วัฒนธรรมสมัยนิยมของอินเดีย ตอนที่ 12

วัฒนธรรมสมัยนิยมของอินเดีย ตอนที่ 12
จรัญ มะลูลีม
คริกเก็ตในประเทศไทย
คนอินเดียที่ส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในบริษัทต่างๆ ของประเทศไทย อย่างคุณมุฮัมมัด อารีฟ อันศอรี (Muhammad Arif Ansari) และคุณอิรฟาน เมมอน (Irfan Memon) และ ดร.มุฮัมมัด ฟาฮีม (Muhammad Faheem) หัวหน้าสาขาอินเดียศึกษา วิทยาลัยนานาชาติ ปรีดี พนมยงค์ บอกกับผมพร้อมทั้งกล่าวถึงความเป็นมาของกีฬาชนิดนี้ที่ถือกำเนิดในประเทศไทยเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า ถ้าคุณอยู่ในเอเชีย คุณก็ไม่สามารถอยู่ห่างจากกีฬาคริกเก็ตได้ ทำไมหรือ? ก็เพราะว่าร้อยละ 60 ของประชากรในเอเชียคลั่งไคล้ไหลหลงกีฬาชนิดนี้อย่างมาก แล้วประเทศไทยเล่า?
ประเทศไทยก็ไม่ได้รับการยกเว้นเช่นกัน เชื่อกันว่ากีฬาคริกเก็ตเริ่มเล่นกันในประเทศไทยในปี 1980 โดยลูกหลานของครอบครัวชาวไทย ซึ่งเรียนรู้กีฬาชนิดนี้ในระหว่างศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ
พวกเขาจึงก่อตั้ง Cricket Club ขึ้นเป็นครั้งแรกในชื่อ Bangkok City Cricket Club ในปี 1980 โดยเกมการแข่งขันครั้งแรกเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่สนามพระเมรุ (Pramane) ถัดไปจากพระบรมมหาราชวัง
หนังสือพิมพ์ Bangkok Times ฉบับวันที่ 8 เดือนพฤศจิกายน 1980 รายงานว่า “Bangkok City Cricket Club” จะลงแข่งนัดสำคัญในสนามที่อยู่ตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวังเวลาบ่ายสามโมงตรง ขอเชิญประชาชนร่วมชมโดยพร้อมเพรียงกัน
คริกเก็ตไม่ใช่กีฬาซึ่งเป็นที่นิยมในประเทศไทย ในขณะที่กีฬายอดนิยมจะเป็นฟุตบอล วอลเลย์บอล แบดมินตัน ฯลฯ
ในปี 1971 การแข่งขัน Cricket League เกิดขึ้นในฐานะกีฬาที่มีการลงสนามแข่งขันแบบพบกันหมดเหมือนกีฬาฟุตบอลที่นิยมอยู่ในหลายๆ ประเทศของโลก
การกีฬาแห่งประเทศไทยได้เข้ามาแนะนำและสนับสนุนกีฬาคริกเก็ตพร้อมกับเปลี่ยนชื่อ Thailand Cricket League เป็นสมาคมคริกเก็ตแห่งประเทศไทยในปี 2004
นับจากนั้นเป็นต้นมามีความพยายามอย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อให้กีฬาคริกเก็ตเป็นที่นิยมในหมู่คนไทย
หนึ่งทศวรรษที่ผ่านมาจึงได้เห็นความเติบโตของกีฬาคริกเก็ตที่ถือกำเนิดมาจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ แต่สำคัญนี้
ปัจจุบันประเทศไทยเป็นสมาชิกของสภาคริกเก็ตนานาชาติมาตั้งแต่ปี 2005 เวลานี้กีฬาคริกเก็ตได้ขยายออกไปทั่วประเทศแล้วทั้งในมหาวิทยาลัยและโรงเรียนในจังหวัดต่างๆ ถึง 21 จังหวัด ซึ่งเล่นคริกเก็ตอันเป็นกีฬาที่ถูกเรียกกันว่ากีฬาของสุภาพบุรุษ
คริกเก็ตกลายเป็นกีฬาที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับเยาวชนและทีมชาติ จนถึงทุกวันนี้คริกเก็ตเป็นเกมที่มีการเล่นกันอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวอินเดียที่ทำงานอยู่ในบริษัทต่างๆ ในกรุงเทพ
