อัลเบิรต ไอน์สไตล์ เปิดกล่องแพนโดรา

อัลเบิรต ไอน์สไตล์ เปิดกล่องแพนโดรา
บุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนได้ไปเยี่ยมวินสตัน เชอร์ชิล ณ ชาร์ตเวลล์ ท่ามกลางผู้มาเยี่ยมวินสตัน เชอร์ชิล เมื่อ 1933 เป็นอัลเบิรต ไอน์สไตน์กำเนิดเยอรมัน อยู่ภายในอเมริกาเมื่ออดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ขึ้นมาสู่อำนาจการเป็นชาวยิวไม่ว่าชื่อเสียงของเขาและโนเบิล ไพร์ของเขาไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้ ภายในการเป็นยิวตามสายตาของนาซี เขาเป็นผู้ถูกขับไล่คนหนึ่ง อัลเบิรต ไอน์สไตน์อายุอ่อนกว่าวินสตัน เชอร์ชิลห้าปีไปเยี่ยมเขาที่ชาร์ตเวลล์ ตรงที่เขาได้ขอความช่วยเหลือของวินสตัน เชอร์ชิลภายในการนำนักวิทยาศาสตร์ยิวออกมาจากเยอรมัน เชอร์ชิลตอบสนองทันที กระตุ้นให้เพื่อนของเขาอาจารย์ เฟรดเดอริค ลินเดอมานน์ อยู่ที่ชาร์ตเวลล์ระหว่างการมาเยี่ยมของไอน์สไตน์ เดินทางไปเยอรมัน และเเสวงหานักวิทยาศาสตร์ยิวที่เขาสามารถพบเพื่อสถานที่ ณ มหาวิทยาลัยอังกฤษลินเดอมานน์ ได้ทำตามนั้น ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของมหาวิทยลัยอังกฤษทั่วประเทศ เขาสามารถนำเสนอสถานที่มหาวิทยาลัยแก่นักวิทยาศาสตร์ยิวของเยอรมัน อัลเบิรต ไอน์สไตล์ นักฟิสิกส์ ไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรงภายในการสร้างระเบิดปรมาณู เเต่เขาเป็นเครื่องมือต่อการสนับสนุนการพัฒนาของมันเมื่อ ค.ศ 1905 เป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎีสัมพัทธภาพของเขา เขาได้สร้างจุดกระตุ้นว่าพลังงานจำนวนมากสามารถถูกปล่อยออกมาจากจำนวนเล็กน้อยของสสาร มันถูกแสดงโดยสมการ E = mc2 ระเบิดปรมาณูได้แสดงหลักการนี้อย่างชัดเจนแต่ระเบิดปรมาณูไม่ได้เป็นอะไรที่ไอน์สไตล์มีภายในใจเมื่อเขาพิมพ์สมการนี้ ที่จริงแล้วเขาพิจารณาตัวเขาเองเป็นผู้รักความสงบ เมื่อ ค.ศ 1929 เขาได้ประกาศสาธารณะว่าถ้าสงครามระเบิดขึ้น เขาจะไม่ยอมอย่างไม่มีเงื่อนไขรับใช้สงคราม ทางตรงหรือทางอ้อม…..ไม่มองถึงสาเหตุของสงครามจะถูกพิจารณาอย่างไร แต่จุดยืนของเขาได้เปลี่ยนแปลงเมื่ออดอล์ฟ ฮิตเลอร์ขึ้นมามีอำนาจภายในเยอรมันในขณะที่เขายังคงส่งเสริมสันติภาพ อัลเบิรต ไอน์ไสน์ไม่พิจารณาตัวเขาเองก่อนหน้านี้ของการผู้รักความสงบอย่างแน่วแน่

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ กลายเป็นนายกรัฐมนตรีของเยอรมันเมื่อ ค.ศ 1933 และห้าสัปดาห์ต่อมา นาซีได้สร้างค่ายกักกันเเห่งแรกของพวกเขา เมื่อ ค.ศ 1935 นาซีได้ออกกฏหมายนูเรมเบิรก กฏหมายความบริสุทธิ์ทางเชื้อชาติแก้ผ้าชาวยิวเยอรมันของความเป็นพลเมืองของพวกเขาความรุนแรงเริ่มต้นทันทีเมื่อ ค.ศ 1938 เมื่อนาซีได้ทำลายธุรกิจ บ้านโรงพยาบาล และสุเหร่าของยิว ฆ่าผู้ชายยิวเกือบ 100 คน และจับกุมประมาณ 30,000 คนกลายเป็นที่รู้จักกันเป็น “คืนกระจกแตก” เมื่อ ค.