเข่งขันกันสองอย่าง วิถีทางเก่า ผลิตภัณฑ์และบุคคลต้อง
ใช้ความพยายามของพวกเขาอยู่ต่อไปที่จะรักษาแรงเหวี่ยงของเส้นโค้ง
แรก แต่กระนั้นในขณะเดียวกัน บริษัทต้องทดลองด้วยวิถีทางใหม่และ
ความคิดใหม่ ความท้าทายของเส้นโค้งที่สองคือ การหาวืถีทางที่จะเริ่ม
ต้นเส้นโค้งที่สอง ในขณะที่ยังคงสร้างบนความสำเร็จอยู่ การเรียนรู้และ
การเจริญเติบโตเต็มที่ได้จากเส้นโค้งแรก


ดังคำพูดอ้างอิงที่มีชื่อเสียงจากซีอีโอตำนานของเจ็นเนอรัล อีเล็คทริค แจ็ค เวลซ์ กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงก่อนที่เราจำเป็นต้องเปลี่ยน
แปลง” ผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลงจะทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนบุคคล ผู้นำต้องรับเอาและเสริมแรงการเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ ถ้าโลกภายนอกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าบุคคลถายในแล้ว บริษัทจะกลายเป็นล้าหลังทันที แม้ว่าว่าจีอีจะยังคงเข้มแข็งอยู่ แจ็ค เวลซ์เชื่อว่าจีอีต้องเปลี่ยนแปลงก่อนที่เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะตอบสนองต่อการแช่งขันในอนาคต
แจ็ค เวลซ์ กล่าวว่า เมื่ออัตราของการเปลี่ยนแปลงบนข้างนอกมากกว่าอัตราการเปลี่ยนแปลงบนข้างใน จุดจบใกล้จะมาถึงแล้ว ถ้าธุรกิจไม่นำหน้าของเส้นโค้งการเปลี่ยนแปลง ในไม่ช้ามันจะพบตัวมันเองภายในความยุ่งยาก
การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ดี อย่ากลัวมัน เขายืนยันว่าผู้บริหารของเขาทุกคน รับเอาการเปลี่ยนแปลงไว้ ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ – สภาวะตลาด สภาพเเวดล้อมธุรกิจ ความก้าวหน้าภายในเทคโนโลยี และเเม้แต่คู่เเข่งขันของเรา ผู้บริหารทุกคนต้องเปิดกว้างที่จะสร้างใหม่ตัวพวกเขาเอง และทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาทำ
ความเต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นจุดเเข็ง การเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนที่สำคัญของความเป็นจริงภายในธุรกิจ ความคิดใหม่เป็นเส้นเลือดของ
ธุรกิจ และรากฐานเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ การทำให้
บริษัทของเรากลายเป็นองค์การเรียนรู้ กระตุ้นการไหลอย่างเสรีของ
การสื่อสาร และการแแลกเปลี่ยนความคิด การสร้างกำลังงานที่เชื่อมั่น
อย่่างแท้จริง ความเชื่อมั่นเป็นส่วนผสมที่สำคัญขององค์การเรียนรู้ใด
ก็ตาม ข้อกำหนดเพื่อการได้ชัยชนะคือ ความรวดเร็ว ความเรียบง่าย
และความเชื่อมั่นตนเอง บุคคลที่เชื่อมันตนเองเปิดกว้างต่อความคิดที่ดี
ไม่คำนึงถึงแหล่งที่มาของมัน และเต็มใจที่จะร่วมกับมัน
