อังกฤษและฝรั่งเศสจะติดอาวุธนิวเคลียร์ให้ยูเครน?!?!

อังกฤษและฝรั่งเศสจะติดอาวุธนิวเคลียร์ให้ยูเครน?!?!
ศาสตราจารย์ ดร.สมชาย วิรุฬหผล
เดมิตริ เมดเวเดฟ รองประธานสภาความมั่นคงรัสเซีย ได้ออกมากล่าวหารัฐบาลอังกฤษและฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการว่ากำลังวางแผนส่งมอบอาวุธนิวเคลียร์ให้ยูเครนโดยอ้างถึงรายงานจากหน่วยข่าวกรองต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งระบุว่ารัฐบาลของทั้งสองประเทศมีแผนการ ส่งมอบsmall scale warhead TN75 จาก M51.1หัวรบนิวเคลียร์จากขีปนาวุธของเรือดำน้ำ แต่ความเป็นไปได้ในการปกปิดอาจจะต่ำ จึงอาจส่งมอบเทคโนโลยี หรือชิ้นส่วนอุปกรณ์สำคัญให้ยูเครนโดยอาจผลิตระเบิดสกปรก(Dirty Bomb) เพื่อใช้เป็นอำนาจในการต่อรองกับรัสเซีย หลังจากที่อาวุธและความช่วยเหลือแบบดั้งเดิมไม่สามารถหยุดการรุกคืบของรัสเซียในปี2025ที่ครอบคลุมพื้นที่เกือบ7000ตร.กม.ได้
เมดเวเดฟระบุว่าการกระทำเช่นนี้จะทำให้รัสเซียใช้อาวุธ”ไม่เชิงยุทธศาสตร์” (ระเบิดขนาดใหญ่) ในการโจมตีเมืองเคียฟโดยไม่ลังเล
และไม่เพียงเท่านั้นสถานการณ์อาจบานปลาย จนทำให้ปูตินตอบโต้ด้วยการเผยแพร่เทคโนโลยีนิวเคลียร์ให้ศัตรูของตะวันตก
แนวทางการวิเคราะห์:
กรณีที่ 1: หากเป็นความพยายามจริงของชาติตะวันตก (การดำเนินการลับ)
หน่วยงานข่าวกรองอย่าง MI6 ของอังกฤษ หรือ DGSE ของฝรั่งเศส มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการปฏิบัติการลับที่ “ปฏิเสธได้” (plausible deniability) เพื่อเปลี่ยนสมการอำนาจ
ตรรกะเบื้องหลังการกระทำ: ในมุมมองของ strategist ตะวันตกที่หัวรุนแรงที่สุด หากยูเครนมีอาวุธนิวเคลียร์จริง จะเป็นการสร้าง “สายพานกันชน” นิวเคลียร์ที่ยุโรปตะวันออกไม่จำเป็นต้องส่งทหารไปเสี่ยงอีกต่อไป รัสเซียจะไม่กล้าบุกหนักๆ เพราะกลัวการตอบโต้ แต่นี่คือการพนันครั้งประวัติศาสตร์
· วิธีการที่อาจเป็นไปได้: ไม่ใช่การส่งหัวรบสำเร็จรูปแน่นอน เพราะเสี่ยงเกินไปและตรวจพบได้ง่าย รูปแบบที่น่ากลัวและแย้งยากกว่าคือการ “ถ่ายทอดเทคโนโลยี” หรือ “สนับสนุนโครงการพัฒนาของยูเครนเอง” อย่างลับๆ ซึ่งจะใช้เวลาหนึ่งถึงสองปี และในช่วงนั้นคือช่วงอันตรายที่สุดที่รัสเซียจะต้องตอบโต้ทันที
· ความเสี่ยงของชาติตะวันตก: หากความลับรั่วไหล แม้เพียงเสี้ยววินาที โลกจะประณามอังกฤษและฝรั่งเศสทันที พันธมิตรนาโตจะแตก ความชอบธรรมในการเป็นผู้พิทักษ์ระเบียบโลกจะสูญสิ้น และที่สำคัญ จะกลายเป็นข้ออ้างสมบูรณ์แบบให้รัสเซียใช้มาตรการตอบโต้ขั้นสูงสุดกับลอนดอนหรือปารีสโดยตรง
แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะมันมีกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตสหรัฐเคยเปิดช่องและสนับสนุนอิสราเอลให้มีอาวุธนิวเคลียร์
มาแล้ว
กรณีที่ 2: หากเป็นปฏิบัติการข่าวกรองและข้อมูลบิดเบือนของรัสเซีย
รัสเซียมีกลไกการสงครามข้อมูลที่แข็งแกร่ง และการใช้ประเด็นนิวเคลียร์เป็น “ธงเท็จ” นั้นให้ผลประโยชน์มหาศาล
· วัตถุประสงค์ของการปล่อยข่าว:
1. สร้างความชอบธรรมในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน หรือการโจมตีสถาบันวิจัยนิวเคลียร์ เป็นการ “ป้องกันการพัฒนา อาวุธ” ทำให้การโจมตีดูสมเหตุสมผลในสายตาประชาชนรัสเซียและประเทศที่เป็นกลาง
2. กดดันชาติตะวันตกให้ลดการสนับสนุน: การกล่าวหาว่าอังกฤษและฝรั่งเศสกำลังทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ จะสร้างความหวาดกลัวให้กับประเทศอื่นๆ ในยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนีและฮังการี ที่อาจเรียกร้องให้ “ชะลอ” การสนับสนุนยูเครนเพื่อไม่ให้ “ยั่ว” รัสเซียเพิ่ม
นอกจากนี้เซเรนสกี้ยังเคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการที่ยูเครนเคยครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ในยุคโซเวียต ซึ่งทำให้มองได้ว่าเขากำลังคิดถึงการได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง
สรุปผลกระทบในสงคราม (ไม่ว่าต้นตอจะเป็นอะไร)
ไม่ว่าความจริงจะเป็นแบบไหน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในสนามรบและการเมืองโลกจะคล้ายคลึงกันอย่างน่าเศร้า:
1. การตอบโต้เชิงป้องกันของรัสเซียจะรุนแรงขึ้น: รัสเซียจะใช้ข้อกล่าวหานี้เป็นข้ออ้างในการยกระดับความขัดแย้งทันที ไม่ว่าจะเป็นความจริง หรือแค่ต้องการใช้เป็นข้ออ้างในการโจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ของยูเครน
2. ความชอบธรรมของยูเครนถูกกัดกร่อน: ประเทศที่สนับสนุนยูเครนอาจเริ่มลังเล เพราะกลัวว่าการช่วยเหลือของตนจะไปสนับสนุน “โครงการนิวเคลียร์” โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
3. การเจรจาสันติภาพเป็นไปไม่ได้: เมื่อมีความหวาดระแวงเรื่องอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาเกี่ยวข้อง การเจรจาใดๆ จะหยุดชะงัก เพราะทั้งสองฝ่ายจะมองกันและกันด้วยความหวาดกลัวสูงสุด
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นแผนจริงของ MI6/DGSE หรือเป็นปฏิบัติการลวงของรัสเซีย สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าประเด็นนิวเคลียร์คือ “เส้นสีแดง” ที่เมื่อขีดลงไปแล้ว ไฟสงครามจะลุกลามจนยากจะควบคุมได้อย่างแน่นอน
ผู้อ่านเชื่อแบบไหนครับ







