INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

นักศึกษาไทยมุสลิมในอินเดีย ตอนที่ 2

นักศึกษาไทยมุสลิมในอินเดีย ตอนที่ 2

จรัญ มะลูลีม

การพบปะนักศึกษาของดารุลอุลูม นัดวาตุล อุลามาอ์ ที่ห้องประชุมของโรงแรมทัชมะฮัล เมืองลัคเนาว์เต็มไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น  มีนักศึกษาเข้าร่วมรับฟังอย่างพร้อมเพรียง  งานเริ่มต้นด้วยการอัญเชิญคัมภีร์อัล-กุรอานโดยนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นศิริมงคล  ทั้งนี้มีนักศึกษาเป็นผู้ดำเนินรายการทั้งหมด

ในช่วงเช้าก่อนหน้าการพบปะนักศึกษานายกสมาคมของดารุลอุลูม ฯ ได้นำอัครราชทูต ธีรภัทร มงคลนาวิน  และผมเข้าพบกับรองผู้อำนวยการดารุลอุลูมฯ   ทั้งนี้ผู้อำนวยการติดภารกิจอยู่ในรัฐอื่นของอินเดีย

การพบปะพูดคุยกับรองผู้อำนวยการของดารุลอุลูม ฯ   จะเป็นเรื่องของสถานภาพของนักเรียนไทย ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับอินเดีย   โดยเฉพาะชาวไทยมุสลิมกับสถาบันแห่งนี้ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง    รวมถึงการศึกษาต่อหลังจากจบการศึกษาโดยการพบปะพูดคุยเป็นไปอย่างฉันท์มิตร  รองผู้อำนวยการได้กล่าวถึงบรรยากาศแห่งความสัมพันธ์ของนักศึกษาไทยที่เคยเดินทางมาศึกษาที่นี่  และการเดินทางของคณะผู้บริหารที่ได้มีโอกาสเดินทางไปยังประเทศต่างๆ   โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่ส่งบุตรหลานมาเรียนที่สถาบันแห่งนี้

ทั้งนี้ดารุลอุลูม ฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่นักศึกษาจากประเทศไทยได้มาศึกษาต่อที่ดารุลอุลูม ฯ

กิจกรรมพบปะแนะแนวเริ่มต้นโดยอัครราชทูตธีรภัทร มงคลนาวินที่นำเสนอภาพรวมทางสังคมและเศรษฐกิจตลอดจนการยกระดับความเป็นอยู่ของชาวไทยและการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตในฐานะที่เป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง ASEAN

จากนั้นผมก็ได้กล่าวถึงระบบการศึกษาของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยและการเดินทางไปศึกษาในประเทศต่างๆ ของนักศึกษาไทย   โดยเฉพาะนักศึกษามุสลิมที่เดินทางไปศึกษาในประเทศต่างๆ   ทั้งในยุโรป (ตุรกี) เอเชียและแอฟริกา  และการกลับมาทำงานหลากหลายอาชีพ ในประเทศไทย

ทั้งนี้หากจำแนกนักศึกษาไทยมุสลิมที่เดินทางไปศึกษาในดินแดนต่างๆ  ก็จะกล่าวโดยภาพกว้างได้ดังนี้

แอฟริกา นักศึกษาไทยมุสลิมจะเดินทางไปศึกษาในประเทศต่อไปนี้คือ อียิปต์ ตูนีเซีย โมร็อกโก ลิเบีย แอลจีเรีย (อันเป็นสองประเทศที่มีน้ำมันดิบชั้นยอด (light Crude Oil) ของโลก) ซูดาน (เหนือ)   (ปัจจุบันซูดานแยกออกเป็นซูดานเหนือและซูดานใต้  น้ำมันที่ซูดานค้นพบจะอยู่ในซูดานใต้  โดยก่อนแยกประเทศได้มีข้อตกลงแบ่งรายได้ที่มาจากน้ำมันระหว่างสองประเทศอย่างเท่าเทียมกัน)  ทั้งนี้มีนักศึกษาไทยมุสลิมจำนวนหนึ่งศึกษาอยู่ในประเทศแอฟริกาใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาที่มุ่งศึกษาวิธีการจดจำคัมภีร์อัล-กุรอานทั้งเล่มที่เรียกว่าฮาฟิซ (Hafiz)

เอเชียตะวันตก (ตะวันออกกลาง) ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน เลบานอน โอมาน กาตาร์ บาห์เรน สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ อิหร่าน  (สำหรับผู้ถือนิกายชีอะฮ์ (Shi’ah School of thought)) ซีเรีย และอิรัก (ซึ่งมีทั้งนักศึกษาไทยที่เป็นผู้ถือสำนักคิดชีอะฮ์และซุนนี)