เราต้องเผชิญความเป็นจริง แล้วกระทำอย่างแน่วแน่ ความผิดพลาดส่วน
ใหญ่ที่ผู้นำทำเกิดขึ้นจากไม่เต็มใจเผชิญกับความเป็นจริง และกระทำกับ
มัน แจ็ค เวลซ์ ชอบที่ขะพูดว่า เราต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่เป็นอยู่ ไม่ใช่ความเป็นจริงที่ควรจะเป็น หรือความเป็นจริงที่อยากจะให้เป็น เขาได้จัดการความเป็นจริงของจีอี ด้วยการมองอย่างใกล้ชิด ณ ทุกการดำเนินงาน และทำการเปลี่ยนแปลงทันที เขาอาจจะมองไม่เห็นความเป็นจริงตามที่เขาอยากจะให้เป็น แต่เขาจะกำหนดความเป็นจริงของจีอีให้เป็นภาพความคิดของเขาเอง
ต้นกำเนิดของการเผชิญกับความเป็นจริงของแจ็ค เวลซ์ สามารถย้อนหลังกลับไปยังวัยเด็กของเขา แม่ของเขาจะกระตุ้นเขาอยู่เสมอ แจ็ค อย่าหลอกตัวเอง มองอะไรตามที่พวกมันเป็นอยู่ ไม่ใช่ตามที่เราอยากจะให้เป็น แจ็ค เวลซ์ไม่เคยลืมบทเรียนนี้เลย การเผชิญความเป็นจริงได้มีบทบาทที่ล้ำค่าต่อความสำเร็จของเขา แจ็ค เวลซ์ ได้กล่าวว่าธุรกิจเหมือนกับชีวิต ลดลงมาให้เป็นสิ่งเดียวคือ การเผชิญกับความเป็นจริง และทำการตัดสินใจอย่างถูกต้องบนความเป็นจริงนั้น
เมื่อแจ็ค เวลซ์ กลายเป็นซีอีโอของจีอี บุคคลส่วนใหญ่คิดว่าจีอีเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ แต่เขามองว่าจีอีกำลังยุ่งยาก บริษัทกำลังสูญมูลค่าตลาดอย่างมาก และกำลังจมด้วยน้ำหนักของระบบราชการของตัวเอง แม้ว่าบุคคลส่วนใหญ่คิดว่าเขาควรจะเคารพบริษัทและประวัติของบริษัท แจ็ค เวลซ์ ได้ตัดสินใจเริ่มต้นการปฏิรูป และการสร้างบริษัทขึ้นมาใหม่จากบนลงล่าง
ณ หัวใจของการปฏิรูปของแจ็ค เวลซ์ คือ การเผชิญกับความเป็นจริง ตั้งแต่วันแรกของการเป็นซีอีโอ เขาต้องแน่ใจอยู่เสมอที่จะมองอะไรที่เป็นจริง เขาไม่เคยหลอกตัวเองด้วยการคิดว่าอะไรจะดีขึ้นด้วยตัวมันเอง เมื่อเขาได้รับรู้ความเป็นจริงแล้ว เขาจะต้องดำเนินกลยุทธ์ที่ทำให้อะไรดีขึ้น
การเผชิญกับความเป็นจริงมักจะหมายความถึงการพูดและการทำอะไรที่ไม่เป็นที่นิยม ใครต้องการได้ยินว่าธุรกิจไม่ดี หรืออะไรไม่ดีขึ้น แต่แจ็ค เวลซ์ เชื่อว่า การยึดอยู่กับความเป็นจริงเท่านั้น จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ถ้าเราเพียงแต่อยู่บนเส้นทาง การบอกว่าบุคคลต้องเผชิญกับความเป็นจริงเท่านั้น

เมื่อปลาย ค.ศ 1970 แอปเปิ้ลเป็นหนึ่งของบริษัทก่อตั้งของการปฏิรูปคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล บริษัทขายแอปเปิ้ลทูสี่ล้านเครื่อง นานกว่าสองทศวรรษ แอปเปิล คอมพิวเตอร์เป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
ที่ดีเด่น มีทั้ง แอปเปิลทู แมคอินทอช และพาวเวอร์ แมค ไลน์ ต่อมาแอปเปิลได้เผชิญกับยอดขายที่ตกต่ำลงระหว่าง ค.ศ 1990 ผลตามมา