ศ 1939 ผู้อพยพชาวยิว 300,000 คนได้หลบหนีจากอาณาเขตที่นาซีควบคุม เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงเมื่อ ค.ศ 1945 ชาวยิวหกล้านคนและเหยื่อรายอื่นได้เสียชีวิตภายในโฮโลคอสต์ อัลเบิรต ไอน์สไตน์ ได้เรียนรู้เหตุการณ์เศร้าสลดตีแผ่ภายในบ้านก่อนหน้านี้ของเขาจากบ้านใหม่ของเขาภายในอเมริกา เมื่อทศวรรษก่อนหน้านี้ เขาได้ยืนยันอย่างรุนเเรงต่อต้านสงคราม แต่ในขณะนี้อัลเบิรต ไอน์สไตน์ยอมรับว่าสงครามเป็นทางเลือกเดียวเท่านั้นการลุกขึ้นของลัทธินาซีภายในเยอรมันระหว่าง ค.ศ 1930 และความเชื่อว่าอดอล์ฟ ฮิตเลอร์สามารถพ่ายแพ้ด้วยกองกำลังทหารเท่านั้น อัลเบิรต ไอนสไตคิดใหม่ทันทีต่อมุมมองผู้รักความสงบอย่างเข้มงวดของเขา จำนวนเพิ่มขึ้นของผู้อพยพยิวกำลังหลบหนีจากเยอรมัน นำมากับพวกเขาด้วยเรื่องราวที่น่ากลัวของการข่มเหงของนาซี อัลเบิรต ไอน์สไตน์เป็นชาวยิวด้วย เขาได้หลบหนีไปอเมริกาเมื่อ ค.ศ 1932 เมื่ออดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ขึ้นมาสู่อำนาจเมื่อ ค.ศ 1933 อัลเบิรต ไอน์สไตน์ ชาวพื้นเมืองของเมืองอูล์มเยอรมันทางใต้ ได้สอนทฤษฎีสัมพัทธภาพของเขาอยู่แล้วภายในอเมริกาชื่อเสียงของอัลเบิรต ไอน์สไตนเเละความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของทฤษฎีของเขาสร้างปฏิกิริยาอย่างรุนเเรง การลุกขึ้นของขบวนการนาซีพบเป้าหมายที่ใกล้มือภายในทฤษฎีสัมพัทธภาพ เรียกชื่อมันว่ ฟิสิกส์ยิว และสนับสนุนการประชุมและเผาหนังสือประนาฌอัลเบิรตไอน์สไตน์เเละทฤษฎีของเขา นาซี เยอรมันได้ขอความช่วยเหลือนักฟิสิกส์คนอื่นมีทั้งฟิลลิป เลอนาร์ด รางวัลโนเบล และโจฮานนส์ สตารค วิจารณ์ไอสไตน์เมื่อ ค.ศ 1932 อัลเบิรต ไอน์สไตน์ ได้ตัดสินใจออกจากเยอรมันตลอดกาล เขาจะไม่กลับมาอีก มันกลายเป็นชัดเจนต่ออัลเบิรต ไอน์สไตน์ว่าภรรยาของเขาอยู่ภายในอันตราย องค์การนาซีได้พิมพ์วารสารด้วยภาพและคำอธิบายภาพ “ยังไม่ถูกแขวนคอ” บนหน้าปก แม้แต่มันมีราคาบนศรีษะของเขาระหว่างปลาย ค.ศ 1930 นักพิสิกส์ได้เริ่มต้นอย่างจริงจังพิจารณาสมการของเขา E = mc2 อาจจะทำให้ระเบิดปรมาณูเป็นไปได้หรือไม่ เมื่อ ค.ศ 1920 อัลเบิรต ไอน์สไตน์ได้ปล่อยมันเปิดกว้างถ้าวิธึการสามารถถูกพบที่จะขยายพลังของอนุภาคได้เมื่อ ค.ศ 1939 นักฟิสิกส์ ลีโอ ซิลาร์ด ได้ชักจูงอัลเบิรต ไอนสไตน์ว่าเขาควรจะส่งจดหมายไปยังประธานาธิบดีแฟรงคลิน รูสเวลท์ กระตุ้นเขาพัฒนาระเบิดปรมาณู ด้วยการนำทางของอัลเบิรตไอน์สไตน์ ลีโอ ซิลาร์ด ร่างจดหมายที่อัลเบิรต ไอน์สไตนได้ลงนาม และเอกสารได้จัดถูกส่งไปที่แฟรงคลินรูสเวลท์โดยที่ปรึกษาเศรษฐกิจคนหนึ่งของเขา แฟรงคลิน รูสเวลท์ ได้เขียนตอบกลับ บอกกล่าวอัลเบิรต ไอน์สไตน์ว่าเขาได้เเต่งตั้งคณะกรรมการยูเรเนียมศึกษาเรื่องนี้แล้วอัลเบิรต ไอนสไตน์ ได้รับที่อยู่อาศัยถาวรภายในอเมริกาเมื่อ ค.ศ 1935 และกลายเป็นชาวอเมริกันเมื่อ ค.