เอเชียใต้  ได้แก่อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ และศรีลังกา  ทั้งนี้ในเอเชียใต้ยังไม่เคยมีนักศึกษาไทยมุสลิมไปศึกษาในประเทศมัลดีฟส์ และอัฟกานิสถาน  ในทำนองเดียวกันยังพบว่าไม่เคยมีนักศึกษาไทยไปศึกษาในเอเชียกลาง  อย่างอุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน หรือทาจิกิสถานแต่อย่างใด    เช่นเดียวกับที่ยังไม่เคยมีนักศึกษาไทยไปเรียนในประเทศยุโรป ซึ่งเป็นประเทศมุสลิมที่แยกตัวออกมาจากอดีตยูโกสลาเกียอย่างบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนาหรือโคโซโวเช่นกัน

หากกล่าวถึงจำนวนนักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยตางๆ ของโลกเรียงตามจำนวนอาจมีดังนี้

แอฟริกาเหนือ ได้แก่ อียิปต์ ซูดาน (เหนือ) ลิเบีย (ก่อนอาหรับสปริง) แอลจีเรีย ตูนีเซีย และโมร็อกโก   ส่วนในแอฟริกาใต้ (ดังได้กล่าวมาแล้ว)  มีนักศึกษาชาวไทยมุสลิมจำนวนหนึ่งเรียนการท่องจำคัมภีร์อัล-กุรอานอยู่ในประเทศนี้

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน อย่างไรก็ตาม ยังไม่เคยมีสถิติว่ามีนักศึกษาไทยมุสลิมไปเรียนในภาคพื้นทวีปอินโดจีนอย่างกัมพูชา พม่า ลาว ที่มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่แต่อย่างใด แม้ว่าประเทศอย่างกัมพูชาจะมีดินแดนกัมปงโสมที่มีชาวมุสลิมอยู่จำนวนมากและทั่วประเทศกัมพูชาจะมีมัสญิดอยู่นับร้อยแห่งก็ตาม

หลังการพบปะกับนักศึกษาของดารุลอุลูม ฯ  ผมได้รับเชิญให้ไปเยือนอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนในเมืองลัคเนาว์ที่มีนักศึกษาไทยศึกษาอยู่ 3 คน    มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีชื่อว่า มหาวิทยาลัยอินติกรัล  (Integral) อันเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักศึกษาไทย  โดยมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนี้ได้รับการรับของจากองค์การวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรม (Scientific & Industrial Research Organization หรือ SIRO)  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของอินเดีย

Integral เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนขนาดใหญ่ประกอบด้วยสาขาสำคัญต่างๆ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เภสัชศาสตร์ เกษตรศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ การจัดการทางคอมพิวเตอร์ พณิชยศาสตร์และการจัดการศึกษา   มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ การวิจัยในระดับปริญญาเอก กฎหมาย สาธารณสุขและการแพทย์  การจัดการห้องสมุดและศาสตร์ด้านข้อมูลข่าวสารและโปลีเทคนิค

ในการเยือนครั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยให้เกียรติพาผมไปดูการผ่าตัดของคณะแพทยศาสตร์ในหลายห้องผ่าตัดอย่างน่าสนใจ   ทั้งนี้มหาวิทยาลัยมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่เพื่อการศึกษาด้านการแพทย์และการบริการทางการแพทย์สำหรับประชาชน  โดยในวันนั้นมีคนไข้นับร้อยคนเข้ามารอรับการรักษา ตรวจโรคและส่วนหนึ่งเข้าผ่าตัด

โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยมีอุปกรณ์ทันสมัย  ประกอบด้วยเตียงคนไข้จำนวน 550 เตียง มีห้องผ่าตัดรวม 14 ห้อง และห้องคนไข้ 26 ห้อง มีรถของโรงพยาบาลจำนวนมากที่เดินทางไปรับคนไข้ในพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงพยาบาล  โดยทางมหาวิทยาลัยยืนยันว่าแพทย์ของมหาวิทยาลัยเป็นผู้มีประสบการณ์ในการให้บริการแก่นักศึกษา คนงานและผู้เข้ามารับการรักษาตลอด 24 ชั่วโมง

มหาวิทยาลัย Integral เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งเมืองลัคเนาว์ที่ได้รับการจัดตั้งตามพระราชบัญญัติที่ 9 แห่งปี 2004 โดยรัฐบาลแห่งรัฐ (State Government) ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการกองทุนมหาวิทยาลัย (University Grants Commission หรือ UGC)  ตามพระราชบัญญัติ UGC 1956   สภาการแพทย์ของอินเดีย    สภาเภสัชกรรมของอินเดีย  สภาการพยาบาลของอินเดีย  และสภาสถาปัตยกรรมของอินเดีย  มหาวิทยาลัย Integral จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักศึกษาไทยในอนาคต  แม้ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ยังใหม่อยู่มากก็ตาม

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com