ดังที่เราทุกคนรู้กัน สตีฟ จ้อปที่ได้ถูกขับออกไปจากบริษัทเมื่อ ค.ศ 1985 ได้ถูกเชิญกลับมาสู่แอปเปิ้ลเมื่อ ค.ศ 1996
เพื่อที่จะให้เเอปเปิ้ลกลับมาสู่ความสำเร็จ สตีฟ จ้อป ได้สร้างเส้นโค้งที่สองด้วยการเปิดตัวไอโฟนเครื่องเเรกต่อโลกอย่างน้อยที่สุดสิบแปดเดือน ก่อนที่เทคโนโลยีพร้อมเพื่อเวลาที่ดี ด้วยคำพูดของบุคคลส่วนใหญ่ สตีฟ
จ้อป เป็นบุคคลยากที่จะทำงานด้วย แต่เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญของเส้นโค้ง
ที่สอง ณ ระยะเวลาที่เเมคอินทอชบรรลุความสำเร็จ สตีฟ จ้อปและทีม
สร้างสรรค์ของเขา ได้วางแผนพร้อมแล้วที่จะเข้าไปสู่ธุรกิจดนตรีด้วย
ไอพอด เมื่อผลิตภัณฑ์เริ่มต้นยึดครองตลาด สตีฟ จ้อป ได้เริ่มต้นพร้อมที่แล้วที่จะออกแบบไอโฟน ผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อธุรกิจที่แตกต่างกันมาก แล้ว
ตามมาเมื่อบรรลุความสำเร็จแล้วด้วยไอเเพด เส้นโค้งใหม่แต่ละเส้นได้ถูก
คิดก่อนที่เส้นโค้งสุดท้ายถึงจุดสูงสุด แต่ละเส้นโค้งใหม่เจริญเติบโตจากเส้นโค้งที่แล้ว แต่ขายภายในตลาดที่แตกต่างกันมาก บนการเผชิญความเสี่ยงภัยที่อันตราย แต่สตีฟ จ้อปใช้เส้นโค้งต่อไปอย่างมีเหตุผล
วันนี้ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลดูเหมือนเป็นครอบครัวที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ การคิดเส้นโค้งที่สองของแปเปิ้ลจะมีอยู่ต่อไป ณ แอปเปิ้ล หรือไม่ เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ เพราะว่าการคิดเส้นโค้งที่สองไม่ได้เกิดขึ้นง่าย มันต้องการจินตนาการ สัญชาติญาน และการหยั่งรู้ มากกว่าการวิเคราะห์ที่มีเหตุผล
เมื่อสตีฟ จ้อป เปิดตัวรุ่นแรกของไอโฟนเมื่อ ค.ศ 2007 โนเกียได้ตอบ
สนองด้วย :
เราเชื่อว่าสมารทโฟนจะเเสดงบทบาทที่สำคัญภายในชีวิตประจำวัน
ของเรา มันจะเป็นแพลตฟอร์มใช้ปฏิบัติการแอปส์ทุกอย่าง เหมือนที่
เราปฏิบัติการบนคอมพิวเตอร์ และจะนำเสนอลูกค้าด้วยประสบการณ์
ผู้ใช้ที่สดใส เช่น เราจะสื่อสารกับแอปส์เเละสมารทโฟนอย่างไร มันจะ
แทนที่อุปกรณ์หลายอย่างที่เรากำลังใช้อยู่วันนี้ เช่น กล้องถ่ายรูป เครื่องคำนวณ เครื่องเล่นดนตรี โนเกียจะเป็นผู้นำของคลื่นของนวัตกรรมนี้
เราจะลงทุนอย่างหนักภายในแพลตฟอร์มสมารทโฟนที่หลากหลายมีทั้ง
แอนดรอยด์ วินโดว์ โฟน และโอเอส ซิมเบียนของเราเอง
โนเกียประเมินค่าต่ำเกินไปมากต่อผลกระทบพฤติกรรมของลูกค้าของ
แอปเปิ้ล และเเอปเปิลได้กระตุ้นตลาดมากน้อยแค่ไหน โนเกียจ่ายสูงมาก
ต่อความผิดพลาดของพวกเขา เมื่อเเอปเปิลเปิดตัวไอโฟนครั้งแรกเมื่อ
ค.ศ 2007 โนเกียยึดครองส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์มือถีอของโลก 48.7% ต่อจากนั้นจนพวกเขาได้ถูกซื้อโดยไมโครซอฟท์ ส่วนแบ่งตลาดของ