การที่โรงเรียนในจังหวัดต่างๆ ของไทยเริ่มมีกีฬาชนิดนี้เล่นกันแล้ว ก็ล้วนมาจากการเริ่มต้นกีฬาชนิดนี้ในกรุงเทพ รวมทั้งเกมการแข่งขันระหว่างทีมต่างๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทยที่มีความต่อเนื่อง
ประเทศไทยได้เหรียญเงินในการแข่งขันคริกเก็ตในประเภท 50 over ในมหกรรมกีฬา Sea Games เมื่อปี 2017
ที่น่าภาคภูมิใจก็คือแค่เพียงหนึ่งทศวรรษที่กีฬาคริกเก็ตเข้ามายังประเทศไทย ทีมคริกเก็ตหญิงของไทยที่เริ่มเล่นในระดับชาติในปี 2007 ก็สามารถเบียดชนะทีมต่างๆ เข้าไปแข่งขัน World Cup ในปี 2019 ได้อย่างสง่างาม และได้รับการยกย่องว่าเป็นทีมน้องใหม่ที่น่าจับตามอง
การเติบโตอย่างน่าทึ่งของทีมคริกเก็ตหญิงของไทยไม่ได้เป็นเรื่องราวของความสำเร็จโดยเฉพาะแก่นักกีฬาเท่านั้น แต่เป็นความสามารถของสมาคมคริกเก็ต ผู้ฝึกสอนและคณะทำงานที่สนับสนุนทีมคริกเก็ตหญิงของไทยอย่างแข็งขันมาโดยตลอด
ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่านี่คือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของทีมชาติหญิงไทย ซึ่งเมื่อหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมามีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นในประเทศไทยที่รู้จักกีฬาชนิดนี้
ความสำเร็จที่พวกเธอได้รับมาแล้วก็คือเหรียญเงิน Sea Games ในปี 2017 ในประเภท 50 over ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว และเป็นทีมอันดับที่ 11 ของสภาคริกเก็ตนานาชาติ (ICC) ในการแข่งขันประเภท T20 หรือการแข่งขันที่ใช้เวลาไม่นานนัก
ทีมชาติหญิงไทยเคยทำสถิติชนะติดต่อกันมาแล้วถึง 16 ครั้งในการแข่งขันประเภท T20 และเป็นทีมที่ชนะต่อเนื่อง ที่จัดอยู่ในลำดับที่ 2 รองลงมาจากออสเตรเลีย จึงเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทย
ประวัติศาสตร์ของทีมชาติคริกเก็ตไทยอาจไม่สมบูรณ์หากขาดศรนรินทร์ (Sornnarin Tippoch) กับตันทีมคนแรกที่พาทีมเข้าแข่งขันในระดับนานาชาติกับบังกลาเทศ เมื่อเธอมีอายุ 21 ปี เธอเป็นกับตันทีมที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง
นาตยา (Nattya Bochatham) เป็นผู้ทำคะแนนสูงสุดของทีมชาติไทย (49 wickets) ในการลงแข่งขัน 39 ครั้งและทำคะแนนได้เป็นกอบเป็นกำในทุกตำแหน่งที่เธอลงเล่น
The Bangkok Cricket League
เป็นการแข่งขันคริกเก็ต League ที่มีมาตั้งแต่ปี 2002 ในกรุงเทพภายใต้การสนับสนุนของสมาคมคริกเก็ตแห่งประเทศไทย
โดยแบ่งประเภทของการแข่งขันออกเป็นรูปแบบต่างๆ ทั้งที่ใช้ระยะเวลาสั้นและระยะเวลาที่ยาวออกไป อย่างเช่นประเภท T20 และประเภท 25 over เป็นต้น โดยแบ่งเป็นสอง Division คือ “A” และ “B” Premiere Divisions
Cricket leagues ถือเป็นเกมกีฬาแห่งความภาคภูมิใจของประเทศโดยกติกาทุกอย่างจะปฏิบัติตามสภาคริกเก็ตนานาชาติ (ICC)
จากพื้นฐานและทักษะที่มาจาก Premiere Leagues ผู้เล่นจะได้รับการคัดเลือกให้ไปเล่นทีมชาติต่อไป
โดยปกติผู้เล่นคริกเก็ตจะใช้ชุดขาวซึ่งเป็นที่นิยมสืบต่อกันมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศอังกฤษซึ่งเป็นต้นตำรับของกีฬาชนิดนี้ อันเป็นประเพณีที่เหมือนกับการแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดันที่ผู้ลงสนามต้องใช้ชุดขาว แต่ในปัจจุบันผู้เล่นคริกเก็ตจะมีทั้งประเภทที่ใช้ชุดขาวและชุดที่มีสีสรรอื่นๆ ในเวลาเดียวกัน
สำหรับสโมสรคริกเก็ตที่สำคัญในประเทศไทยได้แก่ Bangkok Blues Cricket Club ซึ่งถือกำเนิดในปี 2018 โดยนักคริกเก็ตที่ชื่นชอบกีฬาประเภทนี้อย่างอิรฟาน เมมอน (Irfan Memon)
สโมสรแห่งนี้เปิดโอกาสให้นักคริกเก็ตแสดงความสามารถของตนในประเทศไทย โดยสโมสร Bangkok Blues ถูกจัดอยู่ใน Premier Division และ T20 League
สโมสรแห่งนี้มีผลการเล่นที่น่าประทับใจใน Division “A” League ในช่วงปี 2018-19 และมีผลการเล่นที่ดีในประเภท T20 League ในปี 2019-20 ทีม Bangkok Blues Cricket Club สามารถเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศทั้ง 2 league เป็นทีมที่เลี้ยงดูตัวเองและได้สปอนเซอร์อยู่บ้างจาก Fix Derma , Siam Sea Food Pacific , Power grid , Lucknow Society , Fashasia และ Royal Silver Plus Co.Ltd.
บริษัทเหล่านี้ล้วนเป็นบริษัทที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งเจ้าของบริษัทเป็นผู้ชื่นชอบกีฬาชนิดนี้และต้องการให้กีฬาคริกเก็ตหยั่งรากลงในประเทศไทย
สโมสรมีผู้ฝึกสอนและแนะแนวทางในการเล่นจากผู้ที่มีประสบการณ์และเชื่อมั่นในกีฬาคริกเก็ต อย่าง อนุรัก เมโรทรา (Anuraq Mehrotra) อโศก จันด์ (Ashok Chand) และอชีช ดีย์ (Ashesh Dey) และนักวิชการอย่าง ดร.มุฮัมมัด ฟาฮีม (Muhammad Faheem) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรซึ่งนำเอาความโดดเด่นมาให้กับสโมสร
การขว้างลูกคริกเก็ต (bowling) ที่มีพลังและการจัดแนวรับเพื่อการตี (batting) ลูกคริกเก็ตที่มีคุณภาพทำให้สโมสรกลายเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จทั้งสอง League ทั้งในประเภท T20 และ 50 over หนึ่งในผู้เล่นที่ดีเยี่ยมในตำแหน่ง batting ได้แก่ โชอีบ ชาฮ์ (Shoaib Shah) ซึ่งเล่นอยู่ใน Premier divisionและ อภีก ซาร์กัร (AbiK Sarkar) ซึ่งเป็น batsman หรือนักตีลูกคริกเก็ตที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของ League
ส่วนมุเกสห์ ฐากุร (Mukesh Thakur) ซึ่งอยู่ในตำแหน่งผู้ตีโต้กลับหรือ strike bowler ก็เล่นได้อย่างน่าประทับใจมาโดยตลอด
นักคริกเก็ตที่มีความสามารถเหล่านี้ได้รับการเรียกตัวจากสมาคมคริกเก็ตแห่งประเทศไทยให้เข้าร่วมทีมชาติไทยในปีนี้หลังจากที่พวกเขาได้รับการคัดเลือก นับเป็นความภาคภูมิใจของสโมสรที่ได้มีส่วนร่วมในความก้าวหน้าของทีมชาติไทยในอนาคตต่อไป
นักคริกเก็ตของสโมสร Bangkok Blues