ศ 1940 เเม้ว่าเขาได้เลือกรักษาความเป็นพลเมืองสวิสของเขาไว้ ระหว่างสงครามเพื่อนร่วมงานของไอน์สไตน์ได้ถูกขอให้เดินทางไปเมืองทะเลทรายของลอส อลามอส นิว เม็กซิโกพัฒนาระเบิดลูกแรกเพี่อโครงการแมนฮัตตัน ไอน์สไตน์ บุคคลที่สร้างทฤษฎีสัมพัทธภาพไม่ได้ถูกขอให้มีส่วนร่วม เพราะว่ารัฐบาลอเมริกันกลัวการเชื่อมโยงตลอดชีวิตของอัลเบิรต ไอน์สไตล์กับสันติภาพและองค์การสังคมนิยมเมื่อ ค.ศ 1939 หนึ่งเดือนก่อนการระเบิดขึ้นของสงครามโลกครั้งที่สองอัลเบิรต ไอน์สไตน์ ได้ลงนามจดหมายสองหน้าแก่ประธานาธิบดีแฟรงคลิน รูสเวลท์ ช่วยนำอเมรกาไปสู่การเเข่งขันทางอาวุธนิวเคลียร์ และเปลี่ยนแปลงเส้นทางของประวัติศาสตร์ อัลเบิรต ไอน์สไตล์ อยู่ภายในอเมริกา การหลบหนีจากเยอรมันเมื่อนาซีขึ้นมาสู่อำนาจ เขาได้เรียนรู้ว่านักวิทยาศาสตร์เยอรมันได้ค้นพบการเเยกนิวเคลียร์ นำไปสู่การสร้างระเบิดปรมาณูอัลเบิรต ไอน์สไตน์ เป็นนักเคลื่อนไหวสันติภาพ เเละผู้สนับสนุนที่มั่นคงของสหพันธรัฐโลกเเละกฏหมายโลก เขาชอบหลักการของสังคมนิยมการยืนยันว่ามันเป็นระบบอุดมคติที่แก้ไขอะไรที่เขารับรู้เป็นข้อบกพร่องทางสังคมโดยธรรมชาติของทุนนิยม อัลเบิรต ไอน์สไตน์ ได้ตั้งรกรากที่สถาบันเพื่อการศึกษาความก้าวหน้า ณ พรินซ์ตัน นิวเจอร์ซี่ ในไม่ช้ามันได้กลายเป็นเมกกะเพื่อนักฟิสิกส์จากทั่วโลก บทความหนังสือพิมพ์ได้ประกาศว่า โป้ปของฟืสิกส์ได้ออกไปจากเยอรมัน และพรินซ์ตันได้กลายเป็นวาติกันใหม่เมื่อนักฟิสิกส์อพยพสามคนได้บอกความลับอัลเบิรต ไอน์สไตน์ว่านาซีอาจจะกำลังพัฒนาอาวุธใหม่ ระเบิดปรมาณู เขาได้ตัดสินใจดำเนินการบางอย่าง แม้ว่าการขอร้องก่อนหน้านี้ของเขาต่อรัฐบาลขจัดอาวุธสงคราม อัลเบิรต ไอน์สไตน์ได้ส่งจดหมายถึงประธานาธิบดีแฟรงคลิน รูสเวลท์เมื่อ ค.ศ 1939 เตือนเขาต่อปรากฏการณ์ใหม่นำไปสู่การสร้่างระเบิดปรมาณู และเสนอเเนะว่าอเมริการควรจะเร่งโครงการวิจัยอาวุธปรมาณู อัลเบิรต ไอน์สไตน์ได้ลงนามจดหมายฉบับนี้ และโครงการแมนฮัตตัน ความพยายามของอเมริกาที่จะสร้างระเบิดปรมาณูได้เริ่มต้นเมื่อ ค.ศ 1941เมื่อ 9 สิงหาคม ค.ศ 1945 อเมริกา ได้ทิ้งระเบิดปรมาณูลงสู่นางาซากิ ญี่ปุ่น ภายหลังสามวันได้ทิ้งระเบิดปรมาณูลงสู่ฮิโรชิมาเมื่อสิ้น ค.ศ 1945 บุคคลประมาณ 200,000 คนได้เสียชีวิตภายในสองเมืองนี้ของญี่ปุ่น การทิ้งระเบิดปรมาณูญี่ปุ่นเกิดขึ้นภายหลังสามเดือนการยอมแพ้ของเยอรมัน อัลเบิรต ไอน์สไตน์ ได้ระงับการวิจารณ์สาธารณะของการทิ้งระเบิดปรมาณูญี่ปุ่น จนกระทั่งภายหลังหนึ่งปี บทความสั้นบนหน้าเเรกของนิวยอร์ค ไทม์ บรรจุมุมมองของเขา อัลเบิรต ไอน์สไตน์…….. กล่าวว่าเขามั่นใจว่าประธานาธิบดีเเฟรงคลิน รูสเวลท์จะต้องห้ามการทิ้งระเบิดปรมาณูฮิโรชิมา ถ้าเขายังคงมีชีวิตอยู่ ต่อมาอัลเบิรต ไอสไตน์ ได้เขียนว่า ผมได้กล่าวโทษอยู่เสมอของการใช้ระเบิดปรมาณูต่อญี่ปุ่นอัลเบิรต ไอน์สไตน เตือนบุคคลซ้ำแล้วซ้ำอีก ผมไม่ได้พิจารณาตัวผมเองเป็นบิดาของการปล่อยพลังปรมาณู การมีส่วนร่่วมของผมต่อมันค่อนข้างเป็นทางอ้อม แต่กระนั้นอัลเบิรต ไอน์สไตน์ ได้ถูกถามอยู่บ่อยครั้งอธิบายบทบาทของเขา เมื่อบรรณาธิการวารสารญี่ปุ่นถามเขา ทำไมคุณร่วมมือภายในการสร้างระเบิดปรมาณู รู้อย่างดีต่อพลังการทำลายของมันเมื่อ ค.ศ 1954 ห้าเดือนก่อนการเสียชีวิตของเขา อัลเบิรต ไอน์สไตล์ ได้สรุปความรู้สึกของเขาเกี่ยวกับบทบาทของเขาต่อการสร้างระเบิดปรมาณู ผมทำความผิดที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งภายในชีวิตของผม……เมื่อผมได้ลงนามจดหมายแก่ประธานาธิบดี แฟรงคลิน รูสเวลท์ เสนอเเนะว่าระเบิดปรมาณูต้องสร้าง แต่มันเป็นการอ้างเหตุผลบางอย่าง อันตรายที่เยอรมันจะสร้างมันคำตอบของอัลเบิรต ไอน์สไตน์อยู่เสมอว่าการกระทำของเขาเพียงแค่การเขียนจดหมายแก่ประธานาธิบดีแฟรงคลิน รูสเวลท์ เเนะนำว่าอเมริกาต้องวิจัยระเบิดปรมาณู่ก่อนที่เยอรมันสามารถทำได้สำเร็จเขาได้เสียใจแม้แต่การใช้ขั้นตอนนี้ เขากล่าวว่า ถ้าผมรู้ว่าเยอรมันไม่บรรลุความสำเร็จกับการพัฒนาระเบิดปรมาณู ผมจะไม่ทำอะไรเลย เมื่อ ค.ศ 1933 ไม่กี่เดือนภายหลังที่ได้เนรเทศตัวเขาเองตลอดกาลจากบ้านเยอรมันภายในเบอร์ลินของเขาตรงที่เชามีชีวิตตั้งแต่ ค.ศ 1914 อัลเบิรต ไอน์สไตน์ พบตัวเขาอาศัยอยู่คนเดียวอย่างกระทันหันภายในกระท่อมตั้งอยู่ภายในพื้นที่ชนบทของอังกฤษสภาพแวดล้อมเป็นบ้านพักวันหยุดดูแล้วโบราณ หรือกระท่อมวันหยุดดังที่มันรู้จักกันภายในอังกฤษ ใกล้เมืองโครเนอร์ข้างทะเลที่สงบ ผู้ชาย ณ ศูนย์กลางของภาพคือ อัลเบิรต ไอน์สไตน์ วันนี้ยังคงเป็นใบหน้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งบนโลก ผู้หญิงและผู้ชายสองคนติดอยู่ภายในภาพด้วย พวกเธอเป็นผู้คุ้มกันส่วนตัวของอัลเบิรต ไอน์สไตน์ ว่าจ้างโดยขุนนางอังกฤษร่ำรวยคุ้มครองนักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงของโลกจากการลอบสังหารของนาซี

ลีโอ ซีลาร์ด นักฟิสิกส์อเมริกันเกิดฮังการี ได้ถูกจดจำดีที่สุดต่อการเป็นนักวิทยาศาตร์คนแรกเรียกหาการพัฒนาระเบิดปรมาณู ต่อมาได้ต่อต้านการใช้ของมัน เขารู้จักกันดีที่สุดต่อผลงานบุกเบิกของเขาภายในฟิสิกซ์นิวเคลียร์ การค้นพบปฏิกิริยาลูกโซ่นิวเคลียร์ การมีส่วนร่วมของเขาภายในโครงการแมนฮัตตัน ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง และการคัดค้านของเขาต่อการแข่งขันสร้างอาวุธนิวเคลีย์ภายในยุคหลังสงครามลีโอ ซีลาร์ด ได้อพยพไปอเมริกาเมื่อ ค.ศ 1938 เขาเป็นแหล่งที่มาของการบันดาลใจต่อจดหมายสองฉบับ หนึ่งเดือนก่อนการเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่สอง ลีโอ ซีนาร์ด นักฟิสิกซ์ ได้พยายามชักจูงอัลเบิรต ไอน์สไตน์ส่งจดหมายแก่ประธานาธิบดีแฟรงคลิน รูสเวลท์ ลงนามโดยอัลเบิรต ไอน์สไตน์เมื่อ ค.ศ 1939 ทำนองเดียวกับผู้อพยพชาวฮังการีคนอื่นมาจากเยอรมันของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ลีโอ ซีลาร์ด ได้รับรู้อย่างดีว่านาซีได้ใช้การค้นพบระเบิดปรมาณูของพวกเขา เพื่อความทะเยอทะะยานต่อการทำสงครามโลกหนึ่งเดือนก่อนการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง นักฟิสิกซ์คนเดียวกัน ลีโอ ซีลาร์ด ได้ชักจูงนักฟิสิกส์คนอื่น 69 คนส่งจดหมายแก่ประธานาธิบดี แฮร์รี ทรูแมน เขาได้ร่างคำร้องแก่ประธานาธิบดีเมื่อ ค.ศ 1945 ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้ระเบิดปรมาณูต่อญี่ปุน ลงนามโดยนักฟิสิกส์เหล่านี้ แต่ คำร้องของพวกเขาไม่เคยถูกมองเห็นโดยประธานาธิบดีเลยเมื่อ ค.ศ 1939 ลีโอ ซีลาร์ด แสดงบทบาทที่สำคัญท่ามกลางพวกที่เปิดกล่องแพนโดราจากเกิดขึ้นของอาวุธนิวเคลียร์สร้างสันติภาพของความกลัวร่วมกันในปัจจุบันนี้ เนื่องจากอันตรายที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์อาจจะเป็นบุคคลแรกที่มีระเบิดปรมาณู อัลเบิรต ไอน์สไตน์ได้ลงนามจดหมายแก่ประธานาธิบดีแฟรงคลิน รูสเวลท์ร่างโดยลีโอซีลาร์ด อัลเบิรต ไอน์สไตน์ ถ้าผมรู้ว่าความกลัวไม่สมเหตุผล ผมจะไม่มีส่วนร่วมภายในการเปิดกล่องแพนโดราเลย หรือลงนามจดหมายของลีโอ ซีลาร์ด ส่งแก่ประธานาธิบดีแฟรงคลิน รูสเวลท์ต่อความไม่ไว้วางใจรัฐบาล ผมไม่จำกัดอยู่ที่เยอรมันเท่านั้น อัลเบิรต ไอน์สไตน์ เป็นผู้สนับสนุนต่อสันติภาพ เขาเป็นผู้รักความสงบ แต่เมื่อเขาได้รับจดหมายจากลีโอ ซีนาร์ด เตือนไอน์สไตน์เกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์เยอรมันกำลังพัฒนาระเบิดปรมาณู บนพื้นฐานสมการ E = mc2 ที่มีชื่อเสียงโดยอัลเบิรต ไอน์สไตน์ สามารถทำให้อดอล์ฟ ฮิตเลอร์สร้างระเบิดปรมาณูก่อนที่พันธมิตรสามารถพัฒนามันได้ อัลเบิรต ไอน์สไตน์ ได้ส่งจดหมายนั้นแก่แฟรงคลิน รูสเวลท์ และกระตุ้นเขารีบเร่งการพัฒนาระเบิดปรมาณู
ผลพวงของโครงการแมนฮัตตัน การสร้างระเบิดปรมาณูอยู่กับเราจนถึงวันนี้ ระเบิดปรมาณูเกิดขึ้น เนื่องจากมันนำไปสู่การสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง แต่การสูญเสียชีวิตอย่างใหญ่หลวงภายในญี่ปุ่น และการเปิดกล่องแพนโดราที่ได้ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศช่วงบั้นปลายภายในชีวิตของเขา อัลเบิรต ไอน์สไตน์ ทรมานด้วยความเสียใจต่อการมีส่วนช่วยต่อการพัฒนาของการคิดค้นที่เลวร้ายที่สุดถกเถียงกันภายในประวัติศาสตร์ – ระเปิดปรมาณูเขาไม่ได้แสดงบทบาทโดยตรงภายในการสร้างมัน แต่เขาสมรู้ร่วมคิดภายในการเร่งการพัฒนาของมัน ด้วยการลงนามจดหมายส่งไปให้แก่ประธานาธิบดีอเมริกา แฟรงคลิน รูสเวลท์ เตือนว่า นาซี เยอรมัน น่าจะสร้างอาวุธปรมาณูของพวกเขาเอง ดังนั้นเขาได้แนะนำว่าอเมริกาควรจะทุ่มเทเงินลงไปที่การวิจัยปรมาณูตามให้ทันเยอรมันหกปีต่อมาเมื่อ ค.ศ 1945 ระเบิดปรมาณูได้กำเนิดอย่างเป็นทางการบนพื้นดินอเมริกา ภายในไม่กี่สัปดาห์ ลิตเติ้ล บอย และเเฟทแมนถูกนำมาใช้กับชาวญี่ปุ่น ปลดปล่อยความทรมานอย่างไม่เคยมีมาก่อน ในขณะเดียวมันกลายเป็นชัดเจนว่านาซีไม่เคยเป็นตามข้อเท็จจริงสร้างความก้าวหน้าไปสู่การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ภายหลังการมองเห็นเหตุการณ์ไฟนรกที่บาดใจภายในญี่ปุ่น อัลเบิรต ไอน์สไตน์เสียหายและขุ่นเคืองอย่างมาก ถ้าผมรู้ว่าเยอรมันไม่บรรลุความสำเร็จภายในการสร้างระเบิดปรมาณู ผมจะไม่ช่วยอะไรเลยนักฟิสิกส์คนอื่นหลายคนถูกกลุ้มรุมด้วยความเสียใจด้วย รวมทั้งโรเบิรตออพเพนไฮเมอร์ สถาปนิกหัวหน้าคนหนึ่งเบื้องหลังโครงการเเมนฮัตตันเพื่อการทำความสะอาดเลือดจากมือของพวกเขา นักฟิสิกส์โครงการแมนฮัตตันก่อนหน้านี้หลายคนสร้างคณะนักวิทยาศาสตร์อะตอม อัลเบิรตไอนสไตล์ได้ก่อตั้งร่วมด้วย เพราะว่าเขามีความถ่อมตัว ยอมรับว่าเขาผิด เขาต้องการชดเชย แม้ว่าบทบาทเล็กน้อยภายในความเลวทรามเขากลัวว่าระเบิดปรมาณูเป็นอย่างเเรกของอันตรายหลายอย่าง ออกมาจากกล่องแพนโดราของศาสตร์สมัยใหม่ อัลเบิรต ไอนสไตล์ ได้เปิดกล่องกล่องแพนโดราของพลังงานนิวเคลียร์ภายหลังการเสียชีวิตของประธานาธิบดี แฟรงคลิน เมื่อ 12 เมษายน 1945 มันกลายเป็นแฮรรี ทรูเเมน ต้องตัดสืนใจสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองอย่างไร สงครามโลกครั้งที่สองได้ถูกประกาศสิ้นสุดอย่างเป็นทางการเมื่อ 2 กันยายน 1945 หกปีและหนึ่งวันภายหลังมันได้เริ่มต้นในขณะที่ประธานาธิบดี แฮร์รี ทรูแมน ช่วยทำให้สงครามสิ้นสุดลง เขาได้เปิดกล่องแพนโดราด้วย ในกรณีของอาวุธนิวเคลียร์และการไม่ยุติของระเบิดปรมาณู ความไม่สบายใจที่เกิดขึ้นได้สร้างไปสู่อะไรที่กลายเป็นรู้จักกันเป็นสงครามเย็น และการคุกคามของความขัดแย้งต่อไปกับรัสเซียยังคงเป็นความห่วงใยของเเฮร์รี ทรูแมนต่อการเป็นประธานาธิบดีของเขาอยู่ เมื่อ ค.ศ 1933 อัลเบิรต ไอน์สไตน์ อายุ 54 ปี แม้ว่าในขณะนี้เป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งภายในประวัติศาสตร์มนุษย์ เป็นบุคคลที่ต้องการ ในฐานะของชาวยิวภายในนาซี เยอรมัน แผ่นปลิวได้พิมพ์เผยเเพร่ชื่อ “Jews Are Watching You” มันได้กล่าวหาอัลเบิรตไอนสไตน์ของการสร้างการโฆษนาชวนเชื่อความโหดร้ายที่โกหกต่ออดอล์ฟฮิตเลอร์ ภายใต้รูปของเขา มันได้กล่าวว่า ยังไม่ถูกแขวนคอภายในปีเดียวกัน บ้านของเขาภายในเบอร์ลินถูกขโมย และรางวัล1000 ยูโร ถูกนำเสนอต่อการฆาตรกรรมของเขา ดังนั้นวันต่อไปเขาได้หลบหนีกับภรรยาของเขา เอลซา และพวกเขาไม่เคยกลับมายุโรปอีกครั้งเลย อัลเบิรตไอน์สไตน์ ได้มุงหน้าไปกระท่อมที่เงียบสงบภายในนอร์โฟลค อังกฤษ
“Pandora Box” เป็นตำนานกรีกได้ถูกเขียนประมาณศตวรรษที่ 7 บีซี ระหว่างเวลาเพียงแค่ภายหลังยุคมืดของกรีก มันมาจากมหากาพย์ชื่อ “Worksand Days” โดยเฮสิโอด กวีชาวกรีก บทกวีเหล่านี้บรรยายเทพเจ้าสร้างแพนโดราอย่างไร และของขวัญที่เซอุสให้เธอในที่สุดได้สิ้นสุดยุคทองของมวลมนุษย์อย่างไร การเปิดกล่องแพนโดรา เป็นการเปรียบเทียบโดยทั่วไปภายในการพูดสมัยใหม่ มันหมายถึงการกระทำที่อาจจะดูเเล้วบริสุทธิ์ใจ แต่มันได้กลายเป็นมีผลตามมาทางลบอย่างร้ายแรง เรื่องราวตำนานกรีกคลาสสิคนี้ เล่าว่าเเพนโดราเป็นผู้หญิงคนเเรกบนโลก และกล่อง ที่จริงแล้วเป็นโถใบใหญ่บรรจุความชั่วร้ายทุกอย่างของโลกกาลครั้งหนึ่งหลายร้อยปึมาแล้ว เทพเจ้าแห่งฟ้าร้องกรีกที่มีอำนาจมากที่สุด เซอุส สร้างผู้หญิงที่สวยงามอย่างมากชื่อ แพนโดรา เธอเป็นผู้หญิงคนแรกบนโลกตามตำนานกรีก ตามเฮสิโอด แพนโดราเป็นคำสาบต่อมวลมนุษย์ แพนโดราถูกสร้างเป็นการลงโทษต่อมวลมนุษย์ เซอุสได้สั่งฮีฟีสตัสสร้างแพนโดรา ดังนั้นเขาได้ทำด้วยการใช้น้ำและดิน เซอุสต้องกาลงโทษมนุษย์ เพราะว่าโปรมีทีอุส ได้ขโมยไฟนำมาให้มนุษย์ ณ วันเเต่งงานของพวกเขา พระเจ้าเซอุสได้ให้กล่องเล็กแก่แพนโดรา แต่กล่าวว่าเธอต้องไม่เปิดมัน เมื่อเเพนโดราเกิดความยากรู้ ในที่สุดเธอไม่สามารถทนได้และเปิดกล่อง ความชั่วที่น่ากลัวได้ออกมาจากกล่องเหมือนเช่นความ เจ็ยป่วย ความตาย ความยากจน และความเศร้าที่ลงโทษมนุษย์จากเรื่องราวนี้ได้เจริญเติบโตคำเเสลง “เปิดกล่องแพนโดรา” หมายถึงทำหรือเริ่มต้นบางสิ่งบางอย่างที่จะทำให้เกิดปัญหามองไม่เห็นหลายอย่างกล่องแพนโดราเป็นการเปรียบเทียบต่อบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เกิดความยุ่งยากหรือโชคร้ายที่ยิ่งใหญ่ จดหมายที่ไม่ได้เผยแพร่ก่อนหน้านี้โดยอัลเบิรต ไอน์สไตน์ต่อการเป็นเพื่อนทางจดหมายชาวญี่ปุ่น ไซเออิ ชิโนฮาระ นักปรัขญา ได้ถูกเผยแพร่โดยภรรยาหม้ายของเขาการคัดค้านของอัลเบิรต ไอน์สไตล์ต่อสงครามนิวเคลียร์ได้บันทึกเป็นเอกสาร แต่จดหมายของเขาแก่ไชเออิ ชืโนฮาระแสดงว่าเขาได้พยายามประนีประนอมการรักสงบของเขากับผลงานวิทยาศาสตร์ของเขาการโต้ตอบเริ่มต้นเมื่อ ค.ศ 1953 เมื่อไชเออิ ชิโนฮาระส่งจดหมายไปยังอัลเบิรต ไอนสไตน์ ตำหนิเขาต่อบทบาทภายในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ผมประณามอยู่เสมอการใช้ระเบิดปรมาณูต่อญี่ปุ่น แต่ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย ห้ามการตัดสินใจเคราะห์กรรมนั้น อัลเบิรต ไอน์สไตล์เขียนเป็นภาษาเยอรมันแก่ชิโนฮาระ การทิ้งระเบิดปรมาณูฮิโรชิมาฆ่าบุคคลประมาณ 200,000 คน เกือบครึ่งของประชากรของเมืองเวลานั้น มากกว่า 70,000 คนเสียชีวิตสามวันต่อมาภายในการทิ้งระเบิดปรมาณูนางาซากิ ภายหลังหกวันจักรพรรดิ์ฮิโรฮิโต ได้ออกอากาศวิทยุเป็นครั้งแรกการประกาศการยอมแพ้ของญี่ปุ่นการปลอบใจอย่างเดียวต่อผมคือ การพัฒนาระเบิดปรมาณูที่มีผลกระทบอย่างร้ายแรงจะแพร่หลาย และความมั่นคงระหว่างประเทศจะถูกเร่งขึ้นแต่อัลเบิรตไอนสไตน ต้นกำเนิดชาวยิว ต้องหลบหนีจากเยอรมันเมื่อค.ศ 1933 กล่าวว่าสงครามบางครั้งต้องยอมรับได้ ผมไม่ได้เขียนว่าผมเป็นผู้รักสันติอย่างเด็ดขาด แต่ผมเป็นผู้รักษาสันติที่เชื่อมั่นอยู่เสมอ มันหมายความว่าเรามีสถานการณ์ตามความคิดเห็นของผม มันจำเป็นต้องใช้กำลัง กรณีเหมือนเช่นเมื่อผมได้เผชิญคู่ต่อสู้มุ่งหมายอย่างไม่มีเงื่อนไขทำลายผมและบุคคลของผม ดังนั้นการใช้กำลังต่อสู้นาซี เยอรมัน ตามความคิดเห็นของผมมีเหตุผลและจำเป็นไชเออิ ชิโนฮารา ศึกษาปรัชญาภายในเยอรมัน ก่อนการกลับมาสู่โตเกียวเมื่อ ค.ศ 1947 เสียชีวิตจากเส้นเลือดสมองแตกเมื่อ ค.ศ 2001 ตอนอายุ 89 ปี จดหมายของเขาได้ถูกเก็บไว้เป็นส่วนตัวโดยภรรยาหม้ายของเขา โนบูโกะ ชิโนฮาระ

เมื่อ ค.ศ 1938 ชาวยิว 17,000 คนของพลเมืองโปเเลนด์ หลายคนมีชีวิตอยู่ภายในเยอรมันหลายปี ได้ถูกจับกุมและกักตัวภายในค่าย นักศึกษาอายุ 17 ปีภายในปารีสคนหนึ่ง ได้รับข่าวของการขับไล่ของครอบครัวของเขา เขาได้ไปสถานฑูตเยอรมันและยิงเลขานุการเสียชีวิตสองวันต่อมา เมื่อเขาถูกจับโดยตำรวจฝรั่งเศส เขาหวังว่าการกระทำของเขาจะเตือนโลกต่อชะตาของชาวยิวภายในยุโรป เขากล่าวว่า การเป็นชาวยิวไม่ใช่อาชญากรรม ผมไม่ได้เป็นสุนัข ผมมีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ และชาวยิวมีสิทธิดำรงอยู่บนโลกการลอบสังหารได้ให้ข้อแก้ตัวแก่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เปิดการสังหารหมู่ชาวยิวเยอรมัน มันกลายเป็นรู้จักกัน “คริสทัลล์นัคท์” คืนแห่งกระจกแตกเมื่อ 9 พฤศจิกายน 1938 ผู้บริหารพรรคนาซี ได้เริ่มต้นลำดับของการทำลายอย่างรุนแรงต่อขาวยิวภายในเยอรมันและออสเตรีย เหตุการณ์นี้มาสู่การรู้จักกันเป็น คืนแห่งกระจกแตก ฝูงชนวุ่นวายอาละวาดโจมตีชาวยิวภายในถนน ภายในบ้านของพวกเขา ภายในสถานที่ทำงาน และภายในสถานที่บูชาของพวกเขา ทหารพายุนาซีถูกยอมให้ทำลายและจับกุมชาวยิวมากเท่าที่เป็นไปได้เข้าคุก แก้วแตกกระจายเกลื่อนบนถนนข้างหน้าสุเหร่ายิวที่เผาไหม้ เมื่อสิ้นสุดของคืนนั้น ชาวยิว 91 คนเสียชีวิตมากกว่า 900 คน หายไป สุเหร่ายิวมากกว่า 900 แห่งถูกเผา ธุรกิจยิวเกือบ 7,000 แห่งถูกทำลาย สุสานและโรงเรียนถูกทำลาย และชาวยิวมากกว่า 30,000 คนถูกเนรเทศไปค่ายกักกัน วันต่อมา รัฐบาลนาซี ได้ประสานคลื่นความรุนเเรงของการต่อต้านชาวยิวภายในนาซี เยอรมัน การจลาจลทั่วประเทศได้กลายเป็นที่รู้จักกันเป็น คริสทัลล์นัคท์ หรือคืนเเห่งกระจกแตก ชื่อ คริสทัลล์นัคท์ เป็นการอ้างถึงกระจกแตกกระจายจากหน้าต่างของร้านค้าทิ้งเกลื่อนกลาดระหว่างและภายหลังการจลาจล คริทตัลล์นัคท์ บางครั้งอ้างถึงเป็นการสังหารหมู่พฤศจิกายนด้วยความารุนแรงควรจะดูเหมือนการเดือดพล่านไม่ได้วางแผนไว้ของความโกรธนิยมแพร่หลายต่อชาวยิว ภายในความเป็นจริง คริสทัลล์นัคท์เป็นการทำลายทรัพย์สินและการลอบวางเพลิงที่รัฐสนับสนุน ผู้นำนาซีได้ประสานมันกับการสนับสนุนของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เมื่อคืนของวันที่ 9 พฤศจิกายน ผู้นำนาซี ได้สั่งการสมาชิกของกำลังกึ่งทหารของพรรคนาซี – เอสเอส เอสเอ และยุวชนฮิตเลอร์ – โจมตีชุมชนยิว คริสทัลล์นัคท์ได้กลายเป็นจุดพลิกผันภายในนโยบายของเยอรมัน การเปิดการเคลื่อนไหวการทำลายล้างอย่างมีระบบของนาซีต่อชาวยิว ชาวโรมานี ชาวคริสเตียน คอมมิวนิสต์ รักร่วมเพศ และศัตรูนาซีอื่น : โอโลคอสต์
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