โนเกียได้ลดลงอย่างรวดเร็วจนถึงจุดต่ำสุด 3.1% ภายในเพียงแค่หกปี
ผู้นำโลกนี้ภายในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือได้สูญเสียบัลลังก์ และลืม
โดยลูกค้า
ความล้มเหลวของโนเกียไม่สามารถอธิบายด้วยเหตุผลเดียวที่เรียบง่าย
เหตุผลพื้นฐานอย่างหนึ่งเกิดขึ้นจากความไม่สามารถของพวกเขาตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอุปสงค์ของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ และ
ความล้มเหลวของพวกเขาที่จะคิดค้นใหม่ธุรกิจด้วยความรู้สึกของความ
เร่งด่วน
สตีป จ้อปสามารถทำอะไรที่ผู้บริหารอื่นส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ หรือไม่กล้า
ที่จะทำ เขาอาจจะไม่คุ้นเคยกับแนวคิดเส้นโค้งที่สองของชาร์ล แฮนดี
แต่กระนั้นมันได้เป็นสิ่งที่เขาดำเนินการ สตีฟ จ้อป ได้เริ่มต้นคิดเกี่ยว
กับการหาเส้นโค้งรูปตัวเอสใหม่ ก่อนที่เส้นโค้งรูปตัวเอสเดิมหมดอายุ
อย่ารอจนกระทั้งธุรกิจเดิมสูญเสียกระเเส คิดค้นเมื่อเรารู้สึกสบายใจ
มากที่สุด เส้นโค้งที่สองกระตุ้นการเปลี่ยนแปลง เมื่อธุรกิจยิ่งใหญ่ และ
เเรงจูงใจสูง ไม่ใช่ภายในระยะตกต่ำ เมื่อความสิ้นหวังและความใจเย็น
อาจจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ
ชาร์ล แฮนดี ได้แนะนำแนวคิดเมล็ดทองคำ – ความสามารถเฉพาะของ
บุคคล ภายในเราแต่ละคนมีเมล็ด
ของความเป็นไปได้ และเมื่อเราพบเมล็ดนี้และเลี้ยงดูมัน เมล็ดนี้สามารถนำไปสู่ความสมหวังของเราได้ เมล็ดทองคำทำให้มันกลายเป็นต้นไม้ที่
บรรลุความสำเร็จ สังคมโดยส่วนรวมมีความรับผิดชอบที่จะยอมให้เมล็ด
ของเราเจริญเติบโต
ต่อผู้บริหาร พ่อเเม่ และครู – ปลูกเมล็ดทองคำ เป็นของขวัญสำคัญที่
สุดที่เราสามารถให้แก่บุคคลบางคน เพื่อที่จะปลูกเมล็ดทองคำ บางสิ่ง
บางอย่างที่พวกเขาทำได้ดี และชี้มันให้พวกเขาเห็น ถ้าพวกเขาไว้วางใจเรา มันสามารถให้ความเชื่อมั่นแก่พวกเขา ไปและบรรลุบางสิ่งบางอย่างกับมัน ชาร์ล แฮนดี กล่าวว่า บุคคลที่บรรลุความสำเร็จสูงถูกให้เมล็ดทองคำภายในยี่สิบปีเเรกของชีวิตของพวกเขา ดังนั้นออกไปและปลูกเมล็ดทองคำ
ชาร์ล แฮนดี กล่าวว่า ณ แกนของเรา เราแต่ละคนครอบครองเมล็ด
ทองคำ มันเป็นบางสิ่งบางอย่างที่เราสามารถมีส่วนช่วยต่อโลก เรา
อาจจะไม่รู้มันคืออะไร แต่บุคคลบางคนจากภายนอกสามารถมอง
เห็นมัน บุคคลนั้นอาจจะเป็นครู พ่อเเม่ หรือบางทีเพื่อน ชาร์ล แฮนดี
เสนอแนะว่าเราควรจะมีบุคคลบางคนภายในองค์การระบุเมล็ดทองคำ
ของบุคคลอื่น ถ้าเรารู้เมล็ดทองคำของเราคืออะไร และเราใส่ปุ๋ยและให้น้ำกับมัน มันสามารถให้ความเชื่อมั่นอย่างมากแก่เรา และเราสามารถ
ยืนอยู่เหนือโลกได้

